ข่าว

แม่สาวซิ่งเก๋งชนรถตู้ขอโทษแม่ดร.เป็ด

แม่สาวซิ่งเก๋งชนรถตู้ขอโทษแม่ดร.เป็ด

01 ม.ค. 2554

ตร.ออกหมายเรียกสาว 17 ซิ่งเก๋งชนรถตู้รับมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว อาการผู้บาดเจ็บที่รพ.วิภาฯเริ่มดีขึ้น เผาแล้วศพ"น้องป้าย"เหยื่อ

ความคืบหน้าคดีสาวน้อยวัย 17 ปี ซิ่งซีวิค ชนรถตู้บนทางด่วนยกระดับโทลล์เวย์ เป็นเหตุให้มีผู้คณาจารย์และนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านวิทยาศาสตร์ เสียชีวิตรวม 9 ศพ บาดเจ็บอีก 6 คน เกิดเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น

วันนี้ (1มกราคม)  พ.ต.ท.ฉัตรชัย เอี่ยมอ่อง พนักงานสอบสวน(สบ3) งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต / ทางพิเศษ กก.2บก.จร. กล่าวถึงความคืบหน้าว่า หลังมีหนังสือเรียกให้สาวน้อยวัย 17 ปีมาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาโดยในวันเดียวกันนี้ ทางด้านสาวน้อยวัย 17 ปีก็ได้เซ็นหนังสือรับทราบแล้ว และระบุว่าจะมาพบพนักงานสอบสวนตามวันเวลานัดหมาย ส่วนทางคดีขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้ให้ความสำคัญกับคดีนี้ โดยกำชับให้ดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอนของกฎหมายเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีการช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอย่างแน่นอน ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าใครเป็นผู้ขับรถตู้คันดังกล่าวนั้น จากการสอบปากคำพยาน เบื้องต้นมีพยานหลายปากให้การตรงกันว่าผู้ขับคือ นางนฤมล ปิตตาทานัง อายุ 38 ปี ที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุจริง

 อาการผู้บาดเจ็บที่รพ.วิภาฯเริ่มดีขึ้น

 ส่วนความคืบหน้าอาการของผู้บาดเจ็บเมื่อเวลา 11.00น.ที่รพ.วิภาวดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางนายวิศรุท พลสิทธิ์ได้เดินทางออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้แล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บรายอื่นยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยนายสุนทร ปิดตาทานัง อายุ40 ปี บาดแผลเริ่มตกสะเก็ด แผลผ่าตัดที่ไหล่ซ้ายดีขึ้น แพทย์ยังให้พักรักษาตัวเนื่องจากยังต้องรอดูแผลจากรอยเย็บที่ศีรษะ
 
 น.ส.กัญจณ์นภัส ปัญญาประเสริฐ อายุ 23 ปี แพทย์ให้พักรักษาตัวอย่างน้อย 6 สัปดาห์ ถึงจะเริ่มให้ทำกายภาพบำบัดและหัดเดิน ขณะนี้ยังต้องเข้าเฝือกที่ขาข้างขวา ส่วนบาดแผลอื่น ๆ ตามร่างเริ่มตกสะเก็ดแล้ว ขณะที่นายวรัญญู เกตุชู อายุ 20 ปี เบื้องต้นประมาณ 2-3 วัน แพทย์จะลองให้หัดเดินและเปลี่ยนเฝือกที่เข่าข้างซ้าย ขณะที่ไหปลาร้ายข้างซ้ายที่หักยังต้องให้แพทย์ดูอาการอย่างใกล้ชิดยังไม่มีกำหนดออก

 ด้านนายโมฮัมเหม็ด ซาคีป อายุ31 ปี ชาวมัลดีฟส์ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นแพทย์ได้ดึงกระดูกที่ขาขวาซึ่งซ้อนทับกันให้กลับมาปกติแล้ว แต่ยังไม่สามารถเดินได้ปกติ เพราะได้รับบาดเจ็บที่ขาและหัวเข่าข้างซ้ายต้องใช้ไม้ค้ำ ต้องใช้เวลาอีกประมาณ25 วันถึงจะสามารถกลับมาเดินเป็นปกติได้

