
เมื่อความตายบนถนนมากกว่า ใอัฮหมัด สมบูรณ์ บัวหลวง [email protected]นสนามรบ
อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะครบ 7 ปีของความไม่สงบที่พี่น้องพลเมืองไทยได้รับในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐไทยต้องประสบกับความสูญเสียอย่างมหาศาลทั้งเงินทอง ทรัพย์สินและที่สำคัญยิ่งคือชีวิตผู้คนพลเมืองในประเทศนี้ต้องมาสังเวยเป็นเหยื่อของความรุนแรงทั้งโดยตรงและโดยไม่เต
ที่นั่นความรุนแรงเขาคงจะวัดกันที่จำนวนเหตุการณ์ที่เกิดจำนวนความสูญเสียทั้งกำลังเจ้าหน้าที่กลไกรัฐในทุกภาคส่วนและรวมถึงประชาชนทั่วไป ซึ่งสามารถติดตามข่าวสารและสาระความจริงที่เป็นจริง หรือความจริงที่ถูกสร้าง หรือแม้แต่ไม่เคยจะได้ยินความจริงคืออะไร เพราะความจริงคนละชุดกันระหว่างความจริงที่รับรู้จากรัฐ กับความจริงของพื้นที่ ซึ่งไม่ทราบว่าอย่างไหนคือความจริงที่เป็นจริงอย่างแท้จริง แต่ความจริงที่ค่อนข้างจะแน่นอนคือจำนวนงบประมาณในที่แจ้งหรืองบในที่ลับ
ซึ่งใช้อย่างลับๆ ไม่เคยสำแดงให้ประชาชนทราบตามสื่อสาธารณะแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่เงินเหล่านั้นส่วนใหญ่คือภาษีที่ถูกขูดจากประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และมีการกระซิบกระซาบจนดังไปทั่วว่าบรรดากลไกรัฐหลายหน่วย หลายคน หลายระดับใช้เงินภาษีเหล่านั้นอย่างฟุ่มเฟือย ไร้สาระหาประโยชน์ไม่ได้ เมื่อยิ่งมีข่าวว่ารัฐบาลมีนโยบายลดแลกแจกแถมในโครงการไทยเข้มแข็ง โครงการเยียวยาหลังประสบกับภาวะน้ำท่วมและมีแนวนโยบายใหม่เรื่องประชาวิวัฒน์ ? พวกเหล่านั้นกำลังอ้าปากรอรับส่วนบุญเพิ่มอย่างจดจ่อ เพราะมีข่าวคราวหนาหูว่าหลายคนสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตัวเองกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เป็นกอบเป็นกำ ในรอบ 7 ปีใช้เงินเป็นแสนล้านไปแล้วและกำลังจะเพิ่มอีกเท่าไหร่ไม่ทราบได้ คงจะสนุกสนานบนความเจ็บปวดของพลเมืองไทยต่อไปอีกนาน ?
หันมามองถึงข้อมูลที่ได้รับว่าความสูญเสียชีวิตในความไม่สงบที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ปัจจุบันเฉลี่ยวันละ 2 คน เมื่อเปรียบเทียบกับความสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วประเทศในรอบปีที่แล้ว (2552) มีกว่าวันละ 30 คน เฉลี่ยชั่วโมงละคนกว่า นับเป็นข้อมูลที่น่ากลัวมาก ไม่อยากจะย้อนถอยหลังดูข้อมูลเมื่อ 10 ปีที่ว่ามีพลเมืองไทยต้องตายนับหมื่นๆ คน โดยเฉพาะผู้คนที่สัญจรบนทางหลวงในชนบท จะยิ่งน่ากังวลและชวนขนหัวลุก
ทั้งกลัวทั้งขยาดที่จะใช้ถนนหลวงไปเยอะ แต่จนใจเพราะต้องทำมาหาเลี้ยงชีพและต้องใช้รถใช้ถนนวันยังค่ำ อุทาหรณ์ความสูญเสียเหล่านี้คือบทเรียนที่สูงค่าของประเทศที่จะต้องมาคิดวิเคราะห์ให้ดีว่า เป็นเพราะมีเหตุการณ์ความไม่สงบที่ภาคใต้มาอย่างยาวนาน ทำให้รัฐต้องทุ่มเทเงินทองไปที่ภาคใต้มาก จนไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะไปแก้ไขปัญหามาตรฐานและความเหมาะสมของถนนหนทางทั้งประเทศหรือเปล่า ? สัญญาณจราจรมีไม่ครบ ที่มีก็ไม่สมบูรณ์
ตำรวจทางหลวงมีไม่พอ รถราพาหนะของเจ้าหน้าที่น้อย การให้การศึกษาเรื่องวินัยจราจรไม่เพียงพอและไม่ทั่วถึง ไม่นับรวมคนตกงานที่รัฐไม่สามารถช่วยสร้างงานใหม่ที่เหมาะสมได้ ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องพึ่งเหล้ายาย้อมใจ และเขาก็ใช้พาหนะวิ่งบนท้องถนนในขณะที่เมา อุบัติเหตุจึงมีมากมายเช่นนี้กระมัง ? ลูกหลานจะเรียนหนังสือที่มาตรฐานก็ทำไม่ได้เท่าที่ควรจะเป็น สร้างความเหลื่อมล้ำทางความรู้สึกแก่พลเมืองไทย คนเมืองกับคนชนบทถึงแม้จะมีสิทธิ์เท่าเทียมกันตามรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพียงวาทกรรมในตัวอักษรที่ถูกบันทึกในกระดาษเท่านั้น หาเป็นรูปธรรมที่แท้จริงได้ยากหนักหนา
ตราบใดที่รัฐยังมองและเชื่อว่าจังหวัดชายแดนภาคใต้มีกลุ่มขบวนการกู้เอกราชปาตานีอยู่และใช้กระ บวนทัศน์ในการแก้ปัญหาทางเดียวอย่างที่ปฏิบัติอยู่ ผลกระทบด้านอื่นๆ ของประเทศจะเป็นลูกโซ่อย่างที่กล่าวข้างต้นอย่างหนีไม่พ้น การเปลี่ยนกระบวนทัศน์ด้วยการหาทางออกหลายทาง มิได้หมายความว่าท่านผู้นำจะเสียท่าอะไรเลย เพราะความจริงหลายประการได้บ่งบอกว่าปัญหาที่แท้จริงของประเทศขณะนี้คือการคอรัปชั่นและการรวมศูนย์อำนาจ แต่ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรที่เหมาะสมและดูเข้าท่าที่สุด
จึงหาเงื่อนไขที่เหมาะสมคือขบวนการแบ่งแยกดินแดนมาเป็นแพะเพื่อเชือดพลีสังเวย และปีใหม่นี้ท่านผู้นำจะเข้มแข็งและไม่หลงงมงายและงมโข่งกับความหมายของความไม่สงบที่ภาคใต้ในภาพเดิมๆ ให้มากไปกว่านี้อีกเลย อย่าได้ให้การใช้รถใช้ถนนในปีใหม่นี้ต้องมีตัวเลขของอุบัติเหตุมากมายเหมือนที่ผ่านมา หากงบประมาณความมั่นคงในส่วนของภาคใต้ไปใช้แก้ปัญหาจราจรในประเทศส่วนหนึ่ง พลเมืองไทยจะมีความสุขที่สัมผัสได้และมั่นคงมากกว่าเป็นไหนๆ นะครับท่านนายกรัฐมนตรี



