
รัฐชิงสลายอดีตสหายดาวแดงร่วมม็อบเสื้อแดงสำเร็จ
รัฐบาลส่ง รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่สกัดม็อบสภาประชาชน 4 ภาค ที่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย พร้อมนำข่าวดี ครม.อนุมัติงบ 1,700 ล้าน ให้จัดซื้อที่ดินทำกินเรียบร้อยแล้ว ด้านแกนนำกลุ่มออกแถลงการณ์ยืนยันจุดยืนไม่เข้าร่วมเคลื่อนไหวกับ นปช. กดดันรัฐบาล
วันนี้ ( 6 เม.ย.52 ) เวลา 10.30 น. นายชาติชาย พุคยาภรณ์ รมช. กระทรงเกษตรและสหกรณ์ เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปยังศูนย์อพยพคนไทยไร้ถิ่น ที่บ้านนากลาง ต.นากลาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา เพื่อพบปะกับกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค หลังมีรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มดังกล่าวที่นำโดย นายประภาส โงกสูงเนิน ที่ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือด้านที่ทำกินและปัญหาหนี้สิน จนกระทั่งมีการตั้งชุมชนสถภาประชาชน4 ภาค และมีประชาชนเข้าอยู่อาศัย จำนวน 1,887 รายเพื่อรอความช่วยเหลือ
และล่าสุดมีรายงานว่ากลุ่มดังกล่าวได้รับการประสานงานจาก นปช.เพื่อให้เข้าร่วมชุมนุมกดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในวันที่ 8 เม.ย.นี้ โดยนายชาติชาย ได้ชี้แจง กับกลุ่มเกษตรกรว่า รัฐบาลได้พยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้อง และคณะรัฐมนตรี ได้มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณจำนวน 1,700 ล้านบาทเพื่อจัดหาที่ดินให้แก่เกษตรกรที่ร้องขอมาทั้งหมด
ขณะนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของเกษตรกรที่ร้องขอมาทั้งหมด 1,887 รายเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อยื่นเสนอต่อที่ประชุมคณะรั ฐมนตรีเพื่อให้พิจารณาเห็นชอบให้ดำเนินการในการจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรต่อไป สร้างความพอใจให้แก่เกษตรกรเป็นอย่างมาก
หลังนายชาติชาย ชี้แจงเสร็จ ได้มีกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้งภูขี้เถ้า จากจ.เพชรบูรณ์ร่วม 100 ราย ที่บุกรุกเข้าไปตั้งบ้านเรือนในบริเวณภูขี้เถ้า ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และถูกเจ้าหน้าที่บุกล้อมเข้าทำการจับกุมและส่งดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อสู้คดี ได้เข้าร่วมกับสภาประชาชน 4ภาค โดยนายหน่อใจ แซ่ลอ แกนนำได้นำหลักฐานเอกสารสิทธิ์ที่บ่งชี้ว่ากลุ่มพวกตนเคยตั้งรกรากอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และหนังสือเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ ยื่นให้กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทั้งน้ำตา เพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือตามข้อเรียกร้อง 3 ข้อ
ประกอบด้วย 1. ให้ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐฯ ดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มชาวไทยภูเขา เผ่าม้งภูขี้เถ้าจำนวน 49 คน ที่ถูกจับในข้อหาบุกรุกครองพื้นที่ป่า ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บริเวณรอยต่อ จ.เลย และ จ.พิษณุโลก บ้านภูขี้เถ้า อ.ด่านซ้าย จ.เลย เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับให้ยุติการดำเนินคดีกับกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้งทั้งหมดทุกกรณีโดยไม่มีเงื่อนไข
2. เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มชาวไทยภูเขา เผ่าม้งภูขี้เถ้า ให้กลับเข้าไปทำมาหากินอยู่ในภูมิลำเนาเดิม หลังจากที่ถูกอพยพออกมาจากพื้นที่เมื่อปี 2511 เนื่องจากทางกองทัพได้ดำเนินการปิดพื้นที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของกลุ่มม้งภูขี้เถ้า เพื่อผลักดันกลุ่มคอมมิวนิตส์ ในขณะนั้นออกนอกพื้นที่ เนื่องจากทางรัฐบาลและทางกองทัพในขณะนั้นได้ให้คำสัญญาว่าจะจัดหาพื้นที่ทำกินให้แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่มีการดำเนินการช่วยเหลือในเรื่องนี้แต่อย่างใด และมีการเรียกร้องทวงถามความคืบหน้ามาโดยตลอดตั้งแต่เมื่อปี 2549 สมัยที่ พลเอกสุรยุทธ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีมาจนถึงปัจจุบันก็ตาม จนเป็นเหตุให้ทางกลุ่มชาวไทยภูเขาเผ่าม้งภูขี้เถ้าต้องบุกรุกพื้นที่อุทยานภูหินร่องกล้า เพื่อทำกินจนต้องถูกจับกุมดำเนินคดี และขอให้รัฐบาลเร่งให้การช่วยเหลือในเรื่องที่ดินทำกินแก่ชาวเผ่าม้งภูขี้เถ้าอย่างเร่งด่วน ในการจัดสรรที่ดินทำกิน ในกรณีที่ไม่อาจใช้พื้นที่อุทยานได้ ก็ขอให้ทางรัฐบาลเร่งจัดสรรพื้นที่บริเวณอื่นภายในจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้เป็นที่ทำกินของชาวเผ่าม้งโดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ทางกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มรักสันติ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรแทบทั้งหมดจะเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยทั้งสิ้น โดยนายสุเนตร แก้วคำหาญหรืออดีต "สหายชัด"ที่เคยเคลื่อนไหวในเขตงานดงมูล จ.กาฬสินธุ์ และเป็นที่ปรึกษากลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มรักสันติ และเลขานุการสภาประชาชน 4 ภาค ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 / 2552 ยืนยันถึงจุดยืน ที่จะไม่เคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลร่วมกับ กลุ่ม นปช. หลังจากที่ครบระยะเวลาที่ทางกลุ่มสภาประชาชน 4 ภาค ประกาศหยุดการเคลื่อนไหว 45 วัน ตั้งแต่ต้นเดือน กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลในการดำเนินการจัดหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรตามที่ได้ร้องขอไว้
"หลังจากที่มีหลายฝ่ายมองว่าทางกลุ่มจะออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้หลังจากที่ยังไม่ได้ที่ดินตามที่ได้เรียกร้องไว้ ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาของรัฐบาล หลังจากที่ในขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่กำลังคุกกรุ่นอยู่ โดยทางแกนนำกลุ่มกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย กลุ่มรักสันติ ยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลในช่วงนี้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปิดสถานที่ราชการ ปิดถนน หรือเคลื่อนไหวในลักษณะที่สร้างความเดือดร้อน หรือสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติม เนื่องจากเข้าใจดีถึงการตั้ งใจจริงของรัฐบาลที่พยายามที่จะแก้ไขปัญหาของประเทศอย่างเต็มที่ ซึ่งทางกลุ่มจะเปิดโอกาสให้รัฐบาลทำงานต่อไป และยืนยันว่าหากมีการเคลื่อนไหวก็จะยึดแนวทางสมานฉันท์ ใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ" แถลงการณ์ระบุ
รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่ารัฐบาลจะประสบความสำเร็จในการตอบสนองข้อเรียกร้องของสภาประชาชน4ภาค ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ที่มีรายงานว่าก่อนหน้านี้มีการติดต่อประสานงานกับกลุ่มเสื้อแดง ในการเคลื่อนการชุมนุมไปสมทบกับกลุ่มเสื้อแดง ในวันที่ 8 เม.ย.ที่ลำตะคอง จ.นครราชสีมา ก็ตามแต่ยังพบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มอดีต ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย อีกส่วนหนึ่งที่นำโดย นายไสว แสงชาติ หรืออดีต "สหายดำริ" ซึ่งมีสมาชิกเป็นอดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในเขตอีสานเหนือ และอีสานใต้ จำนวนประมาณ 3 พันคน และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินช่วยเหลือคนละ 6 แสนบาท



