
ประชาชนแห่รับตะวันใหม่ที่ผาแต้มอุบล
ประชาชนนักท่องเที่ยวทั้งจากในและต่างจังหวัดต่างพร้อมใจกันแห่เดินทางขึ้นไปรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม บริเวณอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จนแถวยาวถึงบริเวณผาหมอนเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
ในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2554 ประชาชนนักท่องเที่ยวจากจังหวัดต่างๆร่วมหมื่นคนได้เดินทางไปกางเต้นท์พักค้างแรมเพื่อรอรับแสงอรุณแรกแห่งปี 2554 ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นด้านตะวันออกสุดของประเทศไทย โดยประชาชนนักท่องเที่ยว ต้องยืนเรียงตลอดบริวเณหน้าผาแต้ม ไปจนถึงบริเวณผาหมอน เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
เมื่อแสงอาทิตย์แรก ได้โผล่พ้นทิวเขาฝั่งประเทศลาว ขณะที่เบื้องล่างเป็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงที่สวยงาม โดยดวงอาทิตย์ ในเช้าวันนี้ ได้ขึ้นเมื่อเวลา 06.32 น. ประชาชนนักท่องเที่ยว ได้นำกล้องถ่ายรูป รวมทั้งโทรศัพท์มือถือที่บันทึกภาพได้ ได้เก็บภายไว้เป็นที่ระลึก ขณะ ที่บางคน ปรบมือด้วยความยินดี ขณะที่ในปีนี้ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ รวม 9 รูป เพื่อให้ประชาชนนักท่องเที่ยว ได้ทำบุญตักบาตรเพื่อความเป็นสิริมงคล ในวันแรกของศกใหม่ ปี 2554 และได้จัดทำใบประกาศเกียรติบัตร รับตะวันแรกก่อนใครในสยาม และเกียรติบัตรการทำความดี ที่ช่วยจัดเก็บขยะภายในเขตอุทยานฯ ด้วย
นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นภูกระดึงห้าพันต่อวัน
ช่วงวันหยุดติดต่อกันซึ่งเป็นช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จ.เลยกลับมีอุณหภูมิลดต่ำลงมากในระดับหนาวถึงหนาวจัด ท่ามกลางทะเลหมอก สร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวเมืองเลยให้คึกคัก คนแห่เข้าจังหวัดเฉลี่ยวันละ 40,000 คน
นายรณภพ คชมาตย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่าในช่วงวันหยุดติดต่อกันปีใหม่นี้ นักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึงเฉลี่ยวันละ 5,000 คนหากมามากกว่านี้ก็จะไม่อนุญาต เนื่องจากเป็นระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชต้องให้พักแรมอยู่ด้านล่างก่อนหรือให้ไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆก่อนโดยที่ จ.เลย นั้นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากอยู่แล้ว ในปีนี้ได้มีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาว่า เพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยในอุทยานฯและป้องกันมิให้เกิดเสียงดังสร้างความเดือดร้อน รำคาญแก่นักท่องเที่ยวและรบกวนสัตว์ป่า
ตลอดจนสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภททุกเวลานั่นคือการปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น หากฝ่าฝืนจะมีความผิด พ.ร.บ.อุทยานฯพ.ศ. 2504 มาตรา 18 และต้องได้รับโทษตามมาตรา 25 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1เดือน หรือปรับไม่เกิน1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.2553เป็นต้นไป หากนักท่องเที่ยวจะนำขวดแก้วขึ้นไปบนภูกระดึงจะต้องร่วมโครงการพิทักษ์ภูกระดึงได้แก่ ทำบรรจุภัณฑ์กับอุทยานฯวางมัดจำไว้ 30 บาท/ขวด
นายรณภพ กล่าวต่ออีกว่า เมื่อลงมาจากภูก็ต้องนำขวดนั้นๆลงมาด้วยเพื่อมาแลกกับเงินมัดจำคืนซึ่งเมื่อประกาศออกมาก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากนักท่องเที่ยวมีเพียงไม่เกิน1 % ก็ยึดมัดจำและนำเงินที่ยึดมาไปจ้างลูกหาบนำลงมา ตอนนี้ยังไม่มีคำค้านหรือร้องเรียนใด ๆ เกี่ยวกับประกาศนี้สำหรับค่าบริการพื้นที่กางเต้นท์สำหรับนักท่องเที่ยวมาเต้นท์มาเองนั้น 30บาทต่อคนต่อคืน และค่าบริการบุคคล หากอายุไม่ถึง 14 ปี 20 บาทต่อคน หากเกิน 15 ปีในอัตรา 50 บาท/คน
นางบุศรินทร์ ลายผ่องแผ้ว ชาว จ.ระยอง เปิดเผยว่าการมาเที่ยวภูกระดึงเป็นครั้งแรกมากับครอบครัวได้ยินได้ฟังได้เห็นภาพภูกระดึงที่สวยงาม อากาศหนาวเย็นตนต้องการให้รักษาสภาพเดิมไว้ให้นานที่สุดเกี่ยวกับการห้ามเครื่องดื่มฮอล์ทุกประเภททุกเวลาออกมาบังคับใช้ก็เห็นด้วยอย่างยิ่งเพราะว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีโทษทั้งต่อตนเองและผู้อื่นในด้านต่างๆโดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็มาจากแอลกอฮอล์เป็นต้นเหตุ
บุรีรัมย์ฟื้นฟูประเพณีเบิกฟ้าตักบาตรบนเขาพนมรุ้ง
