ข่าว

ผ่าผลงานครบ 2 ปีของรัฐบาล

ผ่าผลงานครบ 2 ปีของรัฐบาล

29 ธ.ค. 2553

เมื่อวันศุกร์ที่แล้วนายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงผลงานของรัฐบาลที่ได้เข้ามาบริหารประเทศครบ 2 ปี ด้วยท่าทางที่ภูมิใจในผลงานทุกๆ ด้านไม่ว่าทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมดังที่ได้ประจักษ์ชัดแก่สายตาคนไทยจำนวนมากอยู่แล้ว สำหรับท่วงท่าที่ท่านนายกฯ ได้ออกมาเดี่ยวไมโคร

ในด้านเศรษฐกิจท่านแถลงผลงานว่าจีดีพีโตถึงเกือบ 8% เทียบกับเมื่อเพิ่งเข้ารับงานจีดีพี 2% กว่าๆ ท่านว่าต่อไปว่าการส่งออกก็ขยายตัวถึง 25% เรื่องนี้ก็มีผู้กระแหนะกระแหนว่ารัฐบาลตีขุมเอาตามกระแสเศรษฐกิจของโลกที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น การเสนอข้อมูลด้านนี้ท่านนายกฯ น่าจะได้อธิบาย “ตัวเลขสอบย้อนกลับ” ได้ เช่น อธิบายว่ารัฐบาลทำอะไรหรือไม่ทำอะไรบ้าง ผู้ส่งออกจึงสามารถเพิ่มยอดขายของตนได้ถึง 25% ถ้าอธิบายความเกี่ยวพันต่างๆ ได้ พวกปากหอยปากปูจะได้ไม่มีทางวิพากษ์วิจารณ์

 สูตรลับในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนใน 2 ปีที่ผ่านมานั้นพอจับความได้ว่าท่านนายกฯ จะแก้ปัญหาให้ประชาชนด้วย “การเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย”

 โครงการหนึ่งในการเพิ่มรายได้ให้ประชาชนนั้นคือการให้เบี้ยยังชีพแก่ผู้สูงอายุ (ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป) จำนวน 5.7 ล้านคน ซึ่งดูเหมือนท่านนายกฯ จะปลื้มอกปลื้มใจในเรื่องนี้มากโดยเฉพาะเมื่อถูกผู้เฒ่าผู้แก่เข้ามาโอบกอดในคราวลงพื้นที่

 การช่วยเหลือด้วยการให้เงินเดือนละ 500 บาทนี้ ท่านนายกฯ เองก็บอกว่าเป็นเงินจำนวนจิ๊บจ๊อยแต่เมื่อรวมเข้ากันก็มีมูลค่าถึง 3.4 หมื่นล้านบาทต่อปี นับว่ามากทีเดียว มากพอที่จะสร้างทางรถไฟจากเด่นชัยไปเชียงรายเป็นแบบรางคู่แล้วยังมีเงินเหลืออีก

 การช่วยคนแก่ที่ยากจนนั้นไม่มีใครว่าอะไรแต่เนื่องด้วยรัฐบาลคิดเอาง่ายเข้าว่าเงินภาษีอากรจึงถูกจ่ายไปในช่องทางนี้แบบไม่สมควร เพราะไม่มีการศึกษาว่าคนแก่ 5.7 ล้านคนนั้นมีใครที่ต้องการความช่วยเหลือจริงๆ บ้าง ไม่ใช่เหวี่ยงแหอย่างปัจจุบัน ทำให้ตาแก่เจ้าของร้านทองก็ไปลงทะเบียนขอรับการสงเคราะห์กับเขาไปด้วย เรื่องประเภทนี้ท่านนายกฯ ต้องกระชับพื้นที่ลงให้เหมาะสมด้วย

 แนวทางการเพิ่มรายได้ที่ท่านนายกฯ ภาคภูมิใจหนักหนาอีกเรื่องหนึ่ง คือการประกันรายได้เกษตรกร ท่านถึงกับกล่าวว่า “เกษตรกรทำงานต้องไม่ขาดทุน” แนวความคิดนี้ฝืนธรรมชาติเพราะการทำมาหากินอย่างไรก็ตามย่อมมีทั้งขาดทุนกำไร ถ้ารัฐเข้าไปประกันไม่ให้ขาดทุนโดยควักเงินจากภาษีอากรไปช่วยอุดหนุนแล้วเวลาเกษตรกรได้กำไรมากมายเขาส่งคืนรัฐอย่างไรหรือไม่ ใคร่ขอบอกว่าในต้นแบบแห่งการประกันทางเกษตร เกษตรกรจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันเหมือนการประกันภัยทั่วไป

 เมื่อพูดถึงการเกษตร ท่านนายกฯ ภูมิใจว่าพืชผลทางการเกษตรหลายอย่าง เช่น มันสำปะหลังและยางพารามีราคาสูงขึ้นมากนั้นไม่ใช่ฝีมือของรัฐบาลเลยแต่เพราะเศรษฐกิจของโลกเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้พลังงานทดแทนกันมาก มันสำปะหลังจึงแพงตามขึ้นไป ส่วนยางพารานั้นก็แพงไปตามราคาน้ำมันดิบ

 สรุปได้ว่าการเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนนั้น คือการที่รัฐบาลเอาภาษีอากรไปอุดหนุนจนต้องทำให้การลงทุนต้องใช้วิธีกู้ยืม

 สรุปได้ว่าผลงาน 2 ปีในด้านเศรษฐกิจที่นายกฯ อภิสิทธิ์ แถลงคือภาพลวงตาที่ใช้เรียกคะแนนเท่านั้นเอง