
เขมรส่ง7คนไทยเข้าคุกหลังขึ้นศาล
ทางการเขมรส่ง 7 คนไทยเข้าคุกต่อ หลังจากขึ้นศาลรับฟังข้อหารุกล้ำชายแดน ด้าน"กษิต"หารือ"ฮอร์ นัมฮง"ข้อมูลชัดล้ำเขตกัมพูชา พร้อมจัดทนายสู้คดี
(30ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพนิช วิกิตเศรษฐ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และคนไทยอีก 6 คน ถูกนำตัวขึ้นศาลชั้นต้นในกรุงพนมเปญของกัมพูชาเพื่อรับฟังข้อหารุกล้ำชายแดนในช่วงเช้า หลังถูกทหารกัมพูชาจับกุมตัวได้ในจังหวัดบันเตยเมียนเจย เมื่อวานนี้ โดยการไต่สวนครั้งนี้ไม่อนุญาตให้นักข่าวเข้าไปทำข่าว แต่นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมฟังการไต่สวนได้
ซึ่งการเข้ารับฟังข้อกล่าวหารุกล้ำชายแดนประเทศกัมพูชาและข้อกล่าวหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏ หมาย ตลอดจนการไต่สวนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นทางการกัมพูชาได้ส่ง 7 คนไทยเข้าไปคุมขังในเรือนจำเช่นเดิม
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบและหารือกับ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศกัมพูชา กรณีคนไทย 7คนถูกฝ่ายกัมพูชาควบคุมตัว โดยภายหลังการหารือ นายธานี ทองภักดี อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ดังนี้
1.รัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรัฐมนตรีว่าการฯ ได้ย้ำว่า คณะดังกล่าวได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลในพื้นที่ตามข้อร้องเรียนที่ได้รับจากชาวบ้าน โดยนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ได้เดินทางไปในฐานะ ส.ส. และกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาบันทึกการประชุม JBC ทั้งนี้ คณะบุคคลทั้ง 7 ดังกล่าว ไม่มีเจตนารุกล้ำกัมพูชาหรือมีเจตนาใดๆที่จะดำเนินการในสิ่งที่ผิดกฎหมายของกัมพูชา แต่ได้พลัดหลงเข้าไปเนื่องจากไม่ทราบว่าเขตแดนอยู่ที่ใด
2.รัฐมนตรีว่าการฯ ได้ย้ำถึงแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องกันว่า หากมีประชาชนล้ำเขตแดนโดยไม่มีเจตนาก็ขอให้มีการประสานปล่อยตัวในระดับพื้นที่ในโอกาสแรก แต่โดยที่เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา ซึ่งฝ่ายไทยก็ให้ความเคารพต่อกระบวนการยุติธรรมดังกล่าว และหวังว่าจะมีการพิจารณาคดีโดยเร็ว โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ
3.ในระหว่างการเยือน รัฐมนตรีว่าการฯ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมคนไทย 7 คนที่เรือนจำเพรซอว์ โดยทั้ง 7 คนมีขวัญและกำลังใจดี และได้รับการปฏิบัติที่ดีจากฝ่ายเรือนจำ โดยกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญได้ประสานและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยการจัดหาทนายความเพื่อสู้คดีให้แล้ว รวมถึงได้จัดหาล่าม เครื่องใช้ส่วนตัวประจำวัน ยา เสื้อผ้า และอาหาร ไปให้คนไทยดังกล่าวด้วย พร้อมทั้ง กำลังประสานกับฝ่ายกัมพูชาในการนำญาติของคนไทยดังกล่าวมาเยี่ยมในโอกาสแรกต่อไป
สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวว่า คนไทยทั้ง 7 คนเข้าไปในเขตแดนของกัมพูชา ดังนั้นจึงมีสิทธิจับกุม โดยทั้ง 7 คน จะถูกนำตัวจากจังหวัดบันทายมีชัยไปยังกรุงพนมเปญ ซึ่งจะมีการตั้งข้อหาและคุมตัวทั้ง 7 คน ไว้เพื่อรอการพิจารณาคดี
