ข่าว

ส.ว.-นักวิชาการเบื่อแผนปฏิรูปของรบ.

ส.ว.-นักวิชาการเบื่อแผนปฏิรูปของรบ.

01 ม.ค. 2554

“ส.ว.-นักวิชาการ” เบื่อแผนปฏิรูปประเทศไทยรัฐบาล งดติดตาม "ปลอดประสพ" ระบุเป็นสัญญาณดี รบ.ประกาศปรองดองอยู่ในแผนปฏิรูป แนะ ตั้งโต๊ะให้ ปชป. พท. คนกลาง ผู้แทนทหาร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น พร้อมติง มาร์ค แก้ขัดแย้งสังคมก่อนคิดปฏิรูป 4 ด้าน

(1ม.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงถึงแผนปฏิรูปประเทศไทย ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามนักวิชาการ และนักการเมือง เพื่อสะท้อนความเห็นต่อแผนปฏิรูปดังกล่าว ปรากฎว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ติดตามดูการแถลงแผนปฏิรูปของรัฐบาลดังกล่าว อาทิ นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตนใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่บ้าน แต่ไม่ได้ติดตามการแถลงแผนดังกล่าวของรัฐบาล เพราะรู้สึกเบื่อ จึงไม่อยากสนใจ เช่นเดียวกับ  นายไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสุขม นวลสกุล นักวิชาการอิสระ ระบุเช่นเดียวกันกันว่าไม่ได้ติดตาม

หนุนรบ.ประกาศปรองดองอยู่ในแผนปฏิรูป

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศเดินหน้าแผนปฏิรูปประเทศไทย 4 ด้าน โดยเฉพาะกระบวนการสร้างความปรองดองว่า ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่รัฐบาลได้ประกาศให้กระบวนการปรองดองอยู่ในแผนการปฏิรูป ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะจับตาดูว่ารัฐบาลจะทำอย่างจริงใจหรือไม่ และที่ผ่านมา ตนก็เป็นคนหนึ่งที่พูดเรื่องปรองดอง แม้ในมุมหนึ่งยอมรับว่าส.ส.เพื่อไทยส่วนหนึ่งมองว่าตนยอมแพ้ หรือไปยอมรัฐบาลมากไป แต่เรื่องนี้จะเห็นได้ว่าล่าสุดก็มีสัญญาณตอบรับที่ดีจากทุกฝ่ายที่พูดแล้วคิดเรื่องการปรองดองตรงกัน

ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ขณะเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งในเมื่อผู้นำทั้งสามฝ่ายเห็นตรงกันเช่นนี้ก็เชื่อว่ากระบวนการปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริง แต่สิ่งสำคัญและขอแนะรัฐบาลว่าควรคิดถึงขั้นตอน และวิธีการปรองดองอย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มต้นที่ 1.พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นที่ไม่ตรงกัน 2.เอาสิ่งที่ตรงกันมาเดินหน้า และ 3.เอากระบวนการประชาธิปไตยคืนมา โดยจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ยุบสภาในเดือน เม.ย. 54 ซึ่งหากทำได้จะทำให้การปรองดองสำเร็จ โดยตัวแทนการพูดคุยควรมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไทย คนกลาง และผู้แทนทหาร ส่วนดีเอสไอก็ไม่ควรมาเร่งรัดหรือทำนอกกรอบกระบวนการยุติธรรม ทหารก็ไม่ควรเข้ามายุ่ง นอกจากนี้ ฝ่ายเพื่อไทย และเสื้อแดงก็ต้องหยุดดำเนินการยั่วยุ เช่น การเดินขบวนใหญ่ๆไม่ควรเกิดขึ้นอีก และต้องกลับไปสู่กระบวนการปรองดองแม้จะต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ด้วยการพูดคุยกันอีกครั้งก็ตาม โดยหลังปีใหม่ ตนตั้งใจว่าจะประสานไปยังรัฐบาล

ถามว่าจะประสานไปยังนางอัญชลี วานิช เทพบุตร เลขานายกฯหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตนกับนางอัญชลีรู้จักกันมา 30 ปี พูดคุยกันได้ หากคุยกันได้ก็คุ้ม แม้มุมหนึ่งพรรคเพื่อไทยอาจจะไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปประเทศไทย 4 ด้าน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และยุติธรรม ส่วนตัวมองว่าเป็นรูปธรรมและเป็นแผนระยะยาวเกินไป ต้องให้นายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกฯ 5 รอบๆ ละ4 ปีเสียก่อนจึงจะแก้ได้ ดังนั้นทางเดียวที่จะปฏิรูปประเทศไทยได้คือ แก้ความขัดแย้งในสังคมก่อนจึงจะแก้ปัญหาได้