ข่าว

แจงแผนปฏิรูปประเทศรับศักราชใหม่

แจงแผนปฏิรูปประเทศรับศักราชใหม่

01 ม.ค. 2554

นายกฯแจงแผนปฏิรูปประเทศรับศักราชใหม่ ย้ำทำเพื่อความปรองดอง-เพิ่มความเท่าเทียม วางแนวแก้ปัญหาตั้งแต่แรกเกิดยันคอรัปชั่น สร้างระบบยุติธรรมชุมขน อุบประชาวิวัฒน์ไปแถลงวันที่ 9 ม.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 1 ม.ค สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 นำเทปบันทึกภาพรายการ “ปฏิรูปประเทศไทย : เพื่ออนาคตคนไทยที่เท่าเทียมและเป็นธรรม ” ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงแผนปฏิบัติการการปฏิรูปประเทศไทยให้กับประชาชนทั่วประเทศให้ทราบ ซึ่งเทปรายการดังกล่าวจะนำมาออกอาอากาศในวันเดียวกันนี้ทุกช่อง

 ทั้งนี้ความยาวของรายการรวมทั้งสิ้น  30 นาที โดยแบ่งเป็นวีทีอาร์เปิดรายการประมาณ 5 นาที แล้วจากนั้นจึงเป็นการแถลงของนายกฯทั้งหมดโดยเป็นการแถลงที่เชื่อมโยงให้เห็นปัญหาตั้งแต่เด็กแรกเกิด ที่ต้องได้รับการศึกษา มีงานทำและต้องได้รับความเป็นธรรม ทั้งนี้ในส่วนของวีทีอาร์นั้นมีการย้อนให้เห็นภาพก่อนที่จะมีการทำแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งเกิดมาจากมีการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ช่วงเม.ย.-พ.ค. 2553 โดยนายกรัฐมนตรีมีการเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำนปช.แต่ก็ล้มเหลว และจากนั้นนายกฯได้ตัดสินใจแถลงเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2553 ถึงกระบวนการปรองดองที่เชิญทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม และต่อจากนั้นก็มีการจัดเวทีระดมความคิดเห็น อาทิ “โครงการ 6 วัน 63 ล้านความคิด” มีการจัดตั้งสำนักงานปฏิรูปประเทศไทย และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มต่างๆทั่วประเทศ

 จากนั้นนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สวัสดีปีใหม่ประชาชนที่เคารพรักทุกท่านเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ขอถือโอกาสอวยพรให้ทุกคนประสบแต่ความสุข ความเจริญ ตลอดปีใหม่นี้ และตลอดไป และหวังว่าการฉลองปีใหม่ในปีนี้ ทุกคนจะไม่ประมาท และฉลองอย่างปลอดภัย นอกจากจะอวยพรในโอกาสปีใหม่แล้ว เรียนว่าก่อนหน้านี้ตนเคยพูดไว้ว่าแผนของการปฏิรูปประเทศไทยโดยเฉพาะที่จะเป็นแผนปฏิบัติการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เราได้ประกาศแผนปรองดองหลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบตั้งใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง ความเหลื่อมล้ำ และก็มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากนั้นนายกฯ กล่าวย้ำว่า แผนปฏิรูปประเทศไทยในส่วนของรัฐบาลจะเดินหน้าใน 4 เรื่องหลัก 1. ด้านเศรษฐกิจ 2. การขยายสวัสดิการสังคมให้เกิดความมั่นคงในชีวิตสำหรับทุกกลุ่ม 3.เรื่องของการศึกษา และ 4. การเมือง-กระบวนการยุติธรรม

 “วันนี้ 1 ม.ค.2554 เราพร้อมแล้วที่จะบอกกับพี่น้องประชาชน ว่าภายใต้แผนปฏิรูปประเทศไทยนั้นมีอะไรบ้างที่เราจะดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ถ้าจะพูดไปแล้วเรื่องของการปฏิรูปประเทศไทยสิ่งสำญที่เรายึดสำที่สุดคือ "คน"  คือประชาชนทุกคนนั่นเอง หมายความว่าเป้าหมายสุดท้ายคือต้องการให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนทุกคนเป็นชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้นในการที่จะบอกกับพี่น้องประชาชนว่าเรากำลังจะทำอะไรเพื่อสร้างความเท่าเทียม เพื่อสร้างโอกาสนั้น เราจะไล่ไปเลยตั้งแต่ก่อนเกิดไปจนถึงการเข้าสู่วัยเด็ก การเป็นเยาวชน การเข้าสู่วัยทำงาน และการเป็นสมาชิกของสังคม หรือของประเทศไทย ในฐานะผู้ใหญ่”นายกฯ กล่าว

