
ปชป.แย้ม'เทือก'ผอ.เลือกตั้ง-'กอร์ปศักดิ์'คุมนโยบาย
"อภิสิทธิ์" แย้มแผนสู้เลือกตั้งปชป.สุเทพนั่งผอ.คุมเลือกตั้ง-กอร์ปศักดิ์คุมนโยบาย ลั่นจับมือกับเพื่อไทยยังไม่ได้หากแนวทางยังเหมือนเดิม อนาคตกอดเนวินอีกไหมยังไม่รู้ โวคะแนนอีสานดีขึ้น หวังเป็นรัฐบาลพรรคเดียว ย้ำอยากให้เรื่องแก้ไข รธน.จบหากสภามีความเห็นอย่าง
(31ธ.ค.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการวางแผนเลือกตั้งครั้งหน้าที่อาจจะมีขึ้นในปี 2554 ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนเรากำลังเตรียมการสู่การเลือกตั้ง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคจะรับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ จะทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายยุทธศาสตร์และนโยบาย ซึ่งจะเริ่มทำงานตั้งแต่ต้นปี เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้ง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับนโยบายของพรรคที่จะชูหาเสียงเลือกตั้งส่วนหนึ่งจะเป็นความต่อเนื่อง จากนโยบายหลัก ๆ ที่เราได้เริ่มต้นเข้ามาเป็นรัฐบาลในครั้งนี้ แต่จะมีนโยบายใหม่บนพื้นฐานของความคิดที่เราต้องการจะสร้างให้คนไทยทุกคนมี หลักประกัน มีสวัสดิการ ขณะเดียวกันการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมต้องเดินไปข้างหน้าด้วยโครงสร้างที่ เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรายละเอียดคงว่ากันตอนเลือกตั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าการรวมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลในวันนี้กับอนาคตทางการเมืองหลังเลือกตั้งมีความเป็นไปได้หรือไม่ นาอยภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงตอบแทนพรรคการเมืองอื่นไม่ได้ แต่ประเด็นนี้จะมีความชัดเจนหลังจากที่มีการยุบสภามีการเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคต้องตอบคำถามกับประชาชนในช่วงของการหาเสียงว่าจุดยืนของแต่ละพรรคคืออะไร นโยบายคืออะไร การทำงานร่วมกับพรรคอื่นเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร
ส่วนจุดยืนของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลกันได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ขณะนี้ที่อยู่ในสภาคิดว่าคงจะไม่ได้” แต่ตนไม่ทราบพรรคเพื่อไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงแค่ไหนจากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้ง เพราะตอนนี้เห็นว่ายังไม่ลงตัวกันอยู่ ซึ่งตนไม่สามารถตอบได้เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าแนวทางของพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไร แต่หากเป็นแนวทางเดิมมันเป็นไปไม่ได้
เมื่อถามว่าในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำงานร่วมกันมาคิดว่าหลังเลือกตั้งพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้จะยังสนับสนุนเป็นนายกฯอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คงตอบแทนเขาไม่ได้
ส่วนที่หลังเลือกตั้งจะเห็นภาพนายกฯกอดกับนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยอีกหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ หัวเราะก่อนกล่าวว่า แต่ละพรรคเขาจะกำหนดจุดยืนของตัวเองและช่วงเลือกตั้งจะมีความชัดเจนแต่ละ พรรคไปตอบแทนพรรคอื่นไมได้
เมื่อถามว่าคิดว่าหลังเลือกตั้งอะไรที่จะทำให้ประชาชนให้โอกาสนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นนายกฯอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ถ้าได้รับการเลือกตั้งกลับเข้ามาก็หมายถึงความไว้วางใจในฐานะที่ได้นำพาประเทศฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค์ต่าง ๆ รวมถึงการได้ริเริ่มนโยบายใหม่ๆหลายนโยบายที่เป็นประโยชน์ และแนวทางการทำงานที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าคิดว่า 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยได้อะไรจากนายอภิสิทธิ์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คิดว่าเราได้หลุดพ้นจากช่วงซึ่งประเทศไทยไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้เลย มีรัฐบาลซึ่งอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถผลักดันนโยบายอะไรต่าง ๆ ได้เลยมาสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน มีการให้หลักประกันความมั่นคงกับชีวิตของคนจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยมีโอกาสในเรื่องเหล่านี้เลย ขณะเดียวกันกำลังเดินไปข้างหน้าในการปรับโครงสร้างต่าง ๆ ของประเทศของบ้าน เมืองในแนวทางการปฏิรูป
ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดว่านายอภิสิทธิ์ได้อะไรจากการเป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ได้ทำงานให้ประชาชนและปีหน้าจะเป็นปีที่เราหวังว่าประเทศจะก้าวพ้นจากสภาพ วิกฤติทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ซ้อนกันมาเป็นระยะเวลา 2 3 4 5 ปีแล้ว แต่คนจะมอง
เมื่อถามว่ามองการเลือกตั้งที่จะถึงอย่างไรเพราะบางส่วนวิเคราะห์จะเป็นสงครามที่ใหญ่มาก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่คิดว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่เชื่อว่าการแข่งขันคงเข้มข้น แต่คิดว่าคนส่วนใหญ่ต้องการเห็นกระบวนการประชาธิปไตยเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่การเลือกตั้งเป็นธรรมดาต้องต่อสู้กันในทางการเมืองค่อนข้างเข้มข้น ในความหมายคือทุกคนต้องพยายามให้ตัวเองได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด และคิดว่าพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง เพราะไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยและถ้าระบอบประชาธิปไตยมีปัญหาคนที่ เดือดร้อนก่อนเพื่อนคือพรรคการเมือง
เมื่อถามว่าภาคอีสานคิดว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถได้คะแนนเสียงเพิ่มหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราสามารถที่จะเพิ่มคะแนนเสียงได้ในส่วนของพรรค ตนมั่นใจอย่างนั้น เรารู้ว่าการที่จะได้คะแนนเสียงพอที่จะได้ที่นั่งเพิ่มเยอะ ๆ ยังเป็นไปได้ยาก แต่คะแนนเสียงของพรรคนนับแต่ตนเข้ามารับผิดชอบก็ดีขึ้นโดยลำดับ
“อย่างที่อีสานตอนเข้ามาคะแนนของเราอยู่เฉลี่ยที่ประมณ 7% แต่ตอนนี้เข้ามาใกล้เคียงประมาณ 30%”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึง กรณีการแก้ไขธรรมนูญว่าจะสามารถแก้ไขเสร็จก่อนที่จะการเลือกตั้งหรือไม่ว่าควรที่จะมีข้อยุติก่อนการเลือกตั้ง และตนก็ทราบว่ากรรมาธิการของสภาก็เร่งอยู่ ซึ่งมาตรา 190 ก็เรียบร้อยแล้ว
ต่อข้อถามที่ว่า ที่ยืดเยื้อเพราะพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขจำนวนส.ส. นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องยืดเยื้อ แต่เรื่องเห็นด้วยไม่เห็นด้วยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง จะออกมาอย่างไร จะผ่านไม่ผ่านก็เป็นเรื่องของสภา แต่ตนอยากให้มันจบ ซึ่งจะจบอย่างไรก็ได้ ขอให้มันจบถือว่าเป็นข้อยุติของสภา
เมื่อผ่านกรรมาธิการแล้วแต่ละพรรคจะมีจุดยืนอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ละพรรคต้องไปประชุมกันในเรื่องของจุดยืน ส่วนจุดของพรรคประชาธิปัตย์ และรัฐบาลเองในฐานะที่เป็นคนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลขณะนี้ถือว่าเป็นร่างของสภาแล้วและทางแต่พรรคการเมืองต้องไปกำหนดจุดยืนของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรหากกฎหมายจะผ่านหรือไม่ผ่าน มันเป็นการได้ข้อยุติของสภาว่าจะเลือกตั้งกันแบบไหน หรือจะทำอย่างไรเกี่ยวกรณีเรื่องสนธิสัญญา
เมื่อถามว่า เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านกรรมาธิการแล้ว ภาระในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลและภาระรัฐบาลเป็นอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ภาระในฐานะรัฐบาลจบแล้ว เพราะรัฐบาลจะเอาข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เป็นประธาน เสนอต่อสภา และหลังจากนี้ไปก็เป็นเรื่องของสภา สภาจะมีความเห็นอย่างไร ตนก็ถือว่าเป็นความยินยอม และทุกพรรคการเมืองต้องยอมรับว่ากติกาเป็นอย่างนี้ นั้นคือภาระหน้าที่ของตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาล
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีถูกมองว่าเป็นแค่คนเสนอ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทำมาแล้ว แต่หลังจากนี้ ตนไม่ทราบ ถ้าร่างเหมือนกันทุกอย่าง อย่างมาตรา 190 ที่ ตนมีจุดยืนว่าต้องปรับแก้อะไร ตนก็บอกว่ามาตรา 190 รัฐบาลผลักดัน เพราะเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการแก้ และเป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กรณีของเขตเลือกตั้ง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องไปว่ากันใหม่สำหรับจุดยืนของแต่ละพรรค
เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปรองดอง และอ้างว่าเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการฯ แล้วใจของนายกรัฐมนตรีคิดอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนต้องการอะไร แต่วันนี้ถ้าเราอยากจะปรองดอง เราเอาความต้องการและใจตัวเองเป็นหลัก มันก็ไม่ปรองดอง ทั้งหมดที่ทำมา อย่างเรื่องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญตนก็ขีดเส้น อย่างที่บอกบางประเด็นที่เขาเสนอมา แต่ตนรับไม่ได้เพราะบ้านเมืองจะวุ่นวายตนก็ไม่ทำ บางประเด็นไม่ถูกใจ แต่ไม่มีเหตุผลที่จะบอกว่าวุ่นวายตนก็เสนอให้ ซึ่งอยู่ที่แต่ละประเด็น
ต่อเมื่อถามที่ว่า ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปจากเดิมที่คณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ เสนอ จุดยืนของ พรรคประชาธิปัตย์จะยืนยันว่าไม่แก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะตนไม่รู้ว่าคณะกรรมาธิการฯ จะแก้ไขอย่างไร เพราะมันมีหลักของมันอยู่ แต่รายละเอียดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมมติแก้เพิ่มเรื่อง ส.ส. บัญชีรายชื่อ ตนคิดว่าพรรคก็ไม่มีปัญหา และที่เป็นปัญหาก็คือ หากกลับไปสู่จุดที่พรรคเคยคัดค้าน
เมื่อถามว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความมั่นใจว่าทั้ง 2 ร่างจะผ่าน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ท่านเป็นผู้จัดการรัฐบาล
ถามว่าเสียงส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตามเสียงใหญ่ เพราะที่ผ่านมาตลอดทั้งปี ก็มีการพิจารณาและลงมติเรื่องนี้หลายครั้ง
ส่วนที่ปีหน้าฝ่ายค้านเตรียมที่จะอภิปรายรัฐบาลมีความพร้อมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็เตรียมที่จะตอบ