"พวกเขาจะถูกส่งไปขึ้นศาลในวันที่ 30 ธันวาคม เมื่อศาลตั้งข้อหาแล้ว พวกเขาจะถูกจำคุกที่เรือนจำเพรย์ซอว์" สมเด็จฮุน เซน กล่าว พร้อมแสดงความหวังว่าเหตุการณ์นี้จะไม่กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
"ผมหวังว่านายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ จะเข้าใจระบบยุติธรรมของกัมพูชา" สมเด็จฮุน เซน ระบุ พร้อมเสริมว่าการจับกุมคนไทยครั้งนี้ไม่ได้เป็นการแก้แค้นไทย
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงความคืบหน้าในการประสานงานเจรจากับกัมพูชา เพื่อขอให้ปล่อยตัว 7 คนไทยที่ถูกล่าวหาว่าล้ำแดนเข้าไปในพื้นที่ฝั่งกัมพูชา ว่า ในเวลา 09.00 น.นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือกันเพื่อหาแนวทาง ในการประสานงานเพื่อช่วยเหลือคนไทยให้ได้ นายกฯและพวกตนได้พยายามในการที่จะติดต่อประสานงานกับฝ่ายกัมพูชาตลอดทั้งวันของเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมทีคิดว่าเขาจะผ่อนผันปล่อยคนไทยทั้ง 7 คนในตอนเย็นของเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. แต่ปรากฎว่าเขาไม่สามารถที่จะดำเนินการตามที่เราร้องขอได้
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ดังนั้นในการประชุมวันนี้เราจะต้องตรวจสอบให้ชัดเจนด้วยพยานหลักฐานทั้งหลายว่า พื้นที่ที่ถูกทหารเขมรจับกุมไปอยู่ตรงบริเวณใด และเหตุการณ์เกิดขึ้นมาอย่างไร โดยจำเป็นต้องสอบทานให้ชัดเจนและจะต้องหาลู่ทาง ที่จะเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาผ่านช่องทางต่าง ๆทุกช่องทางที่มีความสัมพันธ์กันอยู่ ที่พอจะพูดจากันได้และหากมีกรณีที่กัมพูชายังยืนยันจะนำคนไทยทั้ง 7 คนขึ้นสู่ศาล เราก็ต้องให้ทางสถานทูตไทยในกัมพูชาจัดหาทนายความไปช่วยเหลือ นอกจากนั้นก็ต้องหาวีธีการอื่นว่าจะมีเงื่อนไขอะไรพิเศษที่จะใช้ในการเจรจาได้บ้าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากการเจรจาไม่สำเร็จทางรัฐบาลไทย มีมาตรการเตรียมการรับมืออย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ตอบยาก ต้องรอดูผลการเจรจาพูดคุยหาทุกลู่ทางก่อน หากสำเร็จก็ถือโชคดี แต่ถ้าไม่สำเร็จจะต้องทำอย่างไรค่อยมาปรึกษากัน ส่วนการเจรจาเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ล้มเหลวนั้นป็นเรื่องของทางฝ่ายกัมพูชา โดยเราเจรจาตั้งแต่ระดับล่าง ๆ ขึ้นไป ทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้นำทางทหารในพื้นที่ เมื่อช่องทางนี้ยังมีปัญหาเราก็ต้องเจรจาในระดับที่สูงขึ้นไปตามขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม มีความสนิทสนมกับพล.อ.เตีย บันห์ รองนายกฯและ รมว.กลาโหมของกัมพูชา ได้ใช้ช่องทางนี้หรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนก็พยายามใช้ทุกช่องทาง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในข้อเท็จจริงแล้วคนไทยรุกล้ำ เข้าไปในเขตแดนกัมพูชาแค่ไหน เพราะนายวีระ สมความคิด เคยถูกจับกุมมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่เจรจาปล่อยตัวมาได้ และทำไมเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่รู้เรื่อง นายสุเทพ กล่าวว่า ในรายงานเบื้องต้นคณะที่ไปทั้งหมดได้ผ่านด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดนไป เจ้าหน้าที่พยายามขับรถตามไปบอกให้กลับ แต่ว่าคณะดังกล่าวหลุดเข้าไปในเขตพื้นที่ของกัมพูชาไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่ตชด.