 จากนั้น นายกฯ เริ่มกล่าวถึงแนวทางการดูแลเด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิด ว่าจะจัดทำโครงการรณรงค์ในเรื่องนมแม่ รณรงค์เรื่องการให้อาหารที่ถูกต้องและมีสวัสดิการอาหารเสริมสำหรับแม่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจน ถึงเด็กแรกคลอดจนถึงอายุ 2 ปี มีเรื่องกระบวนการของการส่งเสริมให้คำแนะนำ-คำปรึกษาเป็นคลีนิกสำหรับในเรื่องของการเลี้ยงดู ส่วนการฝากครรภ์ มีโครงการที่ขยายในเรื่องของโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพประจำตำบล ซึ่งจะมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ดูแลอย่างทั่วถึง รวมทั้งเรื่องศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งปัจจุบันยังมีไม่ทั่วถึง และนอกจากทั่วถึงแล้วต้องมีมาตรฐาน เท่าเทียมกันทั่วประเทศ สำหรับการดูแลเด็กเล็กในสถานที่ทำงาน ในแผนมีการเชิญชวนจูงใจให้เอกชนสร้าง หรือมีบริการในเรื่องของการพัฒนาดูแลเด็กเล็กได้ในสถานประกอบการ ทั้งนี้เด็กบางกลุ่มมีปัญหามาก เช่น เด็กที่อยู่ในสถานที่ก่อสร้าง ซึ่งเราจะเริ่มต้นจากโครงการของรัฐที่จะดูแลว่าจะต้องมีผู้ให้บริการดูแลเด็กเล็กในสถานที่ก่อสร้างเป็นการนำร่องไปสู่การที่จะดูแลเด็กเล็กได้อย่างทั่วถึง

 นายกฯ กล่าวถึงแผนปฏิรูปการศึกษาว่า ปัจจุบันเรามีเด็กนอกระบบการศึกษา 1 .7 ล้านคน หรือประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ เด็กเหล่านี้เมื่อขาดโอกาสการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อเติบโตขึ้นมาก็จะมีปัญหาในเรื่องของการมีงานทำ จะขาดความรู้ อยู่ในวัฏจักรความยากจน และคุณภาพชีวิตไม่ดีเพียงพอ ส่วนเด็กพิการสัดส่วนเกือบครึ่งยังไม่มีโอกาสเข้ารับการศึกษาในระบบการศึกษา และมีอีกมากซึ่งแม้เข้าสู่ระบบการศึกษาก็ไม่ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ซึ่งการดำเนินการของแผนการปฏิรูปต้องการให้มีโอกาสได้เรียนร่วมกับเด็กปกติ จะมีการดำเนินการจัดให้มีโรงเรียนสำหรับการเรียนร่วมระหว่างเด็กพิการกับเด็กปกติจังหวัดละ 1 แห่ง

 ส่วนเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคัน นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนมากถึงปีละ 46,000 ราย กลุ่มหนึ่งถูกดำเนินคดีอายุระหว่าง 10 – 18 ปี ในจำนวนนี้ 2 ใน 3 ออกกลางคันแล้วไม่มีโอกาสศึกษาต่อ มีเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่อยู่ในระบบการศึกษาได้ นอกนั้นถูกผลักออกจากระบบ เพราะเรียนไม่ดี เป็นเด็กมีปัญหา ซึ่งจะกลายเป็นคนที่สร้างปัญหาให้กับสังคม สิ่งที่จะดำเนินการคือถ้าไม่สามารถกลับไปเรียนในห้องเรียนแบบมาตรฐานได้ อย่างน้อยที่สุดก็จะได้รับโอกาสในการมีการศึกษาทางเลือก มีการพัฒนาในเรื่องทักษะอาชีพ ให้เขาสร้างโอกาสให้กับตัวเองมีงานทำ มีรายได้ต่อไปในอนาคต

