ข่าว

อนุกก.ชงชุดใหญ่ฟันนครปฐมเอฟซีวันนี้

อนุกก.ชงชุดใหญ่ฟันนครปฐมเอฟซีวันนี้

29 ธ.ค. 2553

อนุกรรมการชงชุดใหญ่ฟันนครปฐม เอฟซี วันนี้ แย้มโทษขั้นเบาพักสิทธิ์ร่วมศึกลูกหนังดิวิชั่น 1 เป็นเวลา 1 ปี พร้อมปรับ 1.5 แสนบาททำร้ายผู้ตัดสินศรีสะเกษยื่นหลักฐานใหม่มือปืนไล่ล่ากองเชียร์นอกสนาม 6 ชายฉกรรจ์โผล่มอบตัว สภ.กำแพงแสน ปัดทำร้ายผู้ตัดสิน อีก 5 จ่อมอ

ที่ห้องประชุมสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย วานนี้ (28ธ.ค.) ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบริษัท ไทยพรี เมียร์ลีก จำกัด เป็นประธานประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง พร้อมกับผู้ควบคุมการแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก เกี่ยวกับเหตุการณ์อื้อฉาวของวงการลูกหนังในเกมเพลย์ออฟไทยพรีเมียร์ลีก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา ระหว่างทีมนครปฐม เอฟซี กับ ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมงเศษ

ดร.วิชิต เปิดเผยว่า ข้อสรุปที่จะนำขึ้นเสนอต่อคณะกรรมการฝ่ายพิจารณามารยาท วินัย และข้อประ ท้วง ที่มี พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา เป็นประธานในวันนี้ (29 ธ.ค.) พบว่ามีการกระทำผิดหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอลใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสิน และการทำร้ายผู้ตัดสินโดยผู้เกี่ยวข้องกับทีมนครปฐม รวมไปถึงกองเชียร์ทีมนครปฐม ตามระเบียบการแข่งขัน ซึ่งอยู่ในอำนาจของบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด เราสามารถสั่งลงโทษได้เบื้องต้นคือ ปรับสโมสรฟุตบอลนครปฐม ที่มีเจ้าหน้าที่ลงไปทำร้ายผู้ตัดสิน 1 แสนบาท และอีก 5 หมื่นบาทจากเหตุกองเชียร์ก่อเหตุ

จ่อโทษพักสิทธิ์ 1 ปีแข่งดิวิชั่น 1

“ส่วนบทลงโทษขั้นรุนแรงได้แก่การงดใช้สนามเหย้าไม่น้อยกว่า 10 นัดในฤดูกาลหน้าหรือจะให้ถอนทีมจากการแข่งขัน แต่ทัวร์นาเมนต์ได้จบลงแล้ว หากให้ถอนทีมคงไปมีผลในฤดูกาลหน้า ซึ่งเท่ากับว่าทีมนครปฐมจะถูกลดชั้นไปเล่นในดิวิชั่น 2 ทันที หรืออีกกรณีคือการพักสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันดิวิชั่น 1 เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเราไม่กังวลว่าฤดูกาลหน้าจะมี 17 หรือ 18 ทีม เนื่องจากทางเทคนิคสามารถทำได้หมด” ดร.วิชิต ระบุ

ประธานไทยพรีเมียร์ลีกยังเผยอีกว่า นอกเหนือจากโทษดังกล่าวแล้วที่มีบทบัญญัติโทษสูงสุดเอาไว้คือการถอนสมาชิกภาพของสโมสรสมาชิก แต่กรณีนี้เราสามารถกระทำได้เพียงให้ข้อเสนอขึ้นไปส่วนอำนาจการลงโทษหรือตัดสินใจ ต้องเป็นหน้าที่ของสภากรรมการบริหารสมาคมฟุตบอล ซึ่งในฤดูกาลหน้าจะมีการแก้ไขระเบียบการแข่งขันให้มีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น

"ท่านเปา" ผวาไม่กล้าลงตัดสิน

พร้อมกันนี้ ดร.วิชิต ยังได้ตอบข้อซักถามของสื่อมวลชนอีกว่า ในกรณีที่นครปฐม เอฟซี ได้ทำหนังสือประท้วงจากเกมนัดแรกของคู่นี้ คณะกรรมการได้รับและมีการพิจารณาแล้วพบว่าหลักฐานไม่ชัดเจนว่าเป็นการล้ำหน้าหรือไม่ ในลูกที่นครปฐมยิงประตูตีเสมอ และเห็นคล้อยกับการตัดสินของนายบดินทร์ บุญด้วยลาน ผู้ตัดสินในเกมนั้น จึงไม่อาจที่จะดำเนินการใดๆ ต่อได้

ขณะเดียวกันจากข่าวที่ “คม ชัด ลึก” ได้เสนอไปก่อนหน้านี้ว่า กลุ่มผู้ตัดสินพร้อมบอยคอตจากการทำหน้าที่หากยังไม่มีบทลงโทษที่เหมาะสมรุนแรงพอ จึงได้ติดต่อไปยัง “3 ช.” ชูชัย บัวบูชา ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มอบหมายเรื่องนี้ให้ จ.อ.มงคล รุ่งคล้าย คณะกรรมการผู้ตัดสินเป็นผู้ประสานกับคณะกรรมการของไทยพรีเมียร์ลีก และให้เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการลงทำหน้าที่ในเกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลดิวิชั่น 2 ที่จะมีขึ้นวันที่ 29 ธันวาคม ที่สนามศุภชลาศัย

