ข่าว

การเดินทางของเวลา

การเดินทางของเวลา

30 ธ.ค. 2553

อีกไม่นานนาทีจากนี้ กาลเวลาจะเดินทางไปถึงวันใหม่ ปีใหม่ วันและปีที่ใครหลายคนอาจคาดหวังชีวิตที่ดีกว่า หรืออย่างน้อยก็ไม่เลวร้ายไปกว่าเดิม แต่ก่อนถึงปีใหม่หลายคนได้หยุดชีวิตของเขาไว้แล้วบนท้องถนน โดยเฉพาะโศกนาฏกรรมส่งท้ายปีบนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่ทุกค

นี่คือกฎของเวลา ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเช่นนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ดุจเดียวกับต้นใบ ดอกไม้เมื่อบานสะพรั่งแล้ว ก็จะปลิดปลิวร่วงลงสู่พื้นดิน กลายเป็นปุ๋ยให้ชีวิตต้นไม้ต้นใหม่เติบโตขึ้นมาแทนที่ ปรากฏการณ์ของโลกและชีวิต เป็นเช่นนี้ไม่มีสิ้นสุด ทุกคนมีเวลาเท่ากัน บางคนใช้เวลาไปอย่างคุ้มค่า หลายคนปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า เวลาที่เราใช้ไปเกือบตลอดระยะเวลา 1 ปี แห่งความสับสนอลหม่านของบ้านเมืองนั้น คุ้มและมีค่า มีความหมายต่อชีวิตอย่างไร นี่เป็นสิ่งที่ควรใคร่ครวญ กาลเวลาเดินทางไม่มีวันหยุด นาฬิกาบอกเวลา ตายได้ แต่เวลาไม่เคยตาย มันคงเดินต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด ไม่มีวันพัก

 เวลานำพาทั้งความรื่นรมย์ และวิปโยคเข้ามาในชีวิต สลับสับเปลี่ยนกันมาไม่ขาดสาย ก่อนสิ้นปีเสือดุ หลายชีวิตก็ต้องจากไปเพราะอุบัติเหตุ ฉะนั้น การมีชีวิตอยู่ จึงควรมีชีวิตอยู่อย่างมีสติ มีธรรมะซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเป็นเครื่องมือกำกับชีวิต ธรรมะในใจ คือตัวจริง ที่ไม่มีวันเกิด และวันตาย ไม่มีใครทำให้สูญหายไปได้ หนทางแห่งธรรมย่อมบริสุทธิ์ สะอาดเหนือรูปลักษณ์และเงื่อนไขของกาลเวลาทั้งปวง แต่หากกาลเวลามีค่าเพียงการเดินทางมาสู่โอกาสแห่งความรื่นเริง บันเทิงใจ สนุกสุดเหวี่ยงเพียงชั่วราตรี หรือตายไปง่ายดาย ก็ย่อมเป็นการเดินทางของกาลเวลาที่สูญเปล่า ไร้ความหมายยิ่ง

 แต่ละวัน แต่ละนาทีที่กำลังจะผ่านไป เราได้ใช้ไปอย่างคุ้มค่ากับชีวิตบนโลกใบนี้ที่มีเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ นี้หรือไม่ หลายคนปล่อยให้กาลเวลาเดินจากไป โดยมิได้ทำให้ชีวิตมีสาระประโยชน์อันใด ในขณะที่หลายคนได้เก็บเกี่ยวความดีงาม ใช้ประโยชน์จากเวลาที่ผ่านไปแต่ละวัน แต่ละนาที อย่างคุ้มค่า ปี 2554 กำลังขับไล่ปี 2553 ออกไปจากวิถีการโคจรของดวงดาว ปีเสือดุ ที่สร้างความวุ่นวาย สับสนให้คนไทยทั้งชาติ สร้างความร้าวฉานให้เกิดขึ้นกับคนไทย ปีแห่งความสูญเสีย ทุกขเวทนา กำลังจะสิ้นสุดลง พร้อมๆ กับการเกิดของปีกระต่าย กระต่ายตัวที่คนไทยคาดหวังว่าจะกระโจนไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้น สังคมที่สงบสุข