 “สิ่งที่จะทำควบคู่กันไปเหมือนกันทุกเรื่องในแผนปฏิบัติการของการปฏิรูปคือจะสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามาดูแลตรงนี้ ผมได้มีการประชุมกับภาคธุรกิจเอกชน ทั้งสภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคาร สมาคมท่องเที่ยว ทุกฝ่ายขณะนี้ยินดีและพร้อมใจกันว่าถ้ารัฐบาลมีนโยบาย จะเข้าไปดูแลตามกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ที่แต่ละธุรกิจมองเห็นว่าสามารถที่จะเข้ามาร่วมสนับสนุนได้ รัฐบาลก็จะดูแลในมาตรการในเรื่องของการลดหย่อนภาษี รัฐบาลจะดูแลในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจ หรืออย่างน้อยที่สุด เวลาที่ภาคธุรกิจเอกชนประสงค์ที่จะทำเรื่องของโครงการความรับผิดชอบต่อสังคม รัฐบาลจะเป็นผู้ชี้เป้าว่าตรงไหนที่สมควรจะได้รับการช่วยเหลือ”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวถึงมาตรฐานการศึกษาด้วยว่า โรงเรียนที่มีปัญหามากที่สุดคือโรงเรียนขนาดเล็ก มีประมาณ 14,000 แห่งทั่วประเทศ ก็เป็นปัญหาใหญ่ชี้ให้เห็นว่าจำเป็นต้องปรับปรุงคุณภาพ และหาแนวทางในการปฏิรูปเพื่อบริหารจัดการโรงเรียนเหล่านี้ ส่วนปัญหาการขาดแคลนครู ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ครูมีจำนวนไม่พอเพียงอย่างเดียว แต่เวลาของครูถูกเบียดบังไปด้วยภาระด้านอื่น ซึ่งมีโครงการคืนครูให้นักเรียนไปส่วนหนึ่งแล้ว ในการนำเอาบุคคลเข้ามาช่วยงานทางด้านธุรการ แต่ตรงนี้ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นในแผนปฏิบัติการปฏิรูปเริ่มต้นจากโรงเรียนขนาดเล็กจะต้องมีการจัดทำแผนที่ทั้งหมด และใช้โรงเรียนที่เป็นโรงเรียนดีประจำตำบลเป็นแม่ข่าย ดูความเป็นไปได้ว่าในพื้นที่ใดการคมนาคมสะดวกให้เชื่อมโยงโรงเรียนเป็นเครือข่ายหรือเข้ามายุบรวมกันเป็นโรงเรียน ถ้าในกรณีเป็นพื้นที่ห่างไกลไม่สะดวกจำเป็นจะต้องเรียนใกล้บ้าน ก็ต้องมีระบบการบริหารจัดการพิเศษเข้าไปดูแล อาจใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือการบริหารโรงเรียนในลักษณะของการเป็นกลุ่มโรงเรียน มีโรงเรียนพี่เลี้ยง ฯ สำหรับแผนปฏิรูปในส่วนของครู กำลังจะมีโครงกาคืนครูสอนดีให้กับนักเรียน คือให้มีการคัดครูที่เป็นครูที่ทุ่มเทในเรื่องของการเรียนการสอน จะมีการคัดเลือกจากพื้นที่แล้วจะมีรางวัล แรงจูงใจ ให้ครูเหล่านี้ทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง ไม่ต้องกังวลเรื่องของการที่จะต้องไปทำอย่างอื่น จะสามารถเลื่อนไหลหรือมีความก้าวหน้าในทางวิชาชีพ พร้อมกันไปครูเหล่านี้เป็นคนที่ดึงให้ครูใหม่เข้ามาอยู่ในการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้อย่างเต็มที่