 นายโมฮัมเหม็ดกล่าวว่า ตนเป็นนักศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย กำลังศึกษาปีที่สอง ซึ่งเป็นปีสุดท้ายและกำลังจะจบการศึกษาในเดือนกุมภาพันธ์นี้ วันเกิดเหตุตนมาขึ้นรถตู้ที่ม.ธรรมศาสตร์ซึ่งอยู่ใกล้กับที่เรียนของตน เพื่อจะไปลงที่หมอชิตและนั่งรถต่อไปหาเพื่อนที่เทเวศน์ แต่มาเกิดอุบัติเหตุก่อน เมื่อพี่ชายทราบข่าวก็เดินทางมาจากประเทศมัลดีฟส์ทันที

 นายโมฮัมเหม็ดกล่าวต่ออีกว่า เมื่อวานนี้ทางน.ส.แพรวาเดินทางมาเยี่ยมและกล่าวขอโทษตน ซึ่งตนไม่ได้ติดใจอะไรเพราะเข้าใจดีว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตามอยากฝากถึงคนไทยว่า ทุกครั้งที่มีเทศกาลมักจะเกิดอุบัติเหตุตลอด เพราะว่าคนไทยชอบที่จะดื่มสุราและขับรถ ตนไม่อยากให้ทำ ทั้งนี้เวลาขับรถบนท้องถนนควรจะมีสมาธิ จะได้ช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้

แม่สาวซิ่งเก๋งชนรถตู้ขอโทษแม่ดร.เป็ด

 เมื่อเวลา 15.00 น.ที่วัดเกาะนัมทาฯ เขตเทศบาลเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นวัดที่ตั้งศพของดร.ศาสตรา (เป็ด) เช้าเที่ยง อายุ 33 ปี นักวิจัยสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ ( สวทช. ) ได้มีนางลัดดาวัลย์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา แม่ของสาวอายุ 17 ปี ได้เดินทางมาขอขมาศพของดร.ศาสตราแทนลูกสาวที่ยังนอนป่วยอยู่

 นางลัดดาวัลย์ ได้พบกับนางถวิล เช้าเที่ยง อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นแม่บุญธรรมของ ดร.ศาสตรา จากนั้นได้คุกเข่าลงกราบเท้านางถวิล 3 ครั้ง พร้อมกล่าวขอโทษด้วยน้ำตานองหน้า ท่ามกลางญาติพี่น้องของ ดร.ศาสตราประมาณ เกือบ 10 คน พร้อมกับกล่าวว่า มาขอโทษแทนลูกสาว ซึ่งจริงๆ แล้วลูกสาวนั้นอยากมาด้วยตัวเองแต่ขณะนี้ยังได้รับบาดเจ็บนอนพักรักษาตัวอยู่ ตนเองจึงได้มาแทน และตัวลูกสาวเองก็อยู่ในสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เพราะโดนสังคมประณามมาก จึงอยากให้คุณแม่ถวิลอภัยให้ลูกสาวด้วย

 ด้านนางถวิล กล่าวว่า คนเราทุกคนไม่ได้แกล้ง ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เกิดขึ้น แต่เมื่อมาเองก็ให้อภัยกัน แต่ที่เสียใจเพราะลูกฉันเป็นคนดี ฉันไม่ได้แกล้งว่า แต่คนรอบข้างชมเขาทุกคนว่าเขาเป็นคนดีมาก คุณยังมีลูกที่คอยกินข้าวด้วยกัน แต่ฉันไม่มีแล้ว

