ข่าว

หาเงินเข้าคลังกกท.ให้ค่านายหน้า20%

หาเงินเข้าคลังกกท.ให้ค่านายหน้า20%

02 ม.ค. 2554

กกท.ตั้งเป้าใหญ่ เป็นองค์กรพึ่งพาตนเอง วางนโยบายใหม่เรื่องสิทธิประโยชน์ "พีระ ฟองดาวิรัตน์" รองผู้ว่าการ ผลักดันระเบียบการหารายได้เงินสิทธิประโยชน์ กำหนดมีค่านายหน้าร้อยละ 20 ให้นิติบุคคล หวังเป็นแรงจูงใจเข้าร่วมพัฒนาองค์กรกีฬาหลักของชาติ

 นายพีระ ฟองดาวิรัตน์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ เปิดเผยว่า พัฒนาการของกีฬาในขณะนี้มีความเจริญอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดได้นำเสนอแนวทางพัฒนางานด้านกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ประจำปี 2554 ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีว่า นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.ได้เห็นชอบในหลักการเรียบร้อยแล้ว โดยนโยบายใหม่นี้จะยึดหลัก "มืออาชีพ คิดสร้างสรรค์ ทำเป็นทีม"

 นโยบายด้ายการกีฬาอาชีพมีทั้งสิ้น 7 ข้อ ได้แก่ 1.ปฏิรูปองค์กรกีฬาอาชีพทั้งระบบให้มีความเข้มแข็ง มีสมรรถนะสูง และมีการบริหารจัดการที่เป็นสากลทั้งประเทศ 2.สร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนด้วยนโยบาย กฎหมาย และระเบียบปฏิบัติ ที่เป็นสากลสอดคล้องกับความเป็นไทย 3.สร้างประเทศให้เป็นศูนย์กลางการผลิต และพัฒนาบุคลากรกีฬาอาชีพของอาเซียน 4.บูรณาการการพัฒนากีฬาอาชีพร่วมกับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีระเบียบปฏิบัติที่รองรับอย่างชัดเจน 5.รัฐบาลร่วมจัดสร้างสนามกีฬาที่มีมาตรฐานในระดับโลก เพื่อการรองรับการจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพที่มีศักยภาพ หรือส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนที่มีศักยภาพร่วมดำเนินการ 6.เร่งเพิ่มปริมาณและคุณภาพบุคลากรกีฬาอาชีพทั้งระบบเพื่อรับรองการขยายตัว และการเติบโตของกีฬาอาชีพของชาติ และ 7.ขับเคลื่อนกีฬาอาชีพเอกลักษณ์ของชาติให้เป็นกีฬาอาชีพในระดับโลก

 นอกจากนี้รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ ยังกล่าวอีกว่า ไม่ใช่แค่เรื่องพัฒนากีฬาอาชีพเท่านั้น หากแต่ต้องสานต่องานด้านธุรกิจและสิทธิประโยชน์ควบคู่ไปด้วย เพราะถือเป็นงานหัวใจที่ขาดไม่ได้ ซึ่งเรากำหนดนโยบายส่วนนี้เอาไว้ 5 ประการ ได้แก่ 1.การสร้างแรงจูงใจให้ผู้สนับสนุนงานด้านสิทธิประโยชน์ของ กกท. โดยเฉพาะผู้สนับสนุนระดับโกลด์คลาส โดยการจัดกิจกรรมและส่งเสริมการขาย (Promotion) ให้สามารถใช้พื้นที่สนามกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าปีละ 1 ครั้ง ใน 6 สนามกีฬาระดับนานาชาติ 2.ผลักดันให้มีการออกระเบียบการหารายได้เงินสิทธิประโยชน์ของการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยกำหนดค่านายหน้า(Commission) ร้อยละ 20 ให้นิติบุคคลที่หารายได้จากผู้สนับสนุนหลักให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการสร้างแรงจูงใจการมีส่วนร่วมในการพัฒนาให้การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่สามารถพึ่งตนเองได้ 3.มีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้ให้การสนับสนุนที่เป็นระบบและเป็นมืออาชีพ 4.นำหลักบริหารการตลาด 4 พี (4 P-Product, Price, Place, Promotion) และ 5.ใช้การประชาสัมพันธ์เชิงรุก สื่อสารการตลาด ในการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมกีฬาต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการของการกีฬาแห่งประเทศไทย