ข่าว

มาร์คอวยพรขอให้คนไทยพ้นภัยพิบัติ

มาร์คอวยพรขอให้คนไทยพ้นภัยพิบัติ

01 ม.ค. 2554

นายกฯอวยพรปีใหม่ให้คนไทยพ้นภัยพิบัติทั้งปวง ขอบคุณที่ช่วยกันทำให้ผ่านอุปสรรคหลายด้านในปี 53 ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานตักบาตรทำบุญเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ โดยขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนไทย และขอให้ปี 2554 เป็นปีแห่งความเจริญก้าวหน้า ชาวอุทัยธาน

(1 ม.ค.) เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล เผยแพร่คำปราศัยของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2554 โดยคำปราศรัย ระบุว่า “ พี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทั้งหลาย เนื่องในศุภวารดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 255 4 นี้ ในนามของคณะรัฐมนตรี ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยพร้อมใจกัน ตั้งจิตอธิษฐานอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล ทรงสถิตเป็นพระมิ่งขวัญ ร่มเกล้าเหล่าพสกนิกรชาวไทยตราบกาลนาน

 นายกฯ กล่าวอีกกว่า “พี่น้องชาวไทยที่รัก พุทธศักราช 2553 ที่กำลังจะผ่านพ้นไปเป็นอีกปีหนึ่งที่สังคมไทยและพี่น้องคนไทยได้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ หลายประการ ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบมาจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่ ทั้งเหตุการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ และในช่วงปลายปีก็เกิดภัยแล้งและอุทกภัย ในหลายพื้นที่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในรอบหลายปี แต่ถึงแม้ว่าเราต่างประสบกับความเดือดร้อนและยุ่งยากหลายประการ ตลอดปีที่ผ่านมาพี่น้องคนไทยก็ได้ช่วยกันฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคทุกด้านมาได้ด้วยดี ในด้านเศรษฐกิจนั้น ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ก็ได้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขปัญหา จนทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2553 น่าจะเติบโตได้สูงถึงประมาณร้อยละ 7.9 ในด้านความขัดแย้งทางการเมืองนั้น ก็ได้มีการร่วมมือกันของภาคส่วนต่างๆ ในการปฏิรูปประเทศไทย และการจัดสวัสดิการสังคมในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความเป็นธรรม ความปรองดอง และเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยจะมีมาตรการต่างๆ ที่สามารถดำเนินการได้ทันทีหลายมาตรการนับตั้งแต่ต้นปีใหม่นี้

 แต่สิ่งที่น่าชื่นชมยินดีประการสำคัญ ก็คือ ในขณะที่ปัญหาอุทกภัย ซึ่งมีพื้นที่ได้รับความเสียหายถึง 65 จังหวัด มีประชาชนได้รับผลกระทบถึง 12 ล้านครัวเรือน จำนวน 3.77 ล้านราย และคณะรัฐมนตรีก็ได้กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะหลังภาวะน้ำลด ตั้งแต่การช่วยเหลือค่าเสียหายด้านที่พักอาศัยและทรัพย์สิน พันธุ์พืช ไปจนถึงมาตรการด้านสินเชื่อ และการกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาปัญหาภัยพิบัติในระยะยาว ดังที่ทราบกันแล้วนั้น ภาคเอกชน และภาคประชาชนก็ได้ร่วมมือกัน โดยไม่แยกกลุ่มหรือพวกพ้องในการร่วมกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบกับความเดือดร้อนจากภัยพิบัติเหล่านั้น ผมจึงขอขอบคุณอย่างจริงใจในน้ำใจของพวกเราชาวไทย มา ณ ที่นี้

 และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในช่วงปลายปีคือ ช่วงเดือนธันวาคมนี้ เป็นช่วงเวลามหามงคลที่ประชาชนชาวไทยได้รวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว อีกครั้งหนึ่ง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่รักและเทิดทูนของประชาชน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา บรรยากาศแห่งความจงรักภักดี ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความร่วมมือร่วมใจกัน เป็นที่ประทับใจไม่รู้ลืมและเป็นมิ่งมงคลที่นำความสุขมาสู่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ผมขอขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคนอีกครั้ง ที่ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลมาโดยตลอดในปีที่ผ่านมา

