ข่าว

เรียงข่าวร้อยคน (พุธที่ 5 มกราคม 2554)

เรียงข่าวร้อยคน (พุธที่ 5 มกราคม 2554)

05 ม.ค. 2554

 00ช่วงก่อนปีใหม่ ถ้าจำกันได้ "น้ำมันปาล์ม" ขาดแคลนอันเกิดจากเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นผลปาล์มสดราคาพุ่งพรวดไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 7 บาทกว่า โรงกลั่นน้ำมันปาล์มงดซื้อผลปาล์มมาสกัด เนื่องจากขาดทุน หรือไม่คุ้มทุน ผลผลิตปาล์มออกมาน้อย เนื่องจากประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ แต่ที่เลวร้ายที่สุดเห็นจะเป็น "นายทุน" ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ "กักตุน" น้ำมันปาล์มเอาไว้ เพราะรู้ข้อมูลอยู่แล้วว่า ในอนาคตเมื่อน้ำมันปาล์มขาดแคลน จะต้องมีการปรับราคาขึ้นไป คนที่มีน้ำมันปาล์มอยู่ในมือก็จะได้ประโยชน์

 00หลังจากนั้นไม่นาน เป็นไปตามนั้น เมื่อผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มเสนอขอปรับราคาขายจากขวดละ 38 บาท เป็น 48 ปี คือขอปรับราคาขายเพิ่มไปอีกขวดละ 10 บาท แล้วนายทุน ผู้ประกอบการที่กักตุนน้ำมันปาล์มไว้ก่อนหน้า 2 ล้านขวดก็ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ 2 ล้านขวด ขวดละ 10 บาท ลองคิดดูว่าเป็นวงเงินเท่าไหร่ ยังโชคดีที่กระทรวงพาณิชย์รู้ทัน ไม่อนุมัติให้ปรับราคาขายขึ้นไปอีก พร้อมกับสั่งนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศเข้ามาชดเชย และบีบให้นายทุน ผู้ประกอบการน้ำมันปาล์มคายน้ำมันในสต็อกออกมาในตลาด

 00แต่อยากให้กระทรวงพาณิชย์ระมัดระวังเหมือนกันเกี่ยวกับการสั่งนำเข้าน้ำมันปาล์ม เพราะอนาคตอาจจะกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ที่เพิ่งจะลืมตาอ้าปากได้ ราคาผลปาล์มสดเพิ่งจะขยับขึ้นไปพออยู่ได้ จากราคากิโลกรัมละ 3-4 บาท เป็น 7 บาท ซึ่งการสั่งนำเข้าน้ำมันปาล์มเข้ามาแทรกแซงตลาด อาจทำให้ราคาผลปาล์มสดลดลง และเกษตรกรจะได้รับผลกระทบตามมาอีก แล้วจะตามแก้ปัญหาแบบ "งูกินหาง" ไม่รู้จักจบจักสิ้น

 00ในการแก้ไขปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลน อาจจะไม่ใช่เฉพาะกระทรวงพาณิชย์เท่านั้นที่ต้องรับมือแก้ไข แต่อาจหมายรวมถึงกระทรวงพลังงาน โดยกรมพลังงานทางเลือกด้วย เพราะที่ผ่านมาได้นำน้ำมันปาล์มไปใช้ในการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลด้วยจำนวนไม่น้อย ในขณะที่สถานการณ์การผลิตน้ำมันปาล์มบ้านเราน่าจะแค่เพียงพอต่อการบริโภคเท่านั้น เราเพิ่งจะส่งเสริมกันอย่างจริงจังให้มีการปลูกปาล์มเพื่อนำมาใช้ในการปลิตน้ำมันไบโอดีเซลเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น จึงยังไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้เป็นพลังงานทางเลือก

 00หรืออย่างมะพร้าวก็จัดอยู่ในประเภทพืชพลังงานเช่นกัน มีการนำมะพร้าวไปผลิตเป็นไบโอดีเซลจำนวนไม่น้อย ในขณะที่ผลผลิตมะพร้าวเริ่มออกมาป้อนตลาดน้อยลง อันเกิดจากภัยแล้ง และหนอนระบาดในมะพร้าว อย่าง อ.ทับสะแก แหล่งผลิตมะพร้าวที่ใหญ่มาก ฝนไม่ตกมานานกว่า 7 เดือนแล้ว และมีหนอนระบาดในมะพร้าวตามมาอีก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กะทิจะมีราคาแพงขึ้นไปอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-60 บาทเข้าไปแล้ว

"นายหัวไทร"