ข่าว

สนธยาแนะทุกฝ่ายหันหน้าปรองดอง-ลดทิฐิ

สนธยาแนะทุกฝ่ายหันหน้าปรองดอง-ลดทิฐิ

01 ม.ค. 2554

“สนธยา” แนะทุก ฝ่ายหันหน้าปรองดอง ลด ทิฐิ เพื่อประเทศเดินหน้า เชื่อ ประเทศ ปี 54 ไม่รุนแรง เหตุปีมหามงคล 7 รอบ มั่นใจ ปชป. รักษาสัญญา แก้ รธน. สำเร็จ

(1ม.ค.)นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าววิเคราะห์การเมืองใน ปี 54 ว่า เท่าที่ดูวันนี้ไม่ว่าจะเป็นในส่วนฝ่ายค้าน หรือ ฝั่งรัฐบาล ยกหลักมาพูในลักษณะเดียวกันคือการปรองดอง หลังสุดที่คือการที่ อดีตนายกทักษิณ ที่ออกมาพูดทางผ่านพรรคเพื่อไทย ก็ยังพูดถึงการปรองดอง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดี ในการตั้งใจที่จะดำเนินการสร้างการปรองดองในชาติเพื่อให้เดินต่อไปได้ แต่ทุกฝ่ายนั้นต้องหาแนวทางที่ได้พูดคุย ให้เป็นไปตามแนวทางที่ต่างฝ่ายต่างคิดกัน เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ถ้าการเมืองไม่ดี ภาวะเศรษฐกิจ ก็จะถอยหลัง ทำให้ประเทศชาติก็จะได้รับผลกระทบ ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเสียสละ ลดทิฐิ เพื่อให้ประเทศเดินหน้า

 นายสนธยา กล่าวต่อว่า แต่ในปี 2554 รัฐบาลชุดนี้ก็จะครบวาระในวันที่ 23 ธันวาคม โหมดของการเลือกตั้งต้องเกิดขึ้น จุนี้เป็นจุดที่น่าจับตาที่สุด โดย การเลือกตั้งอาจจะเป็นช่วงปลายปี อาจจะหมายถึงว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ไม่ครบวาระตามที่นายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ ถ้าเข้าสู่โหมดสนามเลือกตั้ง แน่นอนต้องมีการรณรงค์หาเสียงอะไรต่าง ๆ ก็จะเป็นไปด้วยความเข้มข้นของการเลือกตั้งหาเสียง แต่ถ้าพูดถึงการมีเรื่องรุนแรงอะไรไหม ถ้าเป็นไปตามที่มีการพูดคุยกันไว้ ในเรื่องของการปรองดองว่าต่างคนต่างหาเสียง ชูเรื่องนโยบาย และเป้าหมายนำประเทศไทยไปสู่จุดหมาย ก็ไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น น่าจะมีแต่เรื่องการรณรงค์หาเสียงที่มีแต่ความคึกคักเข้มข้น อย่างไรก็ตามในเรื่องของความรุนแรงไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ซึ่งปีหน้าเป็นปีมหามงคลด้วยแล้วปีเฉลิมฉลอง 7 รอบ บรรยากาศการเฉลิมฉลองก็จะมีส่วนทำให้การเมือง เป็นไปในอีกแนวทางหนึ่ง

 เมื่อถามว่า การขยับของกลุ่มคนเสื้อแดง และ ทักษิณจะมีผลอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ นายสนธยา กล่าวว่า ต้องมีการขับเคลื่อนอยู่แล้วในฐานะฝ่ายค้านเป็นพรรคที่ต้องต่อสู้กับพรรคประชาธิปปัตย์เป็นหลักในการเลือกตั้งคราวหน้าจะมองดูว่าเป็นการเคลื่อนไหวการเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทยสังเกตได้ว่าเค้าจะมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องทางการเมืองแบบไหนก็แล้วแต่ เรื่องความรุนแรงถ้าแนวทางยังยืนยันกันอยู่ในเรื่องของความปรองดองทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง ถ้าผู้นำทั้งหมดปรองดองจริง ๆ ไม่น่าจะมีความรุนแรงเกิดขึ้น
 
 เมื่อถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญในปีหน้าจะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมนายสนธยา กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคแกนนำ จะรักษาคำมั่นสัญญา เพื่อให้แนวโน้มนั้นเป็นไปในทางเดียวกับพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนตัวยังมอว่า ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นสำเร็จ การเมืองก็จะนิ่งขึ้น

 เมื่อถามว่าการทำงานที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ต้องปรับตรงส่วนไหน นายสนธยา กล่าว่า เท่าที่ดูในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังมีหลาย ๆ ที่ต้องพิจารณาใหม่ ไม่ได้ผ่านซะทีเดียว หลังสุดเรื่องเงินเดือน อบต. ก็ต้องกลับเข้าไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมสุดท้ายกลับเข้าไปในครม.ตามที่พรรคภูมิใจไทยเสนอมา ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของนายกรัฐมนตรี ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมองว่าการทำงานร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ก็มีการพูดคุยกันในส่วนของงานแต่ละพรรคดูแลอยู่ ซึ่งก็มองว่าทุกพรรคก็ต้องการที่จะสร้างผลงาน ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และก็ประเทศโดยรวมอยู่แล้วเพราะฉะนั้นในแต่ละเรื่องที่ผ่านเข้าสู่ในเรื่องของการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ก็น่าจะเป็นเรื่องของแต่ละกระทรวงได้พิจารณากันมาละเอียดรอบคอบ แล้วในระดับหนึ่ง พอมาถึงตรงนี้ในทางนายกรัฐมนตรี จะพิจารณาเพิ่มเติม ไม่อยากให้มองว่าเป็นการแย่งซีน หรือการดึงเรื่องอะไร เพราะแค่ต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมให้มากขึ้น ทแนวทางการทำงานรัฐบาลผสมก็คงต้องเป็นคล้าย ๆ กันแบบนี้ ในส่วนของพรรคไหนกระทรวงไหนดูแลกันอยู่ก็พิจารณากันรอบคอบแล้วก็เสนอต่อคณะนายกรัฐมนตรี ดังนั้นคณะรัฐมนตรี คงต้องมีการทำงานในเชิงลึกกันมากขึ้น เพราะว่าปีหน้าเป็นปีสุดท้ายที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น

 ส่วนจะมีเหตุอะไรไหมที่จะทำให้ยุบสภาก่อนนายสนธยา กล่าวว่า นายกฯพูดไว้อยู่เรื่องเดียว คือเรื่องของรัฐมนูญ กับสภาวะบ้านเมือง และเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนั้นต้องดูต่อไปข้างหน้าว่าสภาพของการเมือง และเศรษฐกิจจะไปยังไง หลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้าอยู่ในสภาวะปกติ บ้านเมืองสงบ และเศรษฐกิจไปด้วยดี ตามที่นายกฯได้เคยพูดไว้ ก็จะเข้าสู่การเลือกตั้งในปีหน้า

 ถามว่าการทำงานตลอด 2 ปีที่ผ่านมาการร่วมทำงานกับรัฐบาลครั้งหน้ายังมีโอกาสอยู่ไหมนายสนธยา กล่าวว่า ในเรื่องของการทำงานในสมัยหน้ายังมีโอกาสทำงานร่วมกันอยู่ แต่ก็ต้องรวมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้จำนวนเพียงพอ