
สุนทรียภาพชั่วพริบตา
ปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดของตำรวจชั่วโมงนี้นับว่าคึกคักยิ่ง เป็นความคึกคักที่เกิดขึ้นหลังคำสั่งตรงจากนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และรองฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งแก้ปัญหายาเสพติด
จะ 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วันก็แล้วแต่ ต้องให้ปัญหานี้ทุเลาเบาบางลง
ยาเสพติดที่กลับมาระบาดหนักช่วงนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลทหารพม่าเร่งจัดระเบียบชนกลุ่มน้อย หลังการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์
ชนกลุ่มน้อยเลยเร่งผลิตและระบายยาเสพติดหาเงินซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เอาไว้ต่อกรกับกองทัพพม่า
ปัญหาหนักเลยตกอยู่กับประเทศไทย
เมืองไทยมีประชากรที่ใช้ยาเสพติดประเภทยาบ้าติดอันดับต้นๆ เพราะบ้านอื่นเมืองอื่นเขาไม่เสพกัน
ดังนั้น ตัวเลขยาบ้า 200-300 ล้านเม็ด ที่อยู่ชายแดนจ่อเข้าไทย ไม่ต้องแตกฉานทางปัญญาก็รับรู้ได้ว่า สำหรับนักเสพชาวไทยทั้งนั้น
จะว่าไปแล้วความตื่นตัวครั้งนี้ของนายกฯ อภิสิทธิ์ และตำรวจมีสาเหตุมาจากเรื่อง “น้องโตมี่” เหยื่อกระสุน 2 พี่น้อง “โจ๊ก-จิ๊บ ไผ่เขียว” และแก๊งยาบ้าท่าอิฐ จ.นนทบุรี ที่ถล่มอาก้าใส่ชุดสืบสวน บช.น.
สังคมจับจ้อง รัฐรับลูก ตำรวจก็นำไปปฏิบัติ
แต่สิ่งที่น่าจับจ้องยิ่งกว่านับจากนี้ คือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจต้องตั้งอยู่บนหลักมนุษยธรรมและกฎหมายสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง
จำได้ไหมครั้งหนึ่งสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เกิดสงครามยาเสพติดขนานใหญ่
มีผู้เสียชีวิตจากเหตุฆ่าตัดตอนบ้าง วิสามัญฆาตกรรมบ้างกว่า 2,000 ศพ
ส่วนใหญ่ไม่สามารถสรุปสาเหตุได้นอกเหนือไปจากคำว่า “ฆ่าตัดตอน”
ช่วงนั้นมีการละเมิดกฎหมายและสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เมืองไทย
ครั้งนี้ตำรวจต้องไม่ทำเช่นนั้น ขณะเดียวกันก็อย่าสร้างภาพแค่ช่วงเวลานี้
อย่าให้ชาวบ้านรู้สึกว่านี่คือสุนทรียภาพแค่ชั่วพริบตา ?!!