 “ผมมั่นใจว่าการเริ่มต้นของการที่จะมีสังคมคุณภาพ คือการมีคนคุณภาพ และการจะเริ่มต้นให้มีคนคุณภาพได้ นั่นก็คือต้องเริ่มตั้งแต่เกิดหรือก่อนเกิดด้วยซ้ำ แผนปฏิรูปครั้งนี้จึงได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับเรื่องของเด็กและเยาวชน ซึ่งสมควรจะได้รับการดูแล และพ่อแม่ผู้ปกครอง ชุมชน จะต้องมีสวัสดิการ มีบริการที่จะดูแลให้ลูกหลานของเรานั้นเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ และมีโอกาส”นายก กล่าว

 นายกฯ กล่าวต่อไปถึงแผนปฏิรูปคนวัยทำงานว่า ตัวเลขของแรงงานปรากฏว่ากว่าครึ่งเป็นแรงงานต้องการรับการฝึกอบรม ศึกษาเพิ่มเติมประมาณ 8 ล้านคน เพราะแรงงานของเรากว่าครึ่งจบเพียงแค่ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า ฉะนั้นแผนปฏิรูปจะจัดหลักสูตรเพิ่มทักษะทางด้านอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของบุคคลเหล่านี้ เพื่อมีโอกาสและรายได้ที่ดีขึ้น สำหรับปัญหาแรงงานนอกระบบที่ไม่แน่นอนเรื่องรายได้ ขาดสวัสดิการ ความมั่นคง ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต้องกู้เงินนอกระบบเป็นหนี้นอกระบบ การประกอบอาชีพถูกเจ้าหน้าที่รังแก-รีดไถ รวมทั้งเรื่องของความปลอดภัยในการประกอบอาชีพ อาทิ พ่อค้าแม่ขาย ผู้ทำงานอิสระ คนทำงานกลางคืน ขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนขับแท๊กซี่ ฯ โดยในส่วนนี้ เราได้ใช้กระบวนการพิเศษเข้าไปดูแลคนกลุ่มนี้ ซึ่งขออนุญาตว่าเฉพาะคนกลุ่มนี้ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่นั้น วันที่ 9 มกราคม คือสัปดาห์หน้า จะได้มีการแถลงละเอียดถึงแนวทางของการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้

 นายกฯ กล่าวต่อไปถึงเรื่องที่ทำกินว่า พื้นที่การเกษตรพบว่าขณะนี้ทั่วประเทศ พื้นที่การเกษตรมีประมาณร้อยละ 38 ของพื้นที่ทั่วประเทศ และส่วนน้อยไม่มีระบบชลประทาน ฉะนั้นแนวทางของรัฐบาลจะมีการปรับกลไกในการบริการจัดการเรื่องที่ดินทั้งหมดของประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ที่ผ่านมารัฐบาลใช้แนวคิดเรื่องโฉนดชุมชนเป็นมิติใหม่ของการแก้ปัญหา มีการผ่านเรื่องของธนาคารที่ดิน ขั้นต่อไปคือจะไม่ดูในแง่ของความเป็นเจ้าของหรือความสามารถในการเข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ดินเท่านั้น แต่ต้องมีการปรับปรุงคุณภาพของที่ดินตรงนั้นให้สอดคล้องกับเรื่องของการทำการเกษตรให้ได้ผล

 “แนวคิดอันหนึ่งที่เราจะมีการดำเนินการผลักดันคือเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษทางด้านการเกษตร ตรงนี้จะเป็นการดูแลว่าพื้นที่ของประเทศไทยที่มีความอุดมสมบูรณ์นั้น จะได้ใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง แล้วจะเป็นรากฐานสำคัญในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวถึงปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยว่า แนวคิดของการแก้ไขปัญหาเรื่องของที่อยู่อาศัยที่ดูแล้วจะได้ผลที่สุด ก็คือเรื่องของการใช้โครงการบ้านมั่นคง ปัจจุบันนี้มีอยู่ 862 โครงการ แต่เป้าหมายที่จะทำต่อไปจะมีจำนวนมากมายกว่านี้ คือจะทำบ้านมั่นคงในชนบท เป้าหมายครอบคลุม 500 ตำบล 50,000 กว่าครัวเรือน เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่พี่น้องประชาชนในวัยทำงาน

