
'สาวซีวิค'เปิดใจยอมรับผิดที่ขับรถเร็ว
สาววัย 17 ปี ซิ่งซีวิคชนรถตู้ทำให้เกิดเหตุสยอง 9 ศพ เปิดใจครั้งแรก เผย ยอมรับผิดที่ขับรถเร็ว ระบุ ไม่มีเจตตนาทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมเข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่รพ.วิภาวดี ด้านพล.อ.วิชญ์ รับ"สาวซีวิค"เสียใจ วอนสื่อหยุดโจมตี ยันไม่แทรกแซงปล่อยตำรวจ
(31ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีรถฮอนด้าซีวิคชนรถตู้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บ เหตุเกิดทางด่วนยกระดับโทลเวย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดเช้าวันนี้ สาวซีวิควัย 17 ปี เปิดเผยกับสื่อมวลชนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยระบุว่า ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้นและไม่ต้องการให้เกิดเหตุแบบนี้เกิดขึ้นอีก และไม่มีเจตนาทำให้เกิดความสูญเสียมากแบบนี้ ซึ่งยอมรับว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความประ มาณของตน ซึ่งยอมรับผิดในเรื่องนี้ เพราะหากไม่ขับรถเร็วอาจจะไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
สาวซีวิค กล่าวอีกว่า วันที่เกิดเหตุได้ขับรถอยู่เลนขวา ส่วนรถตู้ขับอยู่ด้านหน้า ซึ่งรถตู้ได้ขับกินเลนเข้ามา ตนจึงเปิดไฟสูงเพื่อขอทางที่จะแซงรถตู้คันดังกล่าว ขณะเร่งเครื่องแซงรถตู้นั้น รถตู้ได้เบียดรถของตน จนทำให้ตนตกใจพร้อมกับบีบแตร่ให้สัญญาณ แล้วจึงหักรถหลบ แต่รถกลับเสียหลักและหมุน ทำให้ตนได้ไหลไปอยู่ใต้คอนโซน ขณะนั้นตนไม่ได้รู้สึกตัวแต่อย่างใด มารู้สึกตัวอีกที่ตอนหน่วยกู้ภัยช่วยตนออกจากรถ
อย่างไรก็ตามภาพที่ยืนใช้โทรศัพท์อยู่ข้างทางนั้น เป็นการใช้โทรศัพท์เพื่อกดโทรหาประกันรถ เจ้าของรถ และผู้ปกครอง เนื่องหน่วยกู้ภัยจะไม่ยอมนำตนส่งโรงพยาบาล ถ้าไม่ยอมโทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองทราบเสียก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามภาพกล้องวงจรปิด ได้เห็นรถเก๋งขับเร็วมาก ทำไมน้องถึงขับรถเร็วอย่างนั้น เด็กสาวรายนี้ได้บ่ายเบี่ยงไม่ขอตอบคำถามนี้ พร้อมอ้างว่า อาจจะส่งผลถึงรูปคดีได้
สาวซีวิค ยังเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้ใช้โทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ทอีกเลย เนื่องจากทางบิดาและมารดาได้พยายามที่จะปิดสื่อทุกๆด้าน เพื่อไม่ให้ตนเกิดความเครียด ด้วยความบังเอิญเมื่อเช้าวันที่ 30 ธันวาคม ตนอ่านหนังสือพิมพ์ จึงทราบเหตุการณ์ทุกอย่าง จากนั้นพยายามซักถามมารดาว่า เกิดอะไรขึ้น มารดาจึงยอมเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง จึงทราบเรื่องทุกอย่าง ดังนั้นจึงติดต่อมาทางรายการเช้าข่าวข้น เพื่อเปิดเผยความรู้สึกและแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"ปัจจุบันหนูอายุ 17 ปี และไม่มีทวิตเตอร์ ไม่มีไฮไฟว์ เล่นแต่เฟตบุ๊ค หลังจากเกิดเหตุเฟตบุ๊คตน ได้ถูกปิดในวันต่อมา จึงไม่ได้เล่นเฟตบุ๊ต และโทรศัพท์แบ็คเบอร์รี่อีก เนื่องจากผู้ใหญ่พยายามปิดสื่อในทุกด้าน"