 นายกฯ ระบุอีกว่า พี่น้องชาวไทยที่รักทั้งหลายพุทธศักราช 2554 ที่จะมาถึงนี้ ผมเชื่อว่าสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง จะมีแนวโน้มดีขึ้นกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะยังคงขยายตัวไปได้ต่อเนื่อง จากพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยที่มีความแข็งแกร่งจากนโยบายด้านต่างๆ ของรัฐบาล การดำเนินงานตามแผน ปฏิบัติการไทยเข้มแข็งก็จะส่งผลดีมากขึ้นตามลำดับในด้านสังคม รัฐบาลก็เดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และจะจัดสวัสดิการสังคมให้แก่พี่น้องประชาชนในการลดความเหลื่อมล้ำการกระจายรายได้อย่างมุ่งมั่นเช่นกัน

 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแนวโน้มของปี 2554 จะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่เราก็ต้องไม่ประมาท ดังพระราชดำรัสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2553 ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ความว่า “... คนไทยทุกหมู่เหล่า จึงควรจะได้ทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนไว้ให้กระจ่าง แล้วตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด มีความไม่ประมาท และด้วยความมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ เพราะการกระทำโดยประมาท ขาดความรอบคอบ เป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาด เสียหายในหน้าที่ และการกระทำโดยขาดสติยั้งคิด ขาดเหตุผล ความรู้จักถูกผิดนั้น เป็นเหตุให้เกิดความหลง ความลืมตัว ทำให้กระทำสิ่งที่มิใช่หน้าที่โดยชอบได้ ซึ่งเป็นอันตรายมาก อาจจะนำความเสื่อมสลายมาสู่ตนเอง ตลอดถึงประเทศชาติได้... ”

 พี่น้องประชาชนที่เคารพครับพุทธศักราช 2554 เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา รัฐบาลโดยหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนจะร่วมกันจัดทำโครงการ ต่าง ๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ แสดงความจงรักภักดีตลอดปี เพื่อแสดงถึงความผูกพันมั่นคงแน่นแฟ้นระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนชาวไทย ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลกับพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันดำเนินงานเฉลิมฉลองให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ

 ในมงคลวาระขึ้นปีใหม่พุทธศักราช 2554 นี้ ผมขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัยและอำนาจแห่งสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกท่านเคารพนับถือ อีกทั้งพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โปรดดลบันดาลประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ปลอดพ้นจากภัยพิบัติอุปัทวันตรายทั้งปวง ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ และเป็นพลังสำคัญในการสร้างสรรค์พัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป ขอบคุณครับ

ผู้ว่ากทม.ตักบาตรขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคนไทย

 กรุงเทพมหานคร จัดพิธีตักบาตรทำบุญพระสงฆ์ 284 รูป ที่บริเวณลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร โดยมีหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน โดยมีประชาชนและหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก อาทิ สำนักนายกรัฐมนตรี กองบัญชาการทหารสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการทหารเรือ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกองบัญชาการทหารบก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กล่าวอวยพรคนไทยว่า ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ทุกคน รวมถึงคนที่เรารัก พบแต่ความสุขความเจริญ ก้าวหน้า มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ นึกสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการตลอดปีและตลอดไป

 ผู้ว่าฯกทม.ยังกล่าวอีกว่า อยากให้ประชาชนร่วมกันทำบุญ ตามหลักศาสนาของตนเอง และขอเชิญชวนให้ทุกคนร่วมจิตอธิษฐานให้ปีนี้ เป็นปีแห่งความสมานฉันท์ เป็นปีแห่งความเจริญก้าวหน้าในทุกทาง ให้ประชาชนร่วมมือร่วมใจ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา

ชาวอุทัยธานีตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง

 เมื่อเวลา 07.30น. นายวันชัย โอสุคนธ์ทิพย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี ได้กล่าวอำนวยพรปีใหม่ 2554 แก่ชาวอุทัยธานี ก่อนที่จะนำชาวอุทัยธานี จำนวนมาก ร่วมกันรับน้ำพระพุทธมนต์และตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่ พระราชอุทัยกวี เจ้าคณะจังหวัดอุทัยธานี และพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 200 รูป เพื่อสร้างกุศล เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ ตนเอง และครอบครัว เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ที่บริเวณวงเวียนวิทยุ กลางย่านการค้าเทศบาลเมืองอุทัยธานี

 โดยบรรยากาศในช่วงเช้าวันแรกของปีใหม่ 2554 เป็นไปด้วยความแช่มชื่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นสบาย

ยะลากว่า1,000คนร่วมทำบุญตักบาตร

 เมื่อเวลา 07.30 น. ที่ศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้นำพุทธศาสนิกชนชาวยะลา ทั้ง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน กว่า 1,000 คน ร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตและครอบครัว และเพื่ออนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมการทำบุญตักบาตร

 ซึ่งเป็นการดำเนินวิถีชีวิตแบบชาวพุทธให้คงอยู่ โดยมีพระภิกษุสงฆ์ในพื้นที่ จ.ยะลา จำนวน 84 รูป ออกรับบิณฑบาต ซึ่งในปีนี้ ทางศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)ได้นำสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จำนวน 1,000 ชุด มาแจกจ่ายให้พี่น้องประชาชนชาวยะลา เพื่อความเป็นสิริมงคลในวันปีใหม่ด้วย

 โอกาสนี้ พระภาวนาวิสุทธิคุณเจ้าคะอำเภอเมืองยะลา เจ้าอาวาสวัดพุทธภูมิพระอารามหลวง อ.เมือง จ.ยะลา ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้กล่าวคำอำนวยพรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ โดยขอให้ประชาชนชาวยะลา มีความปรารถนาดีต่อกัน มีความรัก สามัคคี ขยัน ประหยัด อดทน ซื่อสัตย์ และสิ่งที่ไม่ดีในปีที่ผ่านมา ก็ขอให้ลด ละ เลิก และขอให้ประชาชนชาวยะลามีความสุขสมหวังในวันขึ้นปีใหม่ ปราศจากโรคภัย อุบัติภัยทั้งปวง

 จากนั้น นายกฤษฎา บุญราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าว พบปะกับชาวยะลาและกล่าวคำอวยพรปีใหม่ประจำปี 2554 ให้ประชาชนชาวยะลาและประชาชนทุกคนในพื้นที่ภาคใต้ประสบความสุขความเจริญในชีวิตและครอบครัว ปราศจากโรคภัย และภัยทั้งปวง และขอให้ความสงบสุขในพื้นที่ภาคใต้ กลับคืนมาโดยเร็ว

"ชวน"นำคนตรังทำบุญตักบาตร

 เมื่อเวลา 07.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์.พร้อมนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายกิจ หลีกภัย นายก อบจ.ตรัง นายแพทย์สุกิจ อัฒโถปกรณ์ ส.ส.ตรัง นายชาลี กางอิ่ม นายกเทศมนตรีนครตรัง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน กลุ่มพลังมวลชน ประมาณ 2,000 คน ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง และปัจจัยต่างๆ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ปี 2554 ณ บริเวณสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง ทั้งนี้ได้มีการนิมนต์ พระธรรมจริยาจารย์ เจ้าคณะหนใต้ และพระสงฆ์ สามเณร จากวัดต่างๆ 100 รูป มารับบิณฑบาต พร้อมกล่าวให้พรในวาระวันขึ้นปีใหม่ 2554

 ทั้งนี้ นายชวน ได้กล่าวอวยพรให้ชาวตรัง มีชีวิตที่ดี อยู่เย็น เป็นสุข และมีข่าวดีของปี 2554 ของคนภาคใต้ตอนบนและตอนล่าง โดยเฉพาะชาวตรัง-พัทลุง ที่จะได้มีถนน 4 เลน ช่วงเทือกเขาบรรทัด หลังจากที่ผ่านมาเห็นชอบจากคณะกรรมสิ่งแวดล้อม จะเริ่มสร้างในปีนี้ เป็นถนนที่อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก และจะมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยใช้งบประมาณ ในการก่อสร้าง 560 ล้านบาท ระยะทาง 10.5 กิโลเมตร