 “จะเห็นว่าการคิดในเรื่องของแนวของการปฏิรูปทั้งหมดนั้น เราได้ยึดคนเป็นศูนย์กลาง เมื่อได้รับการศึกษา เมื่อได้รับโอกาสแล้ว เราดูถึงสภาพแวดล้อมการทำงาน ที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และมาตรฐานของการประกอบอาชีพ ซึ่งทั้งหมดนี้คือแนวทางที่จะทำให้เรามีเศรษฐกิจที่มีความเป็นธรรมมากขึ้น หมายความว่าทุกคนที่ประกอบอาชีพไม่ว่าจะประกอบอาชีพใดก็ตาม จะเริ่มมีหลักประกันของความมั่นคง และที่สำคัญที่สุดคือได้รับการพัฒนาในเรื่องของทักษะอยู่ตลอดเวลา”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวถึงแผนปฏิรูปด้านสุดท้ายว่า เรื่องของการได้รับความยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม กฎหมาย และบริการอื่น ๆ ไปจนถึงปัญหาการบริหารจัดการในสังคมที่ยังคงมีปัญหาในเรื่องของธรรมาภิบาล และการทุจริตคอร์รัปชั่น สำหรับเรื่องของความยุติธรรม ปัญหาที่ยังประสบพบเห็นอยู่มีทั้งเรื่องปัญหาความปลอดภัย ปัญหาอาชญากรรม รวมไปถึงปัญหาการขาดธรรมาภิบาลในทุกๆ ซึ่งสถิติอาชญากรรมเห็นชัดเจนว่าไม่มีแนวโน้มลดลง ไม่ว่าจะเป็นในภาพรวม หรือเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่หนักอกหนักใจของประชาชนอยู่ทุกวันนี้ สิ่งที่จะทำในแผนปฏิรูป คือจะมีศูนย์อำนวยการในเรื่องของการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม และยาเสพติดระดับชาติ เพื่อให้เกิดการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน มีการติดตามอย่างจริงจัง อย่างเช่นช่วงที่ผ่านมาได้เข้มงวดกวดขัน ขณะนี้ตำรวจก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่เราไม่ต้องการให้การทำงานตรงนี้ผ่านพ้นไป จะต้องมีศูนย์ที่คอยติดตามงานทางด้านนี้อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้การที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องความปลอดภัย อาชญากรรม จะมีการนำเทคโนโลยี เช่น กรณีของ CCTV เข้ามา

 “แต่ที่สำคัญที่สุดคือการปฏิรูปกระบวนการที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่เราต้องการจะเห็นจากนี้ไปก็คือการทำงานของตำรวจที่มีสถานีตำรวจใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน อยู่กับประชาชนอย่างแท้จริง”นายกฯ กล่าวและว่านี่คือส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปตำรวจที่ได้ประกาศไปช่วงเดือนธันวาคมของปีที่ผ่านมา แต่ขณะนี้แนวคิดคือการดึงเอาอาสาจากภาคส่วนต่าง ๆ มาเป็นสายตรวจบ้าง มาช่วยดูแลบ้าง

 นายกฯ กล่าวต่อไปถึงแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมอีกว่า ปัญหาของการขึ้นโรงขึ้นศาล การมีข้อพิพาทกันมีมากเกินไป แท้ที่จริงถ้าหากว่ามีกระบวนการที่ดี สามารถที่จะไกล่เกลี่ยเพื่อไม่ให้ประชาชนนั้นเข้าสู่กระบวนการซึ่งสร้างภาระ สร้างความแตกแยกในสังคมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไปดูในเรื่องของค่าใช้จ่ายทางด้านคดี พบว่าในส่วนของค่าใช้จ่ายต่อคดีเฉพาะในส่วนของภาครัฐที่ใช้กว่าหนึ่งแสนบาท และถ้าเป็นประชาชนนั้นสูงกว่านี้ อาจจะเป็นเท่าตัวหรือมากกว่า แนวคิดของแผนการปฏิรูป คือจะใช้กระบวนการที่เรียกว่า “ยุติธรรมชุมชน” ปัจจุบันมีอยู่แล้วครอบคลุมอยู่ทุกจังหวัด แต่การดำเนินการยังทำได้น้อยกว่าที่ต้องการจะเห็น เป้าหมายของการปฏิรูปคือการลดข้อพิพาทในชุมชนให้ได้กว่า 3 ใน 4 ผ่านเครือข่ายยุติธรรมชุมชน และนอกจากนั้นจะทำระบบของการร้องเรียน การให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม และได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

