
คนกระสันอยากเป็นนายกฯ
อืมม์...เห็นกลุ่ม ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเดินทางไปดูไบเพื่อเยี่ยมอวยพรปีใหม่ให้ ทักษิณ คนหนีคุก และขอฉันทานุมัติให้ น้ามิ่งขวัญ เป็นผู้เข้าชิงเก้าอี้นายกฯ แล้ว ทำให้รู้สึกว่าการที่ใครอยากเป็นนายกฯ ประเทศนี้นั้นง่ายจริงๆ
คงเป็นเพราะว่า “เฒ่าเติ้ง” และ “เสี่ยชาย ตู้เย็น” ได้เป็นแล้ว ไม่ต้องแสดงกึ๋นอะไรมากมาย ดังนั้นใครตื่นเช้าขึ้นมาแล้วไม่มีอะไรทำ ส่องกระจกดูหน้าตัวเองแล้วอาจทึกทักเอาเองว่าราศีจับ น่าจะทดสอบวาสนาดูบ้าง
ดีกว่าอยู่เปล่าๆ เพราะกินข้าวอิ่มแล้วไม่มีอะไรจะทำ!
ถ้าคนมีจิตปกติ ไร้ความกระสันเกินระดับธรรมดา และตักน้ำใส่กะโหลก กะลา ส่องดูหน้าตัวเองเป็นประจำแล้ว ก็น่าจะรู้ถึงความควรหรือไม่ควร
กรณี “น้ามิ่ง” นั้นเป็นความพิศวง ถ้าตัวเองต้องการลุ้นเก้าอี้นายกฯ จริงตามคำร่ำลือ เพราะน่าจะประเมินศักยภาพของตัวเองก่อนว่ามีแค่ไหน
น่าจะดูตัวอย่างนายกฯ ที่ผ่านมา เช่น “เสี่ยหมัก” และ “เสี่ยชาย ตู้เย็น” ว่าต้องเผขิญทุกข์เข็ญ วิบากกรรมอย่างไรบ้าง ล้วนแต่จบแบบไม่สวยทั้งนั้น
เหลือแต่นายกฯ มาร์คนี่แหละ ยังทำท่าเหนียวอยู่ แต่จะทนต่อแรงเสียดสีได้อีกนานเท่าไหร่ หลังจากต้องถูกรุกไล่ล่าโดยขบวนการเผาบ้าน เผาเมือง 2 ปีซ้อนๆ ต้องหลบไปนอนในค่ายทหารหนีตายนานเป็นเดือนช่วงแดงผยอง
ทุกวันนี้ทำตัวเป็นม้าอารีย์ ปล่อยให้งูเห่าแดงได้หลุดจากการคุมขัง หวังว่าจะได้ใจพวกเสื้อแดงด้วยนโยบายประชานิยม หว่านเงินกว่า 7 แสนล้านบาทในช่วง 2 ปี ขึ้นเงินเดือนเจ้าหน้าที่องค์กรส่วนท้องถิ่น ตำรวจเข้าคิวรอเช่นกัน
เรื่องความอยากเป็นนายกฯ ของคนในพรรคเพื่อคนหนีคุกนั้นเป็นความพิสดารใกล้เพี้ยน “ผู้เฒ่าจิ๋ว” ซึ่งจัดงานที่บ้านชวนเมียร้องเพลง “เก็บตะวัน” เมื่อวันก่อน ยังลุ้นเช่นกันว่าตัวเองน่าจะได้เป็นอีกรอบ สร้างความวิบัติรอบ 2
คู่ชิงอีกราย “สิงห์เหลิม บางบอน” ประกาศขอเป็นนายกฯ หลายรอบจนตัวเองเบื่อ ก็ไม่ได้รับเสียงหนุนจากพรรค เพราะมีคนละพวกนั่นเอง แต่คู่ชิงที่น่ากลัว บารมีล้นจนศาลยังหวาดหวั่นในความดุดันคือ “ตู่แดง” นั่นเอง
“ตู่แดง” นั้นไม่ใช่คนธรรมดา เป็นผู้นำม็อบเสื้อแดงจัดในระดับ “แกนนับ” เพื่อ “สู้แล้วรวย” ในขบวนการเผาบ้าน เผาเมือง! เป็นนักยุทธศาสตร์การรบ เมื่อจวนตัวใกล้เสียท่า ก็หาทางผละจากพรรคพวกเพื่อไปตรวจแนวรบไกลๆ
อยากเป็นนายกฯ แต่ไม่อยากเป็นหัวหน้าพรรค! ทำไมต้องไปหาชาวมอนเตเนโกรรับรองเสียก่อน ปล่อยให้พรรคเลือกตั้งแบบโปร่งใสก็ได้ เพราะเป็นนักเลือกตั้งอยู่แล้ว กระบวนการประชาธิปไตยต้องเริ่มต้นในพรรคนั่นแหละ
“น้ามิ่ง” เคยเป็นผู้อำนวยการ อสมท และรมต.พาณิชย์ ยังไม่รอดจากขบวนการเตะตัดขา น่าจะรู้ว่าเก้าอี้นายกฯ ไม่เหมาะกับคนขาสั่น ปากสั่น
เกาะ “โพเดียม” ยังเอาไม่อยู่ ล้มคว่ำคะมำหงาย! จะมาสู้มือขั้นเทพแบบ “มิสเตอร์โพเดียม ณ เฟซบุ๊ก” ได้อย่างไร “น้ามิ่ง” รู้ไว้ด้วยนิ! อิอิอิ!!!