ผู้สื่อข่าวยังถามอีกว่า ทราบหรือยังว่า ตำรวจออกหมายเรียกแล้ว สาวซีวิค ตอบว่า ทราบแล้วต้องไปรับทราบข้อกล่าวหาวันที่ 5 ม.ค.ที่ สน.วิภาวดี แต่ระหว่างนี้ขอบวชและถือศีล เพื่อให้จิตใจสงบดีเสียก่อน ซึ่งคงจะไปกับมารดา ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นตนต้องขอแสดงความรู้สึกเสียใจ โดยอยากออกมาแถลงข่าวเป็นทางการ เพื่อแสดงความรู้สึกกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ซึ่งยอมรับว่าเกิดจากความประมาทของตน และหากมีโอกาสอยากไปงานศพของผู้เสีย แต่ภาพที่สื่อเสนอออกไปนั้น มันรุนแรงเกินไปที่จะรับได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ศพ น.ส.จันจิรา ซิมกระโทก หรือน้องป้าย อายุ 22 ปี นศ.คณะสาธารณสุขศาสตร์ ปี 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เหยื่อเหตุรถยนต์ซีวิคชนรถตู้บนโทลล์เวย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตเป็นศพที่ 9 เดินทางกลับถึงบ้านเกิดที่บ้านสวน ต.ห้วยหิน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์แล้ว ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้อง
หลังจากที่นายสะโอด และนางปิยะวรรณ ซิมกระโทก บิดา มารดาของน้องป้ายพร้อมญาติได้เดินทางไปรับศพของบุตรสาวที่กรุงเทพ เพื่อนำกลับมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด โดยญาติได้ตั้งศพไว้ที่วัดบ้านสวน และจะมีพิธีสวดอภิธรรมศพอีก 1 คืน ก่อนประกอบพิธีฌาปณกิจศพ ที่เมรุวัดบ้านสวน ในเวลา 15.00 น. ของวันพรุ่งนี้ 1 ม.ค. 54
สำหรับ น.ส.จันจิรา เป็นบุตรสาวคนสุดท้องของนายสะโอดและนางปิยะวรรณ ซิมกระโทก มีพี่ชาย 2 คน คือนายพิสันต์ อายุ 29 ปี และนายอภิศักดิ์ อายุ 27 ปี น.ส.จันทิรา จะจบการศึกษาที่ธรรมศาสตร์ และวางแผนไว้ว่า เมื่อเรียนจบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว จะเดินทางไปศึกษาต่อด้านภาษาที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการประสานงานและเตรียมวางแผนเดินทางไว้แล้วในเดือนมี.ค.แต่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าวเสียก่อน
นายสะโอด ซิมกระโทก บิดาน้องป้าย กล่าวว่า วันเกิดเหตุบุตรสาวโทรศัพท์หาแม่ก่อนขึ้นรถตู้ โดยบอกว่าจะเดินทางไปหาพี่ชายที่หอพักแถวรัชดา และจะเดินทางกลับมาเยี่ยมพ่อกับแม่เทศกาลปีใหม่ที่บ้านพร้อมกัน จากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อบุตรสาวได้ จนทราบว่ารถที่บุตรสาวนั่งประสบอุบัติเหตุ จึงเดินทางไปติดต่อที่โรงพยาบาล และภาวนาตลอดว่าอย่าให้เกิดเหตุอะไร แต่เมื่อไปเห็นบุตรสาวที่โรงพยาบาลถึงน้ำตาไหล เพราะบุตรสาวมีอาการบาดเจ็บสาหัส และไม่รู้สึกตัว แต่ที่เสียใจ คือ ระหว่างที่บุตรสาวพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล กระทั่งวันเสียชีวิตคู่กรณีไม่เคยติดต่อ หรือส่งตัวแทนมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว มีเพียงตัวแทนขสมก.ที่มาเยี่ยม และดูแลเป็นอย่างดี
ด้านคดีทางครอบครัวยังไม่ได้ปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างใด ขอให้จัดการงานศพเสร็จเรียบร้อยก่อน อย่างไรก็ตามทางทางธรรมศาสตร์บอกว่า จะดูแลช่วยเหลือเต็มที่ทุกกรณี พร้อมกันนี้ก็ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดในอุบัติเหตุอย่างตรงไปตรงไปมาอย่าเลือกปฏิบัติเพราะทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
เพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้เสียชีวิตทุกราย รวมถึงบุตรสาวของตนด้วย อีกทั้งจะได้เป็นตัวอย่างกับผู้ขับขี่รถด้วยความประมาท เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีกและสิ่งกังวลคือเกรงว่าหาก กระแสข่าวเงียบไปก็จะไม่มีการดำเนินการใดๆเพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ด้วย
ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่โรงพยาบาลวิภาวดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาวซีวิค วัย 17 ปี พร้อมมารดาและบิดา คู่กรณีอุบัติเหตุรถชนบนทางด่วนโทรเวลย์จนมีผู้เสียชีวิต 9 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 5 รายที่พักรักษาตัวอยู่
นายวิศรุต พลสิทธิ์ ที่พักอยู่ชั้น 11 ซึ่งแพทย์ได้อนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว หลังจากทำการแสกนสมองแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติ ได้เปิดผู้สื่อข่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00น. สาวซีวิค พร้อมพ่อแม่ และผู้ติดตามอีก 1 คนเดินทางมาเยี่ยมตนที่ห้องพักรักษาตัว พร้อมนำกล่องขนมบ้านอัยการ 1 กล่องมาให้ โดย สาวซีวิค นั่งในรถเข็น มีอาการบาดเจ็บฟกช้ำ และกล่าวแสดงความเสียใจสุดซึ้ง พร้อมขอโทษเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนเข้าใจ และไม่ติดใจจะเอาเรื่องเพราะได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย เรื่องคดีก็ว่าไปตามกฎหมาย แต่คงไม่ฟ้องร้องค่าเสียหาย
นายวิศรุต กล่าวว่า ส่วนแม่ของสาวซีวิค ได้กล่าวขอโทษแทนลูกสาวที่มาเยี่ยม และขอโทษช้า เพราะลูกสาวก็ทำอะไรไม่ถูกหลังเกิดเหตุ และได้รับบาดเจ็บ ส่วนที่มีภาพลูกสาวเล่นบีบีที่ปรากฏตามสื่อนั้น เนื่องจากต้องการส่งข่าวหาเพื่อนว่าเกิดอุบัติเหตุรถชน ส่วนที่ต้องย้ายโรงพยาบาลเพราะกลัว เนื่องจากกระแสข่าวในอินเตอร์เน็ตที่ลูกสาวถูกโจมตีอย่างมาก ยอมรับว่าเสียใจที่ออกมาช้าหลังจากนี้ก็อาจส่งลูกกลับไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ด้านนายวรัญญู เกตุชู ผู้ได้รับบาดเจ็บอีกรายกล่าวว่า สาวซีวิตกับพ่อแม่มาเยี่ยมเช่นกัน มาขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป และบอกว่ารู้สึกผิดและกดดันจากกระแสในอินเตอร์เน็ตที่ถูกโจมตีรุนแรง ส่วนพ่อของสาวซีวิค ก็บอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องคดีก็ว่ากันไปตามกฎหมาย หากมีหมายเรียกก็พร้อมนำลูกเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตนและครอบครัวพร้อมที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่
“รู้สึกดีที่น้องและครอบครัวออกมาขอโทษ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องค่าเสียหาย ผมยังไม่ได้คิด เพราะแม่บอกให้พักรักษาตัวให้หายดีก่อน” นายวรัญญู กล่าว
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ในฐานะลุงของสาวซีวิค วัย 17ปีที่ขับเก๋งฮอนด้าซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์จนทำให้มีผู้เสียชีวิต ว่า รู้สึกเสียใจต่อเหตุที่เกิด และพี่น้องในตระกูลเทพหัสดิน ณ อยุธยา ทุกคน โดยเฉพาะตนเป็นผู้ใหญ่ของตระกูล รู้สึกเสียใจ และพ่อเด็กพร้อมที่จะช่วยเหลือ ดูแล และชดใช้ให้ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องความยุติธรรมที่สังคมกังขาว่า จะมีการช่วยเหลือในฐานะตระกูลใหญ่ ขอให้ไว้วางใจทางตระกูลเรา
"ยืนยันว่าพี่น้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องความเป็นธรรม ต้องเกิดกับทุกคน เพราะเมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้ว ทางหลานสาวเสียใจ พี่น้องก็เสียใจ ทุกคนไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้ขึ้น แต่เมื่อเป็นอุบัติเหตุขึ้นมา เราต้องช่วยกันดีกว่า ทั้งนี้ผมไม่เคยลงไปยุ่งเกี่ยวทางคดี ส่วนน้องชายซึ่งเป็นพ่อของเด็กก็บอกแล้วในเรื่องคดีความให้ตำรวจว่ากันไปตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เชื่อว่าสภาพจิตใจของหลานสาวตนตอนนี้อยู่ในอาการไม่ดีแน่ หากเป็นไปได้ขอให้สื่อหยุดการเสนอข่าวได้แล้ว เพราะขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอน ขบวนการของกฏหมายแล้ว และขอให้มั่นใจการทำงานของตำรวจ เพราะตระกูลเราไม่มีการเข้าไปแทรกแซงการทำงานแน่นอน ” พล.อ.วิชญ์ กล่าว