 “ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าเวลาที่พี่น้องประชาชนมีปัญหา โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีเส้นมีสาย ไม่สามารถที่จะร้องเรียน และได้รับการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานต่าง ๆ ระบบไม่ว่าจะเป็นยุติธรรมชุมชน ระบบการร้องเรียนเป็นหัวใจของการปฏิรูปงานทางด้านนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนทุกกลุ่มนั้น สามารถที่จะได้รับความเป็นธรรมอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเดือดร้อนทั่วไป ไปจนถึงปัญหาที่เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ผมอยากจะเรียนว่านอกเหนือจากตรงนี้แล้ว สำหรับบางคดี อย่างเช่นปัญหาที่ทำกิน ซึ่งพูดไปเมื่อสักครู่มีความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนนั้น เราก็จะมีกระบวนการพิเศษในการที่จะดูแลคดีเหล่านี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง”นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นว่า การสำรวจต่างๆบอกว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่รุนแรงมาก ขณะนี้สิ่งที่กำลังเดินหน้า ประการแรก คือ กำลังดึงทุกภาคส่วนเข้ามา ในระดับระหว่างประเทศ กำลังเร่งรัดการประกาศให้สัตยาบัน อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น แล้วจะมีมาตรการที่จะดึงภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามา ซึ่งตนได้ลงนามในสัตยาบันร่วมกับทางภาคเอกชนแล้ว และต่อไปนี้ภาคเอกชนจะมาร่วมกันทำงานในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น แล้วจะให้มีการดำเนินการลงสัตยาบันกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ลงไปสู่หัวหน้าส่วนราชการ ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ท้องถิ่น จะต้องมาทำงานเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่ ทั้งนี้มาตรการที่จะเป็นรูปธรรมที่จะออกมายังมีอีกหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลให้เกิดความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงกฎหมายข้อมูลข่าวสาร ไปจนถึงการเข้าไปดูปัญหาของการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการของภาครัฐอย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนของการกำหนดราคากลาง ราคามาตรฐาน ตั้งแต่เรื่องของการที่จะดูแลว่ากระบวนการประมูลนั้นมีความโปร่งใสอย่างแท้จริง ไปจนถึงเรื่องตั้งแต่การล็อคสเปค การกำหนดเรื่องของการจ้างปรึกษาในโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่มาของการสูญเสียงบประมาณเป็นจำนวนมาก

 “ตั้งเป้าเอาไว้แล้วว่าบางเรื่อง 3 เดือนแรกจะมีกติกาที่สามารถจะเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนต่อไปในอนาคต เพื่อที่จะช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นต้นทุนของสังคม” นายกฯ กล่าว

 นายกฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ความจริงแผนการปฏิรูปประเทศไทยยังมีอีกหลายส่วน เช่นการปฏิรูปสื่อจะมีการดำเนินการเรื่องการออกกฎหมายเรื่องกองทุนสื่อสร้างสรรค์ การคุ้มครองวิชาชีพสื่อ เพื่อให้สื่อมวลชนนั้นเป็นสื่อที่มาตอบสนองเป้าหมายของประเทศชาติ บ้านเมือง และส่วนรวมอย่างแท้จริง และนอกจากนั้นงานของคณะกรรมการชุดอื่นๆ ซึ่งทำงานทางด้านการปฏิรูปการเมือง หรือคณะกรรมการอิสระที่ไปทำสมัชชาการปฏิรูปและปฏิรูป ก็จะมีมาตรการต่างๆ ออกมา

 “แต่ว่าสำหรับในส่วนของรัฐบาล แผนปฏิบัติการที่จะเดินหน้าทั้ง 4 ด้าน ที่ได้เรียนมาทั้งหมด คือความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทย เพื่อความปรองดองสมานฉันท์ สำหรับพี่น้องประชาชนทุกคน และเพื่อนำให้สังคมของเรากลับเข้าสู่ความสุขอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลในด้านการปฏิรูป และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนเพื่อให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ”นายอภิสิทธิ์ กล่าว