ข่าว

องอาจยันรบ.ใช้หลายทางช่วย7คนไทย

องอาจยันรบ.ใช้หลายทางช่วย7คนไทย

01 ม.ค. 2554

"องอาจ" ยันรัฐบาลพยายามใช้หลายช่องทางช่วยเหลือ 7 คนไทย อุปทูตไทยในเขมรอ้างติดวันหยุดปีใหม่ช่วยเหลือไม่คืบ ด้านทูตไทยเข้าเยี่ยม ระบุทุกคนสบายดี ม็อบยื่นยูเอ็นประท้วงเขมรจับคนไทย ยันมีเอกสารแสดงสิทธิ์ที่ดินเป็นของคนไทย

ความคืบหน้าในการช่วยเหลือคณะของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายวีระ สมความคิด ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนไทยหัวใจรักชาติ และพวก รวม 7 คน หลังรุกล้ำเข้าไปในดินแดนประเทศกัมพูชา บริเวณตะเข็บชายแดนบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว และถูกตั้งข้อหาข้ามพรมแดนเข้าไปในกัมพูชาอย่างผิดกฎหมาย

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามใช้หลายช่องทางเข้าช่วยเหลือ เพื่อให้คนไทยทั้ง 7 คนได้รับความยุติธรรม และได้รับการดูแล แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมก็ต้องให้ความเคารพ รัฐบาลพยายามจะให้ทั้ง 7 คน ได้รับความปลอดภัย

 เมื่อถามว่า จะมีตัวแทนไทยเข้าไปกัมพูชาเพื่อให้ความช่วยเหลืออีกหรือไม่ นายองอาจ กล่าวว่า รัฐบาลได้ใช้หลายช่องทางในการติดต่อ และจะพยายามให้ดีที่สุด ไม่ต้องการให้ปัญหานี้ทำให้เกิดผลกระทบกับทั้ง 2 ประเทศ

 ด้าน นายชโลธร เผ่าวิบูลย์ อุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ถูกกัมพูชาจับกุม ต้องรอศาลนัดอีกครั้ง เพราะยังติดวันหยุดเทศกาลปีใหม่ โดยกัมพูชาจะเปิดทำการในวันอังคารที่ 4 มกราคม ขณะที่สถานทูตไทยได้ทำหนังสือไปยังเรือนจำไปรซอ สถานที่ควบคุมตัว 7 คนไทย เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปเยี่ยมเพื่อให้ความช่วยเหลือ รวมถึงครอบครัวของทั้ง 7 คน ก็เตรียมเดินทางเข้าเยี่ยม โดยเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญได้เข้าเยี่ยมทั้ง 7 คนแล้ว ทุกคนยังสบายดี

 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ภรรยาของนายพนิชเดินทางไปประเทศกัมพูชาเพื่อเยี่ยมสามีแล้ว คาดว่าจะสามารถเยี่ยมได้ใน 1-2 วันนี้ อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ทนายความจะขอยื่นประกันทันที แต่ขึ้นอยู่กับศาลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ และเชื่อว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะยอมรับแนวทางการช่วยเหลือของรัฐบาล ซึ่งนายกรัฐมนตรีเป็นห่วง และกำชับให้ช่วยเหลือโดยเร็ว ทั้งนี้ ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่กระทบความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

 ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานจากหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า เครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติได้ปักหลักชุมนุมค้างคืนเพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัว 7 คนไทยที่ถูกกัมพูชาจับตัวไป โดยมีการปราศรัยบนรถปิกอัพที่ดัดแปลงเป็นรถปราศรัยเคลื่อนที่ กระทั่งเวลา 13.00 น. วันที่ 1 มกราคม เครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาตินำโดยนายสมบูรณ์ ทองบุราณ  ได้เคลื่อนขบวนผู้ชุมนุมกว่า 100 คน มายังสำนักงานขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) บนถนนราชดำเนิน เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนไปยังเลขาธิการยูเอ็น ให้ปล่อยตัวคนไทยทั้ง 7 คน เนื่องจากเห็นว่าทั้งหมดถูกจับในดินแดนไทย แต่กัมพูชาออกข่าวไปทั่วโลกว่าคนไทยรุกไปในดินแดนกัมพูชา 

 ทั้งนี้ กลุ่มคนไทยหัวใจรักชาติยังได้ยื่นเอกสาร สำเนาเอกสารสิทธิแสดงความเป็นเจ้าของที่ดินของคนไทยที่บ้านโนนหมากมุ่น ต.โคกสูง จ.สระแก้ว ให้ยูเอ็นได้พิจารณาด้วย

 นายสมบูรณ์กล่าวว่า เครือข่ายประชาชนหัวใจรักชาติต้องการต่อสู้เพื่อทวงคืนแผ่นดินไทย และเรียกร้องให้ปล่อยตัวคนไทยที่ถูกจับกุมโดยมิชอบ เพราะขณะเกิดเหตุกลุ่มคนไทยยังอยู่ในดินแดนไทย บนที่นาของนายเข็ม  แพงแสงนูน ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.โคกสูง มีเอกสารสิทธิเป็นน.ส.3 ก. และเสียภาษีให้ทางการไทยทุกปี โดยทิศใต้ของที่ดินจรดหลักเขตชายแดนกัมพูชาหลักที่ 46 ขณะถูกจับกุมคนไทยอยู่ห่างจากหลักเขต 46 ประมาณ 300 เมตร ซึ่งวันที่ 2 มกราคม จะมีการแถลงข่าว นำพยานบุคคลที่ไม่ได้ถูกจับกุม เจ้าของที่นา และชาวนาที่ได้รับความเดือดร้อน จากการที่ไม่สามารถเข้าไปในที่นาทำกินที่ถูกระบุว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนได้ เนื่องจากกัมพูชาไม่สนใจหลักฐานเอกสาร น.ส.3 ก. โดยถือว่าถนนศรีเพ็ญเป็นเส้นแบ่งเขตชายแดน