ข่าว

คนรักป๋าปะทะเสื้อแดงเมืองคอนไม่พอใจโจมตีป๋า

คนรักป๋าปะทะเสื้อแดงเมืองคอนไม่พอใจโจมตีป๋า

06 เม.ย. 2552

"พายัพ”นั่งหัวโต๊ะวางเกมเคลื่อนพลเสื้อแดง แฉรมต.บีบท้องถิ่นขึ้นป้ายเชียร์รัฐบาล เพื่อไทยใช้ไสยศาสตร์ปรับฮวงจุ้ยต่อกรรัฐบาล “ปชป.” ถกเครียด ประเมิน “ม็อบเสื้อแดง” สร้างสถานการณ์เผชิญหน้าเป้าหมาย 3 กลุ่ม ยันไม่ใช้ความรุนแรงปราบม็อบ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีอำนาจ

(6เม.ย.) นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมหัวหน้าส.ส.จังหวัดต่างๆในภาคอีสานว่า การประชุมครั้งนี้มีนายพายัพ ชินวัตร น้องชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ในฐานะประธานภาคอีสาน ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อหารือถึงการเตรียมพร้อมที่คนเสื้อแดงจังหวัดต่างๆจะปักหลักชุมนุมที่ศาลากลางทุกจังหวัดในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เพื่อให้สอดรับหนุนเนืองการชุมนุมคนเสื้อแดงที่กทม. โดยที่ประชุมได้กำชับส.ส.ต้องช่วยดูแลผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมอย่าทำผิดกฎหมาย ทั้งการป่วนเมือง ปะทะกับคนเสื้อเหลือง หรือเสื้อน้ำเงิน นอกจากนี้ที่ประชุมเป็นห่วงสถานการณ์ที่กทม.ในวันที่ 8 เม.ย. ที่อาจมีเหตุการณ์แทรกซ้อน ส่วนการสลายม็อบนั้น เชื่อว่ารัฐบาลไม่กล้าทำ เพราะสถานีโทรทัศน์ดีทีวีถ่ายทอดสดตลอดเวลา และมีคนเสื้อแดงร่วมชุมนุมเยอะมาก หากมีการปราบเพื่อสลายม็อบเชื่อมั่นว่าจะเกิดกลียุคทั่วประเทศแน่

แฉรมต.บีบท้องถิ่นขึ้นป้ายเชียร์รัฐบาล

 นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาว่า ถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯไม่ยุบสภา รัฐบาลก็อยู่ลำบาก เพราะนายกฯและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ดูแลฝ่ายความมั่นคง ปล่อยให้รัฐมนตรีหลายคนมีพฤติกรรมไม่ให้เกียรติข้าราชการ แถมยังไปคาดโทษหากปฏิบัติตามคำสั่ง ทำให้ข้าราชการหลายกระทรวงใส่เกียร์ว่าง จนงานในกระทรวงไม่เดินหน้า ทั้งหมดคงเกิดจากนายกฯไปคงมนต์เขมรจนหน้ามืด จึงยอมปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เช่น มีรัฐมนตรีไปทำหนังสือถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เชิญขึ้นมาสัมมนา แต่เมื่อมาถึงกลับถูกหรอกให้ชูป้ายสนับสนุนรัฐบาล และยังบังคับให้ทำป้ายสนับสนุนรัฐบาลในพื้นที่ กรณีดังกล่าวยังเกิดขึ้นกับกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านด้วย แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลใช้ข้าราชการบางส่วนไม่ได้ จึงต้องไปบีบให้ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกำนัน- ผู้ใหญ่บ้านทำให้ จนองค์กรเหล่านี้ก็ไม่พอใจเช่นกัน

พท.ใช้ไสยศาสตร์ปรับฮวงจุ้ยต่อกรรัฐบาล

 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นำเฉาก๊วยมาเลี้ยงแขกเหรื่อที่มาร่วมงานทำบุญวันเกิดพรรคครบรอบ 63 ปีว่า หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ปรับฮวงจุ้ยองค์พระแม่ธรณีบีบมวยผมสัญลักษณ์ของพรรคผิดพลาดไปครั้งหนึ่งแล้วที่นำผ้าแดงพันมวยผม ตามหลักฮวงจุ้ยชี้ว่าจะทำให้มวลชนเสื้อแดงจะชนะ และนายอภิสิทธิ์กลับนำเฉาก๊วยที่มีสีดำมาเลี้ยงแขกอีก ทั้งที่สีดำเป็นสัญลักษณ์ของการไว้ทุกข์ และจะใช้เลี้ยงเฉพาะในงานศพเท่านั้น เรื่องนี้ได้นำไปสอบถามซินแสได้รับคำตอบจะทำต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแน่