เมื่อเวลา 07.30 น.อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจ.บุรีรัมย์ จัดงานประเพณี “เบิกฟ้า ณ พนมรุ้ง” ที่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยได้มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน กว่า 2,000 คน ร่วมขบวนบุญ เดินเท้าจากบริเวณตีนเขาขึ้นไปยังอุทยาประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพื่อไปร่วมพิธีบวงสรวงพระศิวะ เทพบริวาร และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่บนอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เพื่อขอพรเสริมบารมีเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว เนื่องในวันแรกของวันขึ้นปีใหม่ ตามความเชื่อของคนโบราณ
พร้อมทั้งยังได้ร่วมกันนำข้าวสารอาหารแห้ง ขึ้นไปทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์จำนวน 84 รูป ที่บริเวณเสานางเรียง ทางขึ้นเขาพนมรุ้ง เพื่อเป็นการฟื้นฟูประเพณีเบิกฟ้า ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมเป็นปีแรก หลังจากไม่ได้มีการสืบสานมานานกว่า 100 ปี นอกจากนั้นทางอำเภอยังได้มีการนำน้ำพระพุทธมนต์ ที่ได้นำน้ำศักดิ์สิทธิ์จากสระหลวงวัดหลวงอารามหลวง และน้ำจากปากปล่องภูเขาไฟที่มอดดับสนิททั้ง 5 แห่ง มาทำพิธีพุทธาภิเษก แจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตร ได้นำปะพรมเพื่อเป็นสิริมงคลดงกล่าวอีกด้วย
ทางด้านนายชนาส ชัชวาลวงศ์ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้เป็นการฟื้นฟูประเพณีเบิกฟ้า ที่ชาวบ้านได้ปฏิบัติกันมาช้านานเมื่อกว่า 100 ปี ให้กลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อเป็นการอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถาน ปราสาทหินพนมรุ้ง ให้ประชาชนเดินทางมาท่องเที่ยวนำรายได้เข้าจังหวัดในอีกทางหนึ่งด้วย
ภูเก็ตทำบุญตักบาตรพระสงฆ์-แม่ชี 227รูป
เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บริเวณสวน 72 พรรษามหาราชินี อ.เมือง จ.ภูเก็ต เทศบาลนครภูเก็ต ได้จัดให้มีพิธีทำบุญตักบาตรข้าวารอาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ - แม่ชี จำนวน 227 รูป เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2554 โดยมีพระวิสุทธิธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และมีนายนิวิทย์ อรุณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ประธานฝ่ายฆราวาส
พร้อมด้วยนายสมเกียรติ สังข์ขาวสุทธิรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นางสาวสมใจ สุวรรณศุภพนา นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการทุกภาคส่วน พ่อค้า และประชาชนในจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการปล่อยนกพิราบ จำนวน 9 ตัว เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวภูเก็ต รวมถึงเพื่อการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม อันดีงามในการดำเนิน วิถีชีวิตแบบชาวพุทธ
อย่างไรก็ตามก่อนเข้าสู่พิธีการทำบุญตักบาตร เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต ได้กล่าวสัมโมทนียกถา เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พร้อมกับยกเอาคำกลอนอวยพรปีใหม่ของหลวงพ่อพุทธทาสภิกขุ มอบเป็นของขวัญให้แก่ชาวภูเก็ต ด้วย ชื่อกลอน...ใจผ่องแผ้ว เนื้อหาว่า สวัสดี ปีใหม่ ใจผ่องแผ้ว ปีเก่าผ่าน ไปแล้ว ไม่กลับหลัง จงตั้งใจ อ้างพระไตร สรนัง เอามาตั้ง ไว้ในใจ ได้คุ้มครอง ให้พวกเรา เหล่าพุทธ- บริษัท ได้เป็นสุข โสมนัส กันทั้งผอง ที่โกรธกัน พลันกลับใจ ได้ปรองดอง ที่รักกัน ยิ่งประคอง ความไมตรีให้โลกเรา แผ่กว้าง ทางเมตตา มนุษย์ทั่วโลกา เป็นสุขศรี เป็นเพื่อนเกิด แก่-เจ็บ-ตาย ภัยไม่มี สวัสดี ปีใหม่สุข ทุกท่านเทอญฯ
พม่าระนองแห่ทำบุญปีใหม่แน่นวัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานชาวพม่า ที่เข้ามาทำงานอยู่ในจังหวัดระนอง ได้อาศัยช่วงวันหยุดในเทศกาลปีใหม่ออกทำบุญขึ้นปีใหม่ตามวัดต่างๆในเขตพื้นที่ จ.ระนอง อาทิวัดสุวรรณคีรีวิหาร,วัดอุปนันทาราม และวัดบางนอน เป็นจำนวนมาก โดยพบแรงงงานพม่าได้ออกมาทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ตั้งแต่เช้า
น.ส.มิโซ แรงงานพม่าจากกรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ชาวพม่าจะมีการเฉลิมฉลองเช่นเดียวกับคนไทยแต่ในประเทศพม่าจะมีการจัดงานรื่นเริงน้อยกว่าเนื่องจากทางการมีการควบคุมการชุมนุม และการรวมกลุ่ม ดังนั้นส่วนใหญ่ชาวพม่าจึงนิยมออกมาทำบุญตามวัดต่างๆมากกว่าที่จะจัดงานรื่นเริงเหมือนกับคนไทย ซึ่งชาวพม่าเชื่อว่าหากได้ทำบุญในช่วงวันแรกของปี จะส่งผลให้เป็นศิริมงคลและเกิดความโชคดีต่อตนเองและครอบครัวตลอดทั้งปี



