ข่าว

2554ปีแห่งปีติสุขของคนไทย

2554ปีแห่งปีติสุขของคนไทย

31 ธ.ค. 2553

วันเวลาได้ผันผ่านมาถึงวันสุดท้ายของปีเสือดุ ซึ่งได้อาละวาดฟาดหางสั่งลาเป็นครั้งสุดท้ายจนเกิดเหตุสุดสลดใจหลายเหตุการณ์ในช่วงไล่เลี่ยกัน ก่อนจะเริ่มปีเถาะกระต่ายที่ทุกคนต่างช่วยกันภาวนาให้เป็นปีที่มากด้วยความหวังอันสดใส ความสงบและความปีติสุข ความปรองดองสมาน

ในโอกาสเริ่มศักราชใหม่นี้ เราหวังว่าคนไทยทุกคนจะรู้จักปล่อยวางความทุกข์ ความเศร้าหมอง ความไม่พึงประสงค์ทั้งหลายทั้งปวงที่ประสบมาตลอดช่วงปีเสือดุ พร้อมกับสำรวจความคิด สำรวมจิต ตั้งสติและตั้งปณิธานว่าจะเริ่มต้นปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ รู้จักพึ่งพาตัวเองโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่ละโมบโลภมากหวังรวยทางลัด มองโลกใหม่ด้วยความสดใส มากด้วยความหวังแต่ก็ไม่ประมาทในชีวิต เพื่อจะได้เป็นคนดีมีประโยชน์ต่อตัวเอง ครอบครัว สังคมและประเทศชาติ โดยเฉพาะการตั้งจิตแน่วแน่ที่จะลดละเลิกอบายมุข บุหรี่ ยาเสพติด สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 เราเชื่อว่าปีใหม่นี้ สังคมและประเทศชาติจะกลับคืนสู่ภาวะปกติอีกครั้ง หากคนไทยทุกคนจะตั้งสติทำจิตใจให้สงบว่าพร้อมจะใช้ความอดทนและแนวทางสันติตามครรลองประชาธิปไตยและนิติธรรมร่วมกันแก้ปัญหาความแตกแยกภายใน โดยไม่ใช้กำลังและความรุนแรงหรือปัดความผิดให้คนอื่นเหมือนที่เคยทำตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เพราะถ้าการเมืองมีเสถียรภาพ ยิ่งประกอบกับจะมีการเลือกตั้งทั่วไปภายในปีนี้ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ชัดเจนว่าจะไม่อยู่ครบกำหนด เศรษฐกิจของประเทศก็คงจะสดใสมากขึ้น ความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะพลอยขยับดีตามไปด้วย ทุกอย่างจึงขึ้นอยู่กับความคิดและการกระทำของคนไทยด้วยกันเองว่าจะรู้จักรักยาวให้บั่น รักสั้นให้ต่อหรือไม่

 ในโอกาสเริ่มศักราชใหม่นี้ ท่าน ว.วชริเมธี ได้ให้ "จตุรธรรม" หรือธรรมอันเป็นเครื่องเตือนสติ 4 ประการที่เข้าใจง่าย ธรรมข้อแรกก็คือ "อย่าเป็นนักจับผิด" ไม่เช่นนั้นจิตใจจะมีแต่หม่นหมอง ควรหัดมองคน มองโลกในแง่ดี "อย่ามัวแต่คิดริษยา" ซึ่งจะยิ่งทำให้เรามีแต่เป็นทุกข์มากขึ้น ต้องรู้จักมีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา "อย่าเสียเวลากับความหลัง" รู้จักอยู่กับปัจจุบันให้เป็น ส่วนธรรมะข้อสุดท้ายก็คือ "อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ" ปล่อยให้ความโลภครอบงำจิตใจ เราเชื่อว่าถ้าทุกคนปฏิบัติตาม ทั้งครอบครัว สังคมและประเทศชาติก็จะพบพานแต่ความสุขและสิ่งดีงามในชีวิตตลอดไป