
จัดเอเชี่ยนเกมส์ อย่าลืมคนพิการ
ไทยกำลังลุ้นจัดเอเชี่ยนเกมส์อีกครั้ง พล.ต.โอสถ ภาวิไล พ่อบ้านพาราลิมปิกไทย กระทุ้ง อย่าลืมแผนเสนอตัวจัดกีฬาคนพิการ เอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12 เพราะต้องรับเป็นเจ้าภาพเช่นกัน หากลืมเมื่อไหร่ โอกาสเป็นเจ้าภาพก็ไม่มี
พล.ต.โอสถ ภาวิไล เลขาธิการคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังจากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน เป็นเจ้าภาพเมื่อวันที่ 12-19 ธันวาคม ทำให้การแข่งขันมหกรรมกีฬาของเอเชีย เข้าระบบ โดยเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์จะต้องเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์คู่กันไปด้วย หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการแบ่งโซนใหม่ ทำให้ต้องเปลี่