
รับศพนักศึกษามธ.เหยื่อรถตู้โศกเศร้า
ญาติรับศพนักศึกษา ม.ธรรมศาสตร์ เหยื่อรถเก๋งฮอนด้าซีวิคชนรถตู้บนทางด่วนโทลล์เวย์บรรยากาศแสนโศกเศร้า
(30ธ.ค.) ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางปิยะวรรณ ซิมกระโทก อาย 52 ปี มารดาน.ส.จันจิรา ซิมกระโทก หรือฝ้าย อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดจากเหตุรถเก๋งชนรถตู้บนโทลล์เวย์ พร้อมนายสะโอด ซิมกระโทก อายุ 55 ปี บิดา นายอภิศักดิ์ ซิมกระโทก อายุ 27 ปี พี่ชายและคณะอาจารย์ และเพื่อนร่วมคณะสาธารณะสุขศาสตร์กว่า 30 คนเดินทางมาร่วมรับศพ เพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านสวน อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์
โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโสกเศร้า เพื่อนๆได้ร่วมร้องเพลงสา-สุข แห่งธรรม ซึ่งเป็นเพลงประจำคณะ และเพลงมหาวิทยาลัยเพื่อไว้อาลัยกับเพื่อน และจัดพิธีรดน้ำศพให้เพื่อนที่ไม่ได้ไปร่วมงานทำพิธีรถน้ำศพก่อนจะนำศพออก ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ส่วนผลชันสูตรพบสมองบวม ฟกช้ำ กะโหลกแตก จากการกระทบกระแทกจากของแข็งอย่างรุนแรง
นายสะโอด กล่าวว่า ตนทราบข่าวจากลูกชายที่ไปตามหาน้องที่โรงพยาบาลก็รีบเดินทางมากทม.ถึงวันที่ 29 ธ.ค.ก็อยู่กับลูกตลอดจนลูกเสียชีวิต ก็ไม่คิดว่าการบาดเจ็บของลูกจะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เขาเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ตั้งใจเรียนตั้งใจทำงาน เป็นที่รักของเพื่อนๆ ไม่เคยทำให้ที่บ้านเดือดร้อน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตนอยากเรียกร้องให้การบริการรถตู้สาธารณะมีมาตรฐานกว่านี้จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นอีก
นายสะโอด กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องคดีตอนนี้ตนไม่ได้สนใจ ไม่ได้ติดตามแต่อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ทำให้คดีให้ถูกต้อง ยุติธรรม และก็ได้หนักใจเพราะนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์ว่าให้ดำเนินการตามขั้นตอน และอยากให้คู่กรณีออกมาแสดงความรับผิดชอบบ้าง มีน้ำในต่อกันบ้าง สำหรับตอนนี้ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบหรือให้ความช่วยเหลืออะไรเลย
ด้านรศ.ดร.นิตยา รัจนะภูมิ รองคณบดีคณะสาธารณะสุขศาสตร์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น เพราะน.ส.จันจิรา เป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน และใกล้จบการศึกษาแล้ว กำลังมีอนาคตที่ดี เสียดาย ตอนนี้คณะก็ช่วยเหลือญาติในเรื่องของการเคลื่อนย้ายศพและการบำเพ็ญกุศล ส่วนเรื่องคดีผู้บริหารของคณะก็ช่วยตามเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่อย่างไรก็ตามยังเชื่อในกระบวนการยุติธรรมว่าจะให้ความเป็นธรรมได้
น.ส.ณัฐธยาณ์ ดรอนจรัญ อายุ 22 ปี เพื่อนสนิทร่วมคณะสาธารณะสุญศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ของน.ส.จันจิรา ซิมกระโทก หรือ ฝ้าย อายุ 22 ปี ผู้เสียชีวิตรายล่าสุดจากเหตุการณ์รถเก๋งชนรถตู้บนโทรเวย์ ได้เดินทางมาร่วมรับศพเพื่อนเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศล
น.ส.ณัฐธยา กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนยังไม่ทราบว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุเพราะไม่มีใครรู้ว่าเพื่อนโดย สารรถตู้คันดังกล่าวไป เนื่องจากวันเกิดเหตุเพื่อนได้โทรไปหาแม่ว่าจะไปหาพี่ที่คอนโดย่านรัชดา เพื่อกลับบ้านที่จ.บุรีรัมย์พร้อมกันในช่วงเทศกาลปีใหม่ แต่จนดึกแล้วเพื่อนยังไม่ถึงคอนโดของพี่ชาย พี่ชายก็เดินทางมาหาที่หอพักที่ม.ธรรมศาสตร์รังสิต ก็ไม่เจอตัว ติดต่อก็ไม่ได้ พี่ชายเขาดูข่าวเรื่องอุบัติเหตุรถตู้และมีผู้ที่บาดเจ็บเป็นผู้หญิงไม่ทราบชื่อ นามสกุล จึงเดินทางไปดูที่รพ.วิภาวดี ในวันที่ 28 ธ.ค.ปรากฎว่าใช่น้องสาวได้รับบาดเจ็บ
น.ส.ณัฐธยา กล่าวต่อว่า ตอนนี้แม่ของฝ้ายยังทำใจไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมาก่อน ตนรู้สึกเสียใจ เสียดาย เพราะเพื่อนใกล้จะเรียนจบแล้ว ทำเรื่องขอจบแล้วเหลืออีก แค่ 3 ตัว และไปถ่ายรูปรับปริญญาแล้ว ฝ้ายวางแผนจะไปทำงานและท่องเที่ยวที่ประเทศสหรัฐอเมริกาหลังเรียนจบแต่ก็ต้องมาเสียชีวิตไปเสียก่อน ปกติฝ้ายเป็นเพื่อนที่น่ารัก นิสัยดี มีเพื่อนเยอะ ตนรู้สึกว่าเพื่อนเสียชีวิตไปอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่เกิดเหตุถึงขณะนี้ยังไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่เรียกร้องเรื่องเงิน แต่ให้คนที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบบ้างแค่แสดงความเสียใจก็ยังดี แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครทำอะไรเลย
ขณะที่นายภัทรพล แสงนาค อายุ 22 ปี เพื่อนร่วมคณะอีกคน กล่าวว่า คู่กรณีควรจะทำอะไรบ้าง เขาคงจะรู้สึกเสียใจเหมือนกันแต่เขาไม่ทำอะไรเลย อยากให้ออกมาแสดงความเสียใจหรือรับผิดชอบอะไรบ้าง
นายภัทรพล กล่าวต่อว่า ปกตินักศึกษาม.ธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่ใช้บริการรถตู้สาธารณะทั้งนั้น พวกเราเริ่มรวมตัวรณรงค์ให้การใช้บริการรถตู้มีความปลอดภัย ให้คนขับรถมีสำนึกในการบริการสาธารณะ นอกจากนั้นกลุ่มก็จะช่วยกันดูเรื่องของคดีความว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่อย่างไร เราก็จะติดตามการทำงานของตำรวจแต่ผลจะออกมาอย่างไรเราก็ยอมรับ
ด้านนายปริญญา เทวานฤมิตร รองอธิการบดีม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวเป็นเงิน 80,000 บาทและจะดำเนินการเรื่องเงินประกันอุบัติเหตุให้ รายของน้องเป็นรายพิเศษจะได้เงินทั้งหมด 310,000 บาท รวมทั้งจะมีการจัดทีมนักกฎหมาย ทนายความเพื่อประสานงานกับตำรวจเนื่องจากเป็นทั้งคดีเพ่งและอาญา ก็จะตรวจสอบว่าจะดำเนินการอย่างไร หากตกลงกันได้คงไม่ดำเนินคดีก็จะติดตามเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายไป ซึ่งคดีนี้มีนักศึกษามธ.เสียชีวิต 3 คน อาจารย์ 1 คนและบาดเจ็บ 2 คน ทางมหาวิท ยาลัยจะติดตามดูว่าแต่ละฝ่ายรับผิดชอบอย่างไร
ส่วนเรื่องการจัดระเบียบรถตู้หลังเกิดเหตุทางมหาวิทยาลัยก็ดำเนินการทันที เรื่องมาตรฐานรถตู้และการจำกัดความเร็วไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง แต่ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นปัญหาทางด้านกฎหมายอยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาดูแลเพื่อให้เป็นมาตรฐานต่อไป ส่วนเรื่องคดีก็จะรอดูผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ถ้าผลออกมาเป็นธรรมก็ยอมรับหากไม่เป็นธรรมก็จะดำเนินการตรวจสอบต่อไปให้ถึงที่สุด