 นอกจากนั้นประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.ได้กล่าวกับชาวตรังว่า หลังจากเหตุการณ์ร้ายๆได้ผ่านไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว เช่น ภัยทางธรรมชาติ น้ำท่วมเกือบทั่วประเทศ รวมทั้งจังหวัดตรัง แต่ปีนี้คาดว่าจะมีสิ่งที่ดีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคายางพารา ที่สูงเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าขณะนี้ราคายางพารายังมีความมั่นใจว่ายังมีราคาดีอยู่ แต่สิ่งที่จะเตือนชาวสวนยางพารา คือ มีคำเตือนจาก ผู้ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญด้านยางพารา ว่าในช่วงที่ยางพารามีราคาดี อย่าให้เรื่องของการพนัน หวยหุ้น หวยรัฐบาล หรือการพนันทุกชนิด เข้ามาเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของชาวสวนยางพารา เพราะจะสร้างปัญหาต่อชาวสวนยางพาราในอนาคตได้ จึงขอให้ใช้จ่ายอย่างประหยัดให้มากที่สุด

ชาวนราธิวาสร่วมลงนามถวายพระพรในหลวง-ราชินี

 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลาลงนามถวายพระพร พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองทั้ง 13 อำเภอ พร้อมทั้งชาวบ้านได้ทยอยเดินทางเข้าร่วมลงนามถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2554 ซึ่งทุกคนต่างตั้งจิตอธิษฐานขอให้พระสยามเทวาธิราช รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักษ์รักษาแผ่นดินไทย ดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง อยู่เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรคนไทยทั่วทั้งแผ่นดินไปตราบนานเท่านาน

 ซึ่งเจ้าหน้าที่และชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงแม้จะต้องปฏิบัติหน้าที่และอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมเป็นเวลา 7 ปีแล้ว โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ร้ายๆจะยุติลงเมื่อไร แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะปักหลักไม่ทิ้งบ้านเกิด เพราะเชื่อมั่นว่าพระบารมีของทั้งสองพระองค์จะทำให้ปัดเป่าสิ่งที่เลวร้ายให้หลุดพ้นไปจาก 3 จชต.ได้ อีกทั้งการที่ทรงพระเมตตาต่อคนไทยทุกศาสนาโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ จะทำให้ผู้ไม่หวังดีต่อชาติเกิดความรู้สึกสำนึกผิด กลับตัวกลับใจเป็นคนดีของแผ่นดินในที่สุด

"องอาจ"ขอให้ลดความขัดแย้งในสังคม

 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรคนไทย เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ว่า ขอให้คนไทยมีศีลธรรมประจำตัวตลอดทั้งปี ซึ่งเชื่อว่าจะมีความสุขกันทุกคน และในช่วงวันขึ้นปีใหม่ ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนต้องการ และอยากเห็นประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ประชาชนมีจิตใจที่ดีงาม และความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน โดยเชื่อว่า ถ้าเรามีความคิดที่ดีต่อกัน โดยปราศจากอคติแล้วจะมีความสุข

 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในส่วนของรัฐบาล สิ่งที่ยังเป็นกังวล คือความรู้สึกที่ขัดแย้งในสังคม ซึ่งรัฐบาลอยากให้ความคิดเห็นเหล่านี้หายไปจากสังคม แต่เข้าใจว่า คงไม่สามารถทำได้ในทันที จึงต้องช่วยกันทุกวิถีทาง และหลายฝ่ายได้ช่วยกันแก้ไขอยู่แล้ว เพื่อให้ความรู้สึกดีๆ กลับมาสู่สังคมไทย