เขาพยายามห้ามแล้วแต่ขับรถตามไม่ทัน ผมเช็คแล้วโดยสอบถามจากเจ้าหน้าที่อย่างไม่เป็นทางการ อย่างน้อยเข้าไป 300-400 เมตร นี่เป็นการรายงานในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะบริเวณตรงนั้นมันมีถนนเลียบชายแดน ซึ่งบางส่วนก็อยู่ในเขตเรา บางส่วนก็อยู่ในเขตเขา จึงระงับยับยั้งไม่ทัน ซึ่งตนจะให้เจ้าหน้าที่เอาแผนที่แสดงที่เกิดเหตุมาแสดงให้สื่อได้ทราบ เราจะว่าไปตามข้อเท็จจริง ถ้าฝ่ายเราไม่ผิดเกิดเหตุในพื้นที่ของเราหรือก้ำกึ่งการต่อสู้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติกรรมของนายวีระบริสุทธิ์ใจหรือไม่ เพราะมีการมองเหมือนกันว่านายวีระเหมือนพยายามจะเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นและพยายามจะให้ถูกจับและ นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ตกไปอยู่ในกระบวนการนั้นด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบจริง ๆ ว่าเขามีเจตนารมณ์และกลไกอย่างไร และไม่ทราบว่านายพนิชเดินทางไปในฐานะอะไร ไปเพื่ออะไร ส่วนผู้ช่วยของนายพนิชที่หนีมาได้ก็ยังไม่ได้ติดต่อกับตน เขาคงรายงานนายกฯแล้ว
“แต่ว่าการที่นายวีระเคยถูกจับในพื้นที่ใกล้เคียง และคราวนี้มาถูกจับอีกเป็นเหตุสำคัญ ที่ทำให้การเจรจารที่จะขอตัวกรณีนี้ยากขึ้น ตอนแรกตนดีใจว่าเขาจะปล่อยอยู่แล้ว แต่พอตรวจรายชื่อกันมีชื่อคนที่ถูกจับมาก่อนก็เลยมีปัญหา ส่วนที่มีข่าวว่านายกฯมอบหมายให้นายพนิชไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตรฯเป็นการภายในนั้น เรื่องข่าวลืออย่างนั้นอย่าเอามาพูดเลย ในสถานการณ์ที่เกิดเหตุอย่างนี้อย่าไปฟังข่าวลือ จะทำให้ประชาชนสับสน ส่วนพื้นที่ที่เกิดเหตุฝ่ายไทยก็อ้างสิทธิมีการออกโฉนดกันมา 20 กว่าปีแล้ว เป็นเรื่องที่มีปัญหาต่อสู้กันอยู่เรื่องแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ต้องหาทางแก้ไขกันให้ได้” นายสุเทพ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า โดยสรุปที่ปัญหาไม่คลี่คลาย เป็นเพราะปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาไม่ได้ดีจริงอย่างที่พูดใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ใช่ ความสัมพันธ์ของเรามันลุ่ม ๆ ดอน ๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวไม่ดี และมีเหตุการเมืองเข้ามาแทรก ตอนแรก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเข้าไปอยู่ในกัมพูชาก็เกิดแข็งกร้าวมีปัญหากับเรา ก็หยุดกันไปพักหนึ่ง ตอนนี้พอจะผ่อนคลายลงทำท่าจะดี ก็เกิดเหตุมีคนเข้าไปอีก เราต้องระมัดระวัง ที่จริงส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องการเมืองภายใน ของเราที่ไปดำเนินการแล้วเกิดเหตุ แต่อีกส่วนเป็นเรื่องของกัมพูชามีประเด็นที่อยากจะต่อรองกับเราเรื่องนั้นเรื่องนี้แล้วไม่เรียบร้อย
ผู้สื่อข่าวถามว่า แกนนำรัฐบาลได้พูดคุยกัยสมเด็จฮุนเซนหรือยัง เพราะเขาประกาศว่าไม่ใช่เรื่องการแก้เค้น รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน และยังไม่ได้ติดต่อประสานกันถึงระดับอย่างนั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุนี้จะกระทบทำให้การชุมนุมของพันธมิตรฯในเดือนหน้าบานปลายหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เราแก้ปัญหากันทีเปลาะทีละเหตุการณ์ เอาไปโยงกันหมดทำให้เราทำงานลำบากขึ้น ปัญหาเฉพาะหน้าคือทำอย่างไร เราถึงจะช่วยเหลือคนไทย 7 คนออกมาให้ได้ก่อน