ซีดีแฉโม่งขู่แฟนบอลศรีสะเกษ

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อ จ.อ.มงคล รุ่งคล้าย ปรากฏว่าเปิดโทรศัพท์ แต่ไม่รับสาย ทำให้ต้องลุ้นกันว่าในเกมนัดชิงดำของลีกดิวิชั่น 2 จะมีผู้ตัดสินลงทำหน้าที่หรือไม่ 

 นอกจากนี้ภายหลังการประชุมมีกลุ่มแฟนคลับของศรีสะเกษ เมืองไทย นำโดยนายธราพงษ์ สะโสดา ประธานแฟนคลับ เดินทางมารอพบและยื่นหนังสือพร้อมซีดีบันทึกเหตุการณ์จากภาพข่าวของสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ ที่มีกลุ่มกองเชียร์นครปฐมไล่ทำร้ายกองเชียร์ศรีสะเกษ รวมถึงมีภาพผู้ชายคนหนึ่งถือปืนข่มขู่แฟนบอลทีมเยือนด้วย

อย่างไรก็ตาม ดร.วิชิต กล่าวว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นในทรัพย์สินและร่างกายนั้น บริษัทไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด ไม่สามารถเข้าไปตัดสินหรือให้บทลงโทษใดๆได้ แต่เรื่องนี้เป็นคดีอาญา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบสวนและมีบทลงโทษตามกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งเราจะดำเนินการต่อไป

จ่าเอ้ตกใจพลุดังชักปืนขึ้นฟ้า

นายไชยา สะสมทรัพย์ ประธานสโมสรนครปฐม เอฟซี กล่าวว่า เรื่องผิดปกติที่เวลาแข่งขันหมด90 นา ทีแล้วกรรมการไม่เดินกลับเข้าที่พักที่ฝ่ายจัดเตรียมไว้ให้ แต่กลับเดินไปทางกองเชียร์ทีมศรีสะเกษ เลยทำให้แฟนคลับคิดไปว่ากรรมการถูกจ้างให้ล้มหรือไม่ เลยกรูเข้าไปในสนาม ตนเห็นก็เลยเดินลงไปเพื่อห้ามปราม แต่ด้วยคนมากเอาไม่อยู่จริงๆ ซึ่งตนได้สอบถาม พ.อ.อ.นพพร ศิริรังษี หรือจ่าเอ้ ทหารในสังกัดกองทัพอา กาศ ฐานบินกำแพงแสน ว่าชักปืนทำไม เขาบอกว่าเหตุชุลมุนกลัวเอาไม่อยู่ และยังมีเสียงพลุดังเป็นระยะๆ จึงชักปืนขึ้นมาชูขึ้นฟ้า

6 มือยำเชิ๊ตดำโผล่เข้ามอบตัว

  ส่วนที่ห้องประชุม สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้มีการประชุมเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี โดยมี พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 เป็นประธาน ปรากฏว่าระหว่างนั้นมีชายฉกรรจ์ 6 คน ที่อยู่ในภาพวิดีโอทำร้ายนายอภิสิทธิ์ อ้นรักษ์ กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอลได้รับบาดเจ็บ ประกอบด้วย 1.นายวิศาล หรืออั้น ลักษณ์นับธรรม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127/1 หมู่ 1 ต.ธรรมศาลา อ.เมืองนครปฐม 2.นายนิคม หรือกรุง ทองหอม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/10 ซอยพิพิธประสาท 7 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม 3.นายยุมนาคาร หรือยู โคเกเคล อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 8 ต.บางแขม อ.เมืองนครปฐม 4.นายกิตติศักดิ์ หรือบี ศรีมนทก อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ถนนเทศบาล 1 ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม 5.นายชัยศิริ หรือหนึ่งดอยคำ สกลพันธุ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 305/1-2-3 ถนนรถไฟ ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม 6.นายฐานุพงศ์ หรือโจ้ย รังสิโตรพงศ์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ถนนยิงเป้า ต.สนามจันทร์ อ.เมืองนครปฐม ได้เข้ามอบตัวพร้อมทั้งปฏิเสธข้อกล่าวหาโดยจะให้การในชั้นศาล

หมายเรียกอีก 5 ขอเข้ามอบตัว

 อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บทั้งกายและจิตใจ เมื่อตรวจสอบจากเอกสารและที่อยู่แล้วปรากฏว่า ทั้งหมดมีที่อยู่ชัดเจน ไม่น่าหลบหนีจึงให้กลับบ้านได้

 พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียดจากภาพวิดีโอ แล้วพบว่ามีผู้ก่อเหตุรวมอยู่ถึง 12 คน เข้ามอบตัวแล้ว 7 คน และได้ออกหมายเรียกไป 5 คน มีนายภาคิน หรือจุ๋ม เลิศวิรัตน์ อายุ 53 ปี นายกิตติศักดิ์ หรือบี ภัทราวาส อายุ 29 ปี นายพีระ หรือเอก วิจิตร อายุ 40 ปี นายสมิธ หรือเปิล ทองยา อายุ 45 ปี นายณัฐพล หรือโต้ง เอกจีน อายุ 35 ปีทั้ง 5 คนนั้น มีภูมิลำเนาอยู่ในเขต จ.นครปฐม ทั้งหมด ซึ่งล่าสุด ตำรวจได้รับการติดต่อมาแล้วว่าจะนำบุคคลทั้ง 5 ที่ ตร.ออกหมายเรียกมามอบตัวในตอนบ่ายวันที่ 29 ธันวาคม