ข่าว

ใบเบิกทางมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

ใบเบิกทางมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

29 ธ.ค. 2553

หลังจากถูกวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งจากภายในพรรค และนอกพรรคเพื่อไทยว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะเสนอใครเป็น "แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี" เพราะนั้นถือเป็นจุดขายหนึ่งของพรรคการเมืองนอกเหนือจากนโยบายที่จะต้องออกมาเป็นชุดๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะการต่อยอดนโยบายประ

คู่แข่งสำคัญของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าหนีไม่พ้น พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีความพร้อมในแง่ตัวบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี นั้นคือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่นั่งเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 2 ปี และได้ประกาศเป็นวาระไปแล้วว่า ปีหน้ายุบสภา เลือกตั้งใหม่แน่นอน เพียงแต่ยังไม่บอกช่วงเวลาเท่านั้น แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองเชื่อว่า นายกฯ อภิสิทธิ์จะต้องลากไปให้ยาวนานที่สุดเพื่อรักษาฐานอำนาจ และอาจจะลากยาวไปจนถึงจัดทำงบประมาณปี 2555 เสร็จ พร้อมกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการด้วย หลังจากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว

สถานการณ์เวลานี้ของพรรคเพื่อไทย จึงได้เห็นการดิ้นรนเพื่อหาคนที่จะมานำพาพรรคไปสู่สนามเลือกตั้ง และสามารถที่จะสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ได้ "สุพล ฟองงาม" เลขาธิการพรรค จึงหอบทีมงาน ส.ส.เดินทางไปพบ พ.ต.ทงทักษิณ ชินวัตร ที่นครดูไบ เพื่อเสนอข้อมูลความเห็น เปิดทางให้ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้ามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคคนต่อไป และในศึกซักฟอกรัฐบาลในช่วงเดือนมีนาคมปีหน้า พรรคเพื่อไทยจะยื่นซักฟอกรัฐบาลทั้งคณะ รวมถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วย พรรคเพื่อไทยจึงจะเสนอชื่อ "มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" เป็นนายกรัฐมนตรี พ่วงท้ายญัตติอภิปรายไปด้วย

ในศึกซักฟอกรัฐบาล มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ จึงต้องแสดงบทบาทนำในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะที่ผ่านมาแม้มิ่งขวัญจะเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ แต่ทางการเมืองแล้ว ยังอ่อนด้อยจนเปิดช่องให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ยืนอยู่อีกฝ่ายอาศัยเป็นช่องทางในการโจมตีได้ ซึ่งถ้ามิ่งขวัญ สอบผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปได้ นั้นหมายถึงใบเบิกทางในการเดินเข้าไปรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค และรอรับเก้าอี้นายกรัฐมนตรีต่อไป ถ้าพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง แม้บางซีกบางส่วนในพรรคเพื่อไทยจะรับไม่ได้ แต่ถ้านายใหญ่เปิดทางเรื่องใหญ่ก็จะเป็นเรื่องเล็ก