
นายกฯต้องจริงจังมิใช่สร้างภาพ
การขันนอตเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรื่องบ่อนการพนัน และตู้ม้าไฟฟ้า ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ทิ่มไปที่ ผบ.ตร.ผลจะออกมาอย่างไร พวกเราต้องรอดูกัน
นโยบายปราบอบายมุขที่มอมเมาประชาชน และเป็นบ่อเกิดอาชญากรรมอย่างหนึ่ง นายกรัฐมนตรี ทุกสมัยถือเป็นนโยบายหลักในการกำกับควบคุมดูแลตำรวจร่วมกับนโยบายการปราบปรามยาเสพติด แต่ทำในลักษณะไฟไหม้ฟางคือตื่นเต้นตอนแรก ทำอาการตาบอดตอนหลัง
ตำรวจส่วนใหญ่รู้ฟอร์มหมดแล้ว
พวกที่หากินกับส่วยบ่อนการพนัน, สถานอาบอบนวดที่เป็นสถานค้าประเวณี แอบแฝง (แบบโจ๋งครึ่ม), ค้ายาเสพติดในชุมชน, รับส่วนแบ่งจากการตั้งตู้ม้า หรือบาง สน.สารวัตรนำมาตั้งเอง ไม่ให้ราคามานานนม เพราะจ่ายจากพื้นที่รับผิดชอบถึงข้างบนครบถ้วน อย่าเก่งยามน้ำเชี่ยว ก็ให้พักผ่อนเที่ยวเมืองนอก พอคลื่นสงบ ก็เหมือนเดิม เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเคยชินกับเครื่องเซ่นเรียกร้อง
พูดถึงตู้มา ที่นายกฯ ให้สัมภาษณ์ประจานการทำงานของตำรวจนครบาล ว่ามีกระจายกันอยู่เต็มกรุงเทพฯ เป็นพันๆ เครื่อง แต่ ผบช.น.จับมาพอเป็นน้ำจิ้ม 53 ตู้ เฮ้อ! ยังลอยหน้าลอยตาอยู่ในตำแหน่งกันได้ ตั้งแต่โรงพัก ถึง สตช. อย่างไม่สะเทือน ก็มีปลอกคอกันทั้งนั้น
อ้าว ! ก็ข่าวว่าช่วงแต่งตั้งที่ผ่านมา เกือบทุกตำแหน่งต้องผ่านตาคนตัวดำ กับคนปากยื่น รับรองก่อนจึงจะผ่านเข้าสู่ที่ประชุม ก.ตร. พวกนี้ตาเป็นเอกซเรย์ คำนวณหลักของตัวเลขแม่นยำ ก่อนตัดสินใจ
ดังนั้นสั่งให้ตายก็ไร้ผล เพราะระดับผู้นำหน่วย เลือกที่จะเชื่อฟัง "ท่านกุ้งลิ้ง" มากกว่า อ้อคุยด้วยนะว่าสนิทกับคนในพรรคแกนนำรัฐบาล พวกนายพลฟังกันตาลอย เคลิบเคลิ้ม เป็นลิงหลับกันทั้งซอยนายพล ยิ่งบางคนตำแหน่งได้มาเพราะการลงขันกันของเจ้าของบ่อนการพนันบวกกับนายทุนตู้ม้า เพื่อประเคนให้แก่ผู้มีอำนาจหรือมีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ นายกฯ ก็อย่าไปหวังที่จะไขลานให้เดิน วิ่ง ตามหน้าที่
มีคนสบประมาทนายกฯ อภิสิทธิ์ว่า หากเป็นเรื่องตำรวจ สั่งการอะไรไปไม่เคยสำเร็จ หรือเกิดผลตามคำสั่งสักครั้งเดียว
ได้เพียงแค่สร้างภาพ ครั้งนี้จะรอดู !