 อีกทั้งพรรคเพื่อไทยก็ได้ปรับฮวงจุ้ยเสร็จเมื่อวันสองวันนี้ โดยได้เปลี่ยนมือจับเปิดบานประตูกระจกใหม่ทั้งด้านหน้าตึกอาคารชินวัตรไหมไทย ชั้น 1 ที่มี 2 ประตู 4 บ้าน และด้านหลัง 1 ประตู 2 บาน โดยมือจับเปิดบานประตูใหม่เป็นรูปเศียรช้างทองเหลืองขนาดเขื่อง มีลวดลายสวยงาม และยังได้ตั้งรูปช้างหินอ่อนสูงประมาณ 80 ซม.ไว้มุมซ้าย-ขวาทางเข้าออกหน้าตึกด้วย เปรียบเหมือนเราเตรียมช้างที่จะนำทัพออกรบในวันที่ 8 เม.ย.นี้ และในวันที่ 7 เม.ย.นี้จะมีการทำบุญใหญ่ โดยได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูปมาฉันเพล เพื่อเป็นศิริมงคลแก่พรรคที่จะอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไป

"ปชป.”ถกเครียด ประเมิน“ม็อบเสื้อแดง”

 นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงผลการประชุมส.ส. ว่า ที่ประชุมได้วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การเมืองว่า ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันถอดสลักทางการเมือง ซึ่งทางแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนว่าวันที่ 8 เม.ย. นี้ จะเป็นดีเดย์ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ซึ่งพรรคเห็นว่าการดำเนินการทั้งสิ้น อยู่บนพื้นฐานเพื่อต้องการให้สถานการณ์เกิดความวุ่นวาย เกิดความไม่สงบด้วยการส่งเสริม ยั่วยุอย่างต่อเนื่อง มีการสร้างสถานการณ์ทั้งบนดินและใต้ดิน เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้ากับเป้าหมาย 3 กลุ่ม คือ 1.การเผชิญหน้ากับรัฐบาล ซึ่งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนยันว่า ผู้มีอำนาจรัฐ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือฝ่ายใดๆ ห้ามใช้ความรุนแรงกับประชาชนเป็นอันขาด เพราะตระหนักดีว่าแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการให้เผชิญหน้ากับรัฐบาล
 
 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า 2.เหล่าทัพ โดยมีการพูดจายั่วยุ เพื่อให้ทางฝ่ายเหล่าทัพเป็นปฏิปักษ์ โดยกล่าวว่าทหารอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง การพาดพิงถึงองคมนตรีหลายท่านที่เป็นทหาร เพื่อต้องการสร้างปฏิกิริยาเหล่าทัพ เพื่อให้เกิดการเผชิญหน้า และ 3. กลุ่มประชาชน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา จากการปลุกระดมของมวลชนของแกนนำนปช. และพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งมีประชาชนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยและเริ่มก่อตัว ซึ่งอาจจะเกิดการปะทะกันจนเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสีย จนนำไปสู่การประกาศภาวะฉุกเฉิน
 
 “เป้าหมายการเผชิญหน้าทั้ง 3 กลุ่ม มีวัตถุประสงค์เดียว คือ การเพิ่มอำนาจต่อรองของพ.ต.ท.ทักษิณ ในการที่จะอาศัยความไม่สงบและการเผชิญหน้า เพื่อกดดันรัฐบาล องคมนตรีและประเทศโดยรวม เพื่อให้ประนีประนอม หลังจากที่มีเหตุการณ์เกิดในลักษณะมีคนกลางเข้ามาเจรจาหรือ คนที่รัฐบาลต้องยอมจำนนต่อข้อเรียกร้อง ซึ่งสอดรับท่าทีกับแนวร่วมของพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นนปช. พรรคเพื่อไทย หรือคำพูดของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปฏิเสธการนั่งหารือเจรจาทุกรูปแบบ ดังนั้นพรรคขอเรียกร้องไปยังประชาชนที่มีความเชื่อว่าจะร่วมการชุมนุม เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยจริง ผมอยากถามว่าวัตถุประสงค์ของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นเรื่องการทวงคืนประชาธิปไตย แล้วทำไมถึงไม่ยอมให้ผู้ร่วมชุมนุมจำนวนไม่น้อยที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจได้ยื่นข้อเสนอหารือ ถึงประเด็นปัญหา ของระบบการเมืองเพื่อให้รัฐบาลได้นำประเด็นเหล่านี้ ไปสู่กระบวนการเพื่อหาทางออก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ยืนยันตลอดว่า พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอนั้นเพื่อส่วนรวม ไม่ใช่เพื่อให้คนหนึ่งคนใดพ้นจากการกระทำความผิด” นพ.บุรณัชย์ กล่าว
 
 โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสุเทพได้สรุปสถานการณ์ให้ที่ประชุมฟัง และยืนยันว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะดำเนินการใน 5 เป้าหมาย คือ 1.รักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด เด็ดขาด แต่ไม่รุนแรง และได้หารือถึงสถานการณ์ที่เป็นห่วงมาก ซึ่งสอดรับกับพรรคที่ได้พูดถึง การแจกใบปลิวทั้งบนดินและใต้ดิน เว็บไซด์เชียร์คุณงามความดีของพ.ต.ท.ทักษิณ จนเป็นที่ผิดสังเกตอย่างยิ่ง 2.เป้าหมายในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกันกับ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ เจ้าหน้าที่รัฐ เหล่าทัพ และประชาชน
 
 นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า 3.เป้าหมายที่ต้องการรักษาสถานที่ราชการ ไม่ให้ถูกทำลาย 4.จะต้องป้องกันการวินาศกรรมซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมกังวลว่าจะมีมือที่ 3 แต่รัฐบาลกังวลมือที่ 1 และมือที่ 2 มากกว่า ซึ่งแล้วแต่มุมมองว่า มือที่ 1 และมื่อที่ 2 คือใคร แต่นายสุเทพพูดในที่ประชุมชัดเจน ว่าความรุนแรงไม่ว่าจะรูปแบบใด จะไม่มีวันเกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายรัฐบาล 5.ความสงบเรียบร้อยไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของเอกชน หรือความปลอดภัยของประชาชน ตามปกติรวมทั้งการจราจรด้วยว่า จะต้องให้การทำงานของประเทศเดินหน้าต่อไปได้

พรุ่งนี้ “สุเทพ”เรียก ประชุม“ผวจ.ทั่วประเทศ
 
 ด้านนพ.วรงค์ เดชวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้ประเมินว่าถึงกรณีที่ว่า เหตุใดการเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมครั้งนี้ของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงต้องแรงที่สุด ซึ่งทางพรรคประเมินว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังตกที่นั่งลำบาก เพราะรู้ว่าตัวเองจะต้องแผ่วปลาย โดยเฉพาะนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ รู้จัก พ.ต.ท.ทักษิณ ดี สามารถเอาให้จนมุมได้ โดยเป้าหมายในการเคลื่อนไหวของเขาคือ 1.หนี ไม่ยอมให้ติดคุก 2.ไม่สามารถสูญเสียทรัพย์สิน และ 3.ไม่สามารถสูญเสียอำนาจทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะลักษณะนอมินีก็ตาม นอกจากนี้พรรคฯ ยังประเมินด้วยว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้มีการจัดการที่ดี ทั้งการเปิดตัวหนังสือ “ทักษิณ are you ok” ของหมวดเจี๊ยบ และการออกหนังสือ “คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียก..พ่อ” ของลูกทั้ง 3 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ก็เพื่อแย่งพื้นที่ทางสื่อ
 
 “อย่างไรก็ดีทราบว่าพรุ่งนี้จะมีการเรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสั่งซักซ้อมทำความเข้าใจ กำชับให้ดูแลสถานการณ์” รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว  

คนรักป๋าปะทะเสื้อแดงเมืองคอนไม่พอใจโจมตีป๋า

 ความเคลื่อนไหวที่ จ.นครศรีธรรมราช หลังมีข่าวว่า นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง เตรียมตั้งเวทีปราศรัย และตั้งโต๊ะล่ารายชื่อหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อระดมคนเข้ากรุงเทพฯ นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งคุมเข้มรักษาความปลอดภัยในบริเวณศาลากลางจังหวัดอย่างเข้มงวด โดยระดมเจ้าหน้าที่ อส. และสั่งการให้ตรวจค้นอาวุธผู้ที่เข้าออกบริเวณศาลากลางทุกคนอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งปิดประตูรั้วศาลางกลางจังหวัดทั้ง 4 ด้าน ตรวจค้นรถยนต์เข้าออกทุกคัน
 
ต่อมาเวลา 18.30 น. กลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 20 คน ซึ่งรวมตัวกันที่ถนนข้างศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเตรียมเดินทางไปชุมนุมที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 8 เมษายน ถูกกลุ่มคนรักป๋าเปรม จ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 300 คน ที่ทราบข่าวการรวมตัวของกลุ่มเสื้อ จึงเดินทางมาปิดล้อมไว้ เพราะไม่พอใจที่กลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวโจมตี พล.อ.เปรม อย่างต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งกำลังมาป้องกันทั้งสองฝ่ายปะทะกัน แต่เนื่องจากกลุ่มคนรักป๋าเปรมมีจำนวนมากกว่า จึงสามารถฝ่าวงล้อมของตำรวจ และเกิดการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุปะทะดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มคนรักป๋าเปรมเดินทางมาใกล้เวทีของกลุ่มคนเสื้อแดงจนเกิดการโต้ตอบด้วยเครื่องขยายเสียงอย่างดุเดือด กระทั่งนายสุรชัยเชื่อมสัญญาณจากดีทีวี ซึ่งมีเนื้อหาโจมตี พล.อ.เปรม อย่างรุนแรง สร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มคนรักป๋าเปรมเป็นอย่างมาก และให้นายสุรชัยหยุดการล่วงละเมิด พล.อ.เปรม และให้รื้อถอนเวทีออกไปในทันที

 แต่ปรากฏว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ยอมทำตาม กลุ่มคนรักป๋าเปรมจึงฮือฝ่าแนวป้องกันของเจ้าหน้าที่เข้าไปจะรุมทำร้ายกลุ่มคนเสื้อแดง ขณะที่นายสุรชัยได้ชักปืนพกออกมาเล็งใส่กลุ่มที่เดินเข้าไป รวมทั้งผู้สื่อข่าว ทำให้ต้องกระโดดหนีกันจ้าละหวั่น แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปแย่งปืนจากมือนายสุรชัยไว้ได้ และพานายสุรชัยเข้าไปในสำนักงานศิริธรรมทนายความ พร้อมทั้งปิดประตูเหล็กด้านหน้าทันที ท่ามกลางความไม่พอใจของกลุ่มคนรักป๋าเปรม ที่ตำรวจยังไม่ได้ดำเนินการอะไรกับนายสุรชัย จึงพากันล้อมสำนักงานทนายความไว้

กลุ่มรักชาติหวิดปะทะเสื้อแดงอุดรฯ

 ความเคลื่อนไหวที่ จ.อุดรธานี กลุ่มรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จ.อุดรธานี นำโดย นายมงคล คูสกุล พร้อมสมาชิก 30 คน พร้อมธงตราสัญลักษณ์สีเหลือง พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมสาทิสลักษณ์รัชกาลที่ 1-9 เดินขบวนรณรงค์เชิญชวนให้ชาวอุดรธานีแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพรักของปวงชนชาวไทย
 ทว่า ระหว่างมีการมอบหนังสือต่อนายวิเชียร ปิยะวรกร ปลัดจังหวัดอุดรธานี ปรากฏว่า มีรถติดเครื่องขยายเสียงของชมรมคนรักอุดร 2 คัน พร้อมคนเสื้อแดงประมาณ 10 คน ขับเข้ามาจอดหลังคณะดังกล่าว โดยมีนายขวัญชัย สาระคำ หรือ ขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ลงมาจากรถตรงเข้าหานายมงคล โดยระบุว่านายมงคลกล่าวพาดพิงตนเอง แต่นายมงคลกล่าวว่าไม่เคยพูดถึงนายขวัญชัย แต่พูดถึงคนที่จ้องทำลายสถาบันเบื้องสูง ทำให้นายขวัญชัยไม่พอใจ ปรี่จะเข้ามาเอาเรื่อง แต่ถูกเจ้าหน้าที่กันตัวเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด