ข่าว

ความเชื่อส่วนบุคคลของผม

ความเชื่อส่วนบุคคลของผม

31 ธ.ค. 2553

ผมมีความเชื่อส่วนบุคคลว่า สภาพการณ์โดยทั่วไปของเมืองไทยในปี 2554 จะดีกว่าปี 2553 ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากประสบการณ์อันเจ็บปวดในเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้แต่ละฝ่ายเพิ่มความระมัดระวังในการรุกและการตั้งรับมากขึ้น รวมทั้งการที่รัฐสามารถคุมอำนาจได้อย่างเ

ผมมีความเชื่อต่อไปว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องยุบสภาในช่วงก่อนหรือหลังสงกรานต์ปี 2554 ด้วยสาเหตุสำคัญจากความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์เอง ทั้งในส่วนของการช่วงชิงอำนาจของกลุ่มต่างๆ และการจัดสรรตำแหน่งหรือผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว กับพฤติกรรมหลายๆ อย่างของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีตกต่ำลง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยก็ทวีความไม่พอใจต่อท่าทีของพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งดิสเครดิตพรรคของตนมาโดยตลอด จนนำไปสู่การประลองกำลังทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและเวทีสาธารณะ ซึ่งภายหลังการเลือกตั้ง แม้พรรคประชาธิปัตย์จะมีเสียงก้ำกึ่งกับพรรคเพื่อไทย แต่ด้วยกลไกบางอย่างก็ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องจับมือกับพรรคภูมิใจไทยในการจัดตั้งรัฐบาลอีกรอบหนึ่ง ซึ่งในครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะตกเป็นเบี้ยล่างยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 ผมมีความเชื่อว่าในปี 2554 รัฐบาลกับกองทัพจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากในบางเรื่อง ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำกองทัพก่อนเดือนเมษายน หรือในเดือนสิงหาคมปีหน้า แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นแต่อย่างใด

 ผมมีความเชื่อว่า ปี 2554 เมืองไทยจะเกิดปรากฏการณ์ที่ผิดปกติทางธรรมชาติขึ้นบ่อยครั้ง อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศโลก ซึ่งแต่ละครั้งจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศและภูมิประเทศในบางพื้นที่ของประเทศด้วย

 ในปี 2554 โบราณสถานซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของผู้คนจะได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงหรือถึงกาลพังทลายลง อาคารขนาดใหญ่จะถล่ม เนื่องจากสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม และปัญหาจากสภาพแวดล้อม รวมทั้งภัยธรรมชาติ แต่อีกด้านหนึ่งประเทศไทยจะประสบความสำเร็จด้านนวัตกรรม โดยเฉพาะทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์และฟิสิกส์ มีการค้นพบตัวยาหรือวิธีการบำบัดรักษาโรคร้ายแรงบางชนิด ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก

 ขณะที่ช่วงเวลาของคนรุ่นเก่ากำลังจะผ่านเลย ก็เป็นรุ่งอรุณแห่งยุคสมัยของคนรุ่นใหม่ เด็กและเยาวชนจะสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศชาติในด้านต่างๆ เช่น กีฬา ดนตรี และศิลปะ ด้วยแนวคิดที่แตกต่างไปจากขนบเดิม สื่อมวลชนจะมีบทบาททางสังคมอย่างมาก ความลับสำคัญ หรือเรื่องบางเรื่องที่ถูกบิดเบือน จะถูกเปิดเผยความจริงผ่านสื่อต่างๆ ซึ่งจะทำให้บุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องสูญเสียความน่าเชื่อถือ และกระแสสังคมจะเรียกร้องความยุติธรรมแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการถูกกล่าวหาหรือถูกใส่ร้ายป้ายสี

 จะมีการปรับเปลี่ยนแนวนโยบายหรือปรับปรุงหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะทำให้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าวบรรเทาลงในระดับหนึ่ง แต่จะเกิดความขัดแย้งตามบริเวณชายแดนด้านอื่นขึ้นแทน เนื่องจากผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายหรือการละเมิดพรมแดน

 ปัญหาใหญ่ของประเทศยังอยู่ที่การคอรัปชั่น การแพร่ระบาดของยาเสพติดและความไม่เป็นธรรมในสังคม ซึ่งรัฐบาลชุดนี้หรือชุดหน้าไม่สามารถแก้ไขได้สำเร็จ เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ตึงตัว รายได้จากการท่องเที่ยวไม่กระเตื้องขึ้นมากนัก ปัญหาความปลอดภัยและการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยวยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องปิดตัวลง สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอาจหมดสภาพหรือเสื่อมความนิยม ช่องว่างระหว่างคนมั่งมีกับยากจนจะกว้างขึ้น จะมีการอัดฉีดเงินจำนวนมหาศาลครั้งใหญ่เพื่อหาทางฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่การขาดระบบของการกระจายและการควบคุมที่มีประสิทธิภาพจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการเงินการคลังของประเทศในระยะยาว

 ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของผมครับ แม้ว่าปี 2544 อาจจะไม่ใช่ปีที่ดีนักสำหรับเมืองไทย แต่ก็ไม่ใช่ปีที่เลวร้ายจนเกินไป หากคนไทยมีสติ มีปัญญาและมีความอดทน อดกลั้น เราก็จะร่วมกันผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ไปได้ด้วยดี

 ขอให้ผู้อ่านทุกท่านโชคดีปีใหม่ครับ