บรรยากาศทำบุญปีใหม่ของชาวสุราษฎร์ฯธานีคึกคัก
 
 บรรยากาศวันขึ้นปีใหม่ที่ จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ช่วงเช้าวันนี้ หลังจากฝนหยุดตก ประชาชนจำนวนมากแต่งกายชุดหลากสี นำโดยนายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กล่าวคำอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชน จ.สุราษฎร์ธานี จากนั้นนำบรรดาหัวหน้าส่วนราชการและพ่อค้าประชาชนทั่วไปหลายพันคนพร้อมใจกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป รับขวัญวันปีใหม่ บริเวณหน้าบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด ริมเขื่อนแม่น้ำตาปี จากนั้นร่วมกันปล่อยนก ให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ

 ขณะที่บรรยากาศตามแหล่งท่องเที่ยวทั้งบนบกและชายฝั่งทะเลปีนี้ไม่คึกคักมากนักเนื่องจากมีฝนตกตลอดทั้งคืนตั้งแต่คืนวันที่ 31 ธ.ค.52 ที่ผ่านมา โดยที่ประชาชนส่วนใหญ่ฉลองปีใหม่กันที่บ้านมากกว่าที่จะออกไปท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา

 ส่วนบรรยากาศในตัวเมืองสุราษฎร์ธานีช่วงเช้าค่อนข้างเงียบเหงา บรรดาร้านค้าต่าง ๆ ส่วนใหญ่หยุดให้บริการเพื่อฉลองปีใหม่ ขณะที่บรรยากาศในตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พ่อค้าแม่ค้า กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่าปีใหม่ปีนี้เงียบมาก ขายของได้น้อย ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศที่มีฝนตกตลอด ทำให้ลูกค้าไม่นิยมออกข้างนอกและจะนิยมซื้ออาหารสดและผักตามห้างสรรพสินค้ามากกว่า

นักท่องเที่ยวแห่ฉลองปีใหม่ -100ปี อำเภอปาย

 ที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศเดินทางเข้ามาเที่ยวที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมฉลองปีใหม่ที่ทางผู้ประกอบการที่พักได้เตรียมไว้จัดขึ้นทุกแห่ง และบริเวณถนนคนเดินเนื่องแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว นอกจากนี้แล้ว อำเภอปาย ยังได้จัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี อำเภอปาย ขึ้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอจัดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี อำเภอปาย ขึ้นที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

  โดยมีนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมงานเฉลิมฉลอง 100 ปี ซึ่งมีกลุ่มชาติพันธุ์ 7 กลุ่ม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอปายร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปี อำเภอปาย โดยกิจกรรมสวดมนต์ปีใหม่ วิถีชีวิตพุทธ หยุดอบายมุขทั้งปวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ

 และเวลา 23.30 น.นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยว และกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอปายร่วมเปิดงานเฉลิมฉลอง 100 ปี อำเภอปาย พ.ศ.2554 โดยปล่อยโคมลอย 101 ลูกขึ้นสู่ท้องฟ้า และเวลา 00.01 น. วันที่ 1 มกราคม 2554 ต้อนรับปีใหม่ Count Down ปี 2554

“ปู่ชัย”ร่วมทำบุญตักบาตรพร้อมอวยพรปีใหม่

นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนกว่า 1,000 คน ได้นำข้าวสารอาหารแห้งมาร่วมทำบุญตักบาตร แด่พระภิกษุสงฆ์สามเณรจำนวน 400 รูป ที่บริเวณถนนรมย์บุรี หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งได้ร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลาในคูคลองละลมโบราณ เพื่อเป็นศิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่

พร้อมกันนี้พระราชปริยัติกวี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังได้กล่าวอวยพรปีใหม่ ให้กับประชาชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมทำบุญตักบาตร ได้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีหน้าที่การงานที่เจริญก้าวหน้า เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ปี 2554 ด้วย ซึ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้ พบว่าส่วนใหญ่ได้มีข้าราชการ พ่อค้า ประชาชนสนใจ พาครอบครัวมาร่วมทำบุญตักบาตรเป็นจำนวนมาก แทนการพาครอบครัวไปกินเลี้ยงสังสรรค์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะการดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมา ที่อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุในอีกทางหนึ่งด้วย