ข่าว

เลี้ยงปลานิลด้วยสาคู

เลี้ยงปลานิลด้วยสาคู

06 เม.ย. 2552

"ต้นสาคู" พบเห็นกันมาแถบภาคใต้ และเป็นพืชพื้นเมืองที่สำคัญ เพราะว่าเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต โดยมีแป้งอยู่มากถึงร้อยละ 82 จึงมีการใช้เป็นแหล่งอาหารสำคัญอย่างหนึ่ง

ความที่มีสาคูอยู่มากในภาคใต้ ราคาจึงไม่สูงมากนัก และกลายเป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานที่มีราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับอย่างอื่น ดังนั้น นอกจากจะนำมาประกอบอาหารในบ้านเรือนแล้ว ยังมีการใช้เพื่อการเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด ไก่ ได้อีกด้วย

 เมื่อพูดถึงสาคู ซึ่งเป็นแหล่งอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ก็มีปลานิล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารโปรตีนราคาถูกสำหรับชาวบ้านที่เรารู้จักกันมานานแล้ว การเลี้ยงปลานิลเป็นเรื่องง่ายและไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ถ้าจะให้โตเร็ว ได้น้ำหนักดี ก็ต้องมีการให้อาหารที่มีคุณภาพด้วยเช่นกัน และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีราคาแพง และกลายเป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการเลี้ยงปลานิลไปโดยปริยาย

 คำถามก็คือว่า ถ้าจะใช้ของที่มีมากอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ อย่างเช่น การใช้สาคูมาเลี้ยงปลานิล จะเกิดผลดีผลเสียอย่างไร และน่าจะคุ้มค่าหรือไม่ สิ่งเหล่านี้คือคำถามที่นำไปสู่การค้นคว้าหาคำตอบโดยการวิจัยของ อาจารย์วรรณชัย พรหมเกิด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ที่ได้ทดลองใช้สาคูมาผสมอาหารเลี้ยงปลานิลแดง เพื่อจะดูว่ามีผลต่อการเติบโตของปลานิลอย่างไรบ้าง และมีโอกาสนำมาใช้ประโยชน์จริงได้หรือไม่

 ผลจากการทดลองเลี้ยงในตู้เลี้ยงปลาและให้อาหารปลาที่มีสาคูเป็นส่วนผสมในอัตราส่วนที่แตกต่างกัน แล้วดูการเติบโต ในที่สุดก็ได้คำตอบว่า สาคูสามารถผสมลงในอาหารเลี้ยงปลานิลได้มากถึงร้อยละ 20-30 แต่ไม่ควรใช้มากไปกว่านั้น เพราะหากผสมสาคูมากไปจะทำให้การเติบโตและน้ำหนักเฉลี่ยลดลง แต่ว่าถ้าใช้ในช่วง 20-30% ดังกล่าว ก็ไม่มีผลให้การเติบโตของปลาลดลง แต่สามารถลดปริมาณปลาป่น รำข้าว ปลายข้าว กากถั่วเหลือง ที่ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารเลี้ยงปลานิลลงได้ ซึ่งทำให้ต้นทุนค่าอาหารสัตว์ลดลงอย่างมาก

 มีข้อสังเกตนิดเดียว คือ การทดลองดังกล่าวเลี้ยงในตู้เลี้ยงปลาที่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดี แต่ถ้ามีการเลี้ยงในบ่อดินอย่างที่ปฏิบัติกันทั่วไป ก็น่าจะมีการทดลองเก็บข้อมูลดูอีกครั้งหนึ่งว่าจะได้ผลอย่างไร เพราะว่าการเลี้ยงในบ่อดิน ยังมีอาหารธรรมชาติอื่นๆ ปะปนอยู่ด้วยมาก และอาจช่วยเสริมการเติบโตได้ดีขึ้นไปอีกก็ได้ อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นไปได้แล้วว่า การใช้สาคูที่เป็นพืชท้องถิ่นที่หาได้ง่ายในภาคใต้ สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในอาหารเลี้ยงปลาได้มากถึง 20-30% นั่นก็หมายถึงต้นทุนที่ลดลงอย่างมากด้วยเช่นกัน

 แนวคิดในเรื่องนี้ ความจริงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การใช้สาคูผสมในอาหารเลี้ยงปลานิล แต่เป็นเรื่องของวิธีคิดในการใช้ประโยชน์จากของที่มีอยู่มากในท้องถิ่น มาใช้ประโยชน์อย่างผสมผสาน น่าจะเป็นตัวอย่างอันดีสำหรับที่อื่นๆ ซึ่งมีพืชพรรณที่แตกต่างกันออกไป แต่หากสามารถหาจุดที่นำมาใช้ประโยชน์ได้ ก็ย่อมเกิดประโยชน์โดยตรงแก่พื้นที่นั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ตามมาคือ เกิดการลดต้นทุนได้อย่างมาก และนำไปสู่การพึ่งตนเองในอาชีพได้มากขึ้น!

พีรเดช ทองอำไพ