
ซูจีอวยพรขอชาวพม่าสร้างปรองดอง
อองซาน ซูจี อวยพรปีใหม่แก่ชาวพม่า และกระตุ้นให้ผนึกกำลังสร้างความปรองดอง ยุโรปฉลองปีใหม่ท่ามกลางอากาศหนาวและความวิตกก่อการร้าย
(1ม.ค.) นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยหรือ NLD ในพม่า ได้กล่าวอวยพรปีใหม่ที่สำนักงานพรรคในนครย่างกุ้งเมื่อวานนี้ โดยมีเนื้อหากระตุ้นให้ชาวพม่าผนึกกำลังผลักดันการสร้างความปรองดองแห่งชาติด้วยความเข้มแข็งใหม่ พลังใหม่ และแนวคิดใหม่ๆในปีใหม่นี้
เธอบอกว่าจะต้องมีการสร้างเครือข่ายทางสังคมและการเมืองของประชาชนเพื่อให้เกิดความปรองดองและน้ำหนึ่งใจเดียวกันอย่างแท้จริง นอกจากนี้เราต้องมีความหวังให้เกิดเสรีภาพด้านข่าวสารมากขึ้นเพื่อการทำงานของนักข่าวทั้งหมดในพม่า และอยากให้ปีใหม่นี้เป็นปีที่มีความสุขมากขึ้นแก่ประชาชนทุกคนทั่วโลกรวมถึงชาวพม่า รวมทั้งหวังให้เกิดระบบการเมืองที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในพม่า ที่จะนำไปสู่ความปรองดองในชาติ
ซูจี วัย 65 ปีเพิ่งได้รับอิสรภาพเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน หลังถูกกักบริเวณครั้งหลังสุดนาน 7 ปี และรัฐบาลทหารพม่าได้จัดการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 20 ปีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน โดยที่เธอและพรรค NLD ไม่ได้เข้ามีส่วนร่วม
เมื่อวานนี้ทางการสหรัฐได้เรียกร้องให้พม่าปล่อยตัวนักโทษการเมืองและเจรจากับทุกฝ่ายในประเทศเพื่อฟื้นฟูประชาธิปไตย ในขณะที่พม่าเตรียมฉลองครบรอบ 63 ปีที่ได้รับเอกราชจากอังกฤษในวันที่ 4 มกราคมนี้
บรรยากาศฉลองปีใหม่ทั่วโลก
ประเทศแรกที่ต้อนรับปีใหม่ก่อนใครมีชื่อว่าคิริบาติ เป็นหมู่เกาะเล็กๆยากจนในแปซิฟิก ที่มีประชากรแค่ 1 แสนคน ที่นี่ฉลองปีใหม่ตั้งแต่ 5 โมงเย็นวานนี้ตามเวลาบ้านเรา
นิวซีแลนด์ จึงเป็นประเทศสำคัญประเทศแรกที่เข้าสู่ปีใหม่ โดยนับถอยหลังการเข้าสู่ศักราชใหม่ที่เมืองโอ๊คแลนด์ เมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ มีการยิงพลุจากตึก Sky tower ที่สูง 328 เมตรอย่างสวยงาม ทางการสั่งห้ามพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมด
พิธีนับถอยหลังหลักของออสเตรเลีย จัดที่เมืองซิดนี่ย์ โดยคาดว่ามีคนมาร่วมงานมากกว่า 1 ล้าน 5 แสนคน พิธียังคงจัดกันริมอ่าวซิดนี่ย์ ใกล้กับโอเปร่าเฮ๊าซ์ และสะพานฮาร์เบอร์เช่นเดิม ผู้จัดงานคุยว่าการแสดงพลุที่นี่ใหญ่ที่สุดที่โลกเคยจัดมา งานแสดงพลุครั้งนี้ใช้ชื่อว่า เมคยัวร์มาร์ค "Make Your Mark" เพื่อกระตุ้นให้ทุกคนสร้างความแตกต่างในปีใหม่
ที่ไต้หวัน พิธีฉลองมีขึ้นที่อาคาร 101 Tower ในกรุงไทเป ที่เพิ่งจะสละตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลกให้กับอาคารในดูไบไปเมื่อต้นปีที่แล้ว โดยมีการยิงพลุจากอาคาร 101 Tower และอาคารหลังอื่นๆในบริเวณ อย่างงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง
ที่เกาหลีใต้ ประชาชนราว 8 หมื่นคนมารวมตัวกันท่วมกลางสภาพอากาศหนาวเย็นจัด เพื่อฉลองวันปีใหม่ที่หอระฆังโบซินกั๊ก ซึ่งมีพิธีตีระฆังตามประเพณีเพื่อต้อนรับปีใหม่ โดยมีนายโอ แซ ฮุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล และ คิม ยุน จิน นักแสดงชื่อดัง รวมทั้งเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ซึ่งมาในเครื่องแต่งกายพื้นเมือง ก็ได้เข้าร่วมในพิธีตีระฆังทองแดงขนาดใหญ่รวม 33 ครั้งนี้ด้วย ประธานาธิบดีลี มยอง บัค ของเกาหลีใต้ออกมาพูดกับประชาชนเนื่องในโอกาสปีใหม่ถึงเรื่องแนวโน้มของเรื่องสันติภาพกับเกาหลีใต้ในปีนี้ด้วย
ที่ฮ่องกง ต้อนรับปีใหม่ด้วยพลุไฟตระการตาที่บริเวณวิคตอเรียฮาร์เบอร์ โดยมีการยิงพลุจากหลังคาของอาคารสูงชื่อดัง 10 แห่ง รวมทั้งจาก International Finance Centre อาคารที่สูงที่สุดของฮ่องกง เพื่อสร้างความรื่นเริงให้ผู้คนเป็นเรือนแสนที่มาร่วมงาน
ส่วนคนญี่ปุ่นฉลองปีใหม่กันตามวัดและศาลเจ้า อย่างที่วัดโซโจจิ ซึ่งสร้างเมื่อปีพ.ศ.1936 ใกล้กับ Tokyo Tower ในกรุงโตเกียว ผู้คนราว 2 หมื่น ปล่อยลูกโป่งที่เขียนข้อความแสดงความหวังและความปรารถนา ธรรมเนียมการเข้าวัดวันปีใหม่ของญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า ฮัตสึ-โมเดะ ซึ่งหมายถึงการมาวัดครั้งแรกของปี เป็นที่นิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่น ประชาชนจะทำพิธีตีระฆัง เพราะเชื่อว่า มนุษย์เราเกิดมาพร้อมกับความปรารถนา 108 ประการ การเคาะระฆัง 108 ครั้งจะช่วยปลดปล่อยสิ่งเหล่านี้ได้
กรุงฮานอย ของเวียดนามก็จัดพิธีนับถอยหลังต้อนรับปีใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยประชาชนราว 5 หมื่นคนมารวมตัวทำพิธีที่หน้าโรงละครโอเปร่า ตามปกติ ชาวเวียดนามจะให้ความสำคัญกับการฉลองวันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติมากกว่า ซึ่งปีนี้ ตรงกับวันที่ 3 มกราคม แต่วัฒนธรรมตะวันตกได้เริ่มแทรกเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น
ส่วนที่ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็มีการต้อนรับปีใหม่ด้วยการยิงพลุหลายร้อยนัดจากอาคาร บูร์จ คาลิฟา ทาวเวอร์ ตึกที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งมีความสูงถึง 828 เมตร งานนี้ก็ได้รับความสนใจจากผู้คนมากมาย และในวันที่ 2 มกราคมนี้ ตึกหลังนี้ก็จะมีงานใหญ่ เพราะมันจะมีอายุครบ 1 ขวบพอดี ตึกนี้ครองตำแหน่งสูงที่สุดหลังโค่นตึก 101 Tower ของไทเปลงได้
ที่รัสเซีย การต้อนรับปีใหม่ที่จัตุรัสแดง ในกรุงมอสโก ดำเนินไปท่ามกลางสภาพอากาศหนาวจัดขนาดติดลบ 6 องศาเซลเซียส และหิมะที่ตกหนัก แต่กระนั้นก็ยังมีชาวกรุงมอสโกหลายร้อยคนมาร่วมงาน ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีดมิทรี่ เมดเวเดฟ ได้ออกมาอวยพรประชาชน พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวรัสเซียช่วยกันสร้งประเทศให้มีความทันสมัย แข็งแกร่ง เปิดกว้าง และเป็นมิตร
ยุโรปฉลองปีใหม่ท่ามกลางอากาศหนาว
ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ มีฝูงชนอาจมากถึงราว 250,000 คนร่วมนับเวลาถอยหลังสู่ปีใหม่ และชมการแสดงพลุสุดอลังการที่ริมฝั่งแม่น้ำเธมส์ใกล้กับลอนดอน อายและหอนาฬิกาบิ๊ก เบน ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง โดยพลุถูกจุดจากเรือสามลำและลอนดอน อาย และในการแสดงพลุนาน 8 นาทีนี้ยังมีการเปิดเพลงร่วมด้วยเป็นครั้งแรกด้วย และทุกคนฉลองปีใหม่ด้วยความรื่นเริงมากขึ้นเมื่ออากาศที่หนาวจัดได้อุณหภูมิสูงขึ้น
นอกจากนี้ที่กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี มีทั้งชาวเยอรมันและนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วมหลายแสนคนรวมตัวกันที่ประตูบรันเดนเบิร์กเพื่อชมการแสดงพลุครั้งยิ่งใหญ่ด้วยความตื่นเต้น ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมากขึ้นเพราะวิตกภัยก่อการร้าย หลังจากเมื่อเดือนพฤศจิกายนต้องเพิ่มระดับการเตือนภัย เนื่องจากได้เบาะแสว่ากลุ่มอัลไกด้าอาจมีแผนโจมตีตึกรัฐสภาช่วงปีใหม่นี้
ส่วนเอสโตเนียมีการเฉลิมฉลองเนื่องในวันปีใหม่และวันเริ่มต้นของการใช้เงินยูโร ทำให้เอสโตเนียเป็นชาติสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนลำดับที่ 17 ด้วย โดยนายกรัฐมนตรีแอนดรัส แอนซิป เป็นชาวเอสโตเนียคนแรกจากประชากร 1 ล้าน 3 แสนคนที่ได้ถอนธนบัตรยูโรจากตู้เอทีเอ็มที่ติดตั้งขึ้นในงานเฉลิมฉลองที่โอเปร่า เฮาส์ในกรุงทาลลิน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของฝูงชนราว 5,000 คน หลังจากนั้นมีการจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่
สหรัฐฉลองปีใหม่คึกคักในนิวยอร์ก
ที่ย่านไทมส์สแควร์ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ หนึ่งจุดเคานต์ดาวน์ปีใหม่ชื่อดัง มีนักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่ไปร่วมเฉลิมฉลอง ฝูงชนร่วมนับเวลาถอยหลังดึงกึกก้องและชมการปล่อยลูกบอลคริสตัลขนาดใหญ่ในช่วง 60 วินาทีก่อนถึงเที่ยงคืน ที่เป็นสัญลักษณ์ของการเข้าสู่ปี 2011
เหมือนเช่นทุกปี โดยมีนายไมเคิล บลูมเบิร์ก นายกเทศมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน และในปีนี้ลูกบอสคริสตัลที่ออกแบบใหม่มีน้ำหนักรวมเกือบ 6,000 กิโลกรัม ประดับด้วยคริสตัล 2,669 ชิ้นและหลอดไฟแบบแอลอีดี กว่า 32,000 ดวง และหลังจากเวลาล่วงเข้าสู่วันปีใหม่แล้วฝูงชนต่างสวมกอดและโห่ร้องด้วยความยินดี
แต่ในพื้นที่แถบมิดเวสต์และภาคใต้ของสหรัฐกลับเผชิญกับสภาพอากาศอบอุ่นกว่าปกติส่งผลให้เกิดทอร์นาโดทั้งในรัฐอาคันซอส์ รัฐมิสซูรี และรัฐอิลลินอยส์เมื่อวาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คนและบาดเจ็บอีกหลายสิบคน รวมทั้งบ้านเรือนเสียหายจำนวนหนึ่งและเกิดไฟฟ้าดับใน
หลายแห่ง ส่วนที่รัฐหลุยเซียนาและมิสซิสซิปปี มีการประกาศเฝ้าระวังพายุทอร์นาโดเนื่องจากพายุกำลังเคลื่อนตัวลงไปทางใต้