 จากนั้นนางลัดดาวัลย์แม่ของสาวอายุ 17 ปี ได้มอบเงินสดจำนวน 30,000 บาท ในครั้งแรกให้กับนางถวิลเพื่อใช้ในการบำเพ็ญกุศลศพของดร.ศาสตรา ก่อนจะไปจุดธูปขอขมาหน้าหีบศพพร้อมกับกล่าวว่า ได้เดินสายขอโทษผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลไปแล้ว และขอโทษญาติศพผู้เสียชีวิต 6 แห่ง เหลือเพียง 3 แห่งขณะนี้กำลังติดต่อกับญาติอยู่ คือที่เขตตลิ่งชัน กทม. ส่วนที่จังหวัดชัยนาทได้ติดต่อไปแล้ว แต่ทางเจ้าภาพขอให้เป็นหลังจัดพิธีงานศพเสร็จก่อน และที่จังหวัดอุบลฯก็ประสานไปแล้ว แต่เนื่องจากระยะไกลมาก จึงขอให้เป็นรายสุดท้าย

 ส่วนญาติผู้เสียชีวิตที่ยังติดต่อไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนบ้าง ใครรู้ช่วยแจ้งได้ ส่วนครอบครัวนั้นได้มีเจตนารมณ์ที่จะก่อตั้งกองทุน เด็กเรียนดี แต่ยากจน ในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ขอเป็นหลังจากที่ไปบวชชีพร้อมลูกสาวเพื่อถ่ายบาปสักระยะหนึ่ง ส่วนศพของดอกเตอร์ศาสตรา จะทำพิธีพระราชทานเพลิงศพในวันที่ 2 มกราคม 2554 เวลา 16.00 น.

เผาแล้วศพ"น้องป้าย"เหยื่ออุบัติเหตุรถตู้

 เมื่อเวลา 15.30 น. บรรยากาศพิธีฌาปนกิจศพของ น.ส.จันจิรา  ซิมกระโทก หรือน้องป้าย อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะสาธารณสุขศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหยื่ออุบัติเหตุรถเก๋งซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์  เสียชีวิตเป็นรายที่ 9 เมื่อเช้ามืดวันที่30 ธ.ค. 53 ที่ผ่านมา  หลังญาติได้นำศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลไว้ที่วัดบ้านสวน ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์
ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้อง “ป้าย” โดยได้มี นายประกิจ  พลเดช  ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน  ซึ่งบรรยากาศพิธีฌาปนกิจศพ เป็นไปด้วยความโศกเศร้าอาลัยของครอบครัว ญาติ  และเพื่อนนิสิตนักศึกษา จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เดินทางมาร่วมพิธีฌาปนกิจศพกว่า 1,000 คน  

 นายสะโอด   ซิมกระโทก  อายุ 55 ปี บิดาของน้องป้าย   กล่าวว่า   รู้สึกเสียใจกับการจากไปของบุตรสาว   และรู้สึกไม่พอใจครอบครัวของสาววัย 17 คนขับรถเก๋งคู่กรณีที่ชนรถตู้ จนทำให้เกิดเหตุโศกนาฎกรรมมีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย   เพราะตั้งแต่บุตรสาวเสียชีวิตจนถึงวันฌาปนกิจ  ก็ยังไม่เห็นทางครอบครัวของคู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรือส่งตัวแทนมาขอขมาศพเลย
โดยมีเพียงติดต่อโอนเงินเข้าบัญชีมาช่วยงานศพจำนวน 20,000 บาทเท่านั้น   ซึ่งการโอนเงินมาให้ ตนถือว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่มีคุณค่าพอที่จะนำมาใช้ในการศพของลูกสาว   โดยทางครอบครัวต้องการให้แสดงน้ำใจ  หากมาเองไม่ได้ก็ให้นำหรีดมาร่วมไว้อาลัย หรือมาขอขมาศพมากกว่า    ส่วนเรื่องคดียืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายจนถึงที่สุด

 ขณะที่นางปิยะวรรณ  ซิมกระโทก อายุ 53 ปี  มารดาของน้อง น.ส.จันจิรา หรือน้องป้าย ได้ร่ำไห้ด้วยความเสียใจตลอดเวลา   เนื่องจากยังทำได้ไม่ได้กับการจากไปของลูกสาว   ประกอบกับน้องป้าย เป็นลูกสาวคนเล็ก และเป็นความหวังของครอบครัว   และอีก 2 เดือนก็จะจบการศึกษาแล้ว