ข่าว

รัฐ-เอกชนผนึกความร่วมมือจัดการขยะ

รัฐ-เอกชนผนึกความร่วมมือจัดการขยะ

30 ธ.ค. 2553

หลายปีที่ผ่านมาเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เผชิญปัญหาที่ท้าทาย เช่นเดียวกับที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่หลายแห่งในประเทศไทย ต้องเผชิญนั่นก็คือ การบริหารจัดการขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ใช้พื้นที่คิดเป็นเนื้อที่รวมร

  อย่างไรก็ตาม จากปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นไปตามโครงสร้างของเมืองที่ขยายตัว โดยมีขยะเกิดขึ้นเฉลี่ย 200 ตันต่อวัน ทำให้บ่อฝังกลบขยะแห่งนี้เริ่มกลายเป็นปัญหา ขณะที่มลภาวะจากขยะได้ก่อปัญหาให้พื้นที่โดยรอบ การหาทางออกในเรื่องนี้มาได้ข้อสรุปด้วยแนวทางการกำจัดขยะที่เรียกว่า Refuse Derived Fuel หรือ RDF ซึ่งถูกนำมาใช้กับเทศบาลนครนครศรีธรรมราช เป็นแห่งแรกของประเทศไทย

 ความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งนี้ คือเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กับบริษัทเทคโนโลยีพลังงานทดแทน จำกัด โดยการว่าจ้างจากเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ในราคาตันละ 190 บาท และจะเพิ่มขึ้นในทุก 5 ปี คราวละ 5 บาท สัญญา 20 ปี โดยเทศบาลมีหน้าที่เพียงแค่ป้อนขยะและให้ใช้สถานที่ โดยการลงทุนทั้งหมดเป็นภาระของบริษัทคู่สัญญา คือบริษัทเทคโนโลยีพลังงานทดแทน จำกัด

 “RDF เป็นระบบการกำจัดขยะให้ได้ออกมาเป็นเชื้อเพลิงสำหรับอุตสาหกรรม ไม่มีควัน ไม่มีกลิ่น เนื่องจากปัจจุบันการกำจัดขยะเป็นสิ่งที่จำเป็น หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไหนสามารถกำจัดขยะได้โดยไม่มีความขัดแย้งกับประชาชน นั่นคือสิ่งที่น่าชื่นชม ความสำเร็จในความร่วมมือครั้งนี้คือสิ่งที่สะท้อนในความเป็นมิตร ระหว่างประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเทศบาลนครนครศรีธรรมราชจะเป็นแห่งแรกของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ และทั่วประเทศจะมาดูงานที่นี่ ซึ่งจะเป็นต้นแบบที่สำคัญ มีโรงงานกำจัดขยะ มีสวนหย่อม แนวของภูเขาขยะจะหมดไปแล้ว ฉากหลังคือแนวของเทือกเขาหลวงจะมาแทนที่ เป็นการรับมือกับความเจริญที่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ" สมนึก เกตุชาติ นายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช กล่าว

 ส่วนไซมอน อี โบไนเทิน กรรมการบริหาร บริษัทเอสเอ็มซีพาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทแม่ของบริษัทเทคโนโลยีพลังงานทดแทนจำกัด กล่าวว่า ระบบเครื่องจักรที่ใช้ในการกำจัดขยะระบบ RDF มีที่มาด้วยการนำเข้าจากประเทศฟินแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของโลก เทคโนโลยีนี้จะนำเข้ามาที่นครศรีธรรมราชเป็นที่แรกของประเทศไทย

 “กระบวนการคือการนำเอาขยะทุกชนิดที่ได้มาคัดแยก แล้วแปรสภาพด้วยการปั่น แยกจนเป็นเซลล์เชื้อเพลิง จากนั้นจึงเข้าสู่การอัดแท่งสำหรับใช้ในระบบอุตสาหกรรมส่งจำหน่าย โดยมีตลาดรองรับ เช่น นำไปใช้ในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ โรงงานผลิตไฟฟ้า ซึ่งการลงทุนที่นี่จะอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ของภาคใต้ การลงทุนทั้งระบบใช้งบประมาณราว 300-400 ล้านบาท คาดว่าจะคุ้มทุนในปีที่ 5-7 ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มการก่อสร้างโรงงานแล้ว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปลายปี 2554 ที่การกำจัดขยะด้วยวิธีการนี้จะเริ่มขึ้นอย่างเต็มอัตราของเครื่องจักร” ไซมอน อธิบาย

 ด้วยรูปแบบข้างต้นนี้ทำให้ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นบทสะท้อนไปถึงการบริหารจัดการท้องถิ่น ในการขจัดปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ และกำลังจะเป็นกรณีศึกษาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายอื่นได้นำไปประยุกต์ใช้

"กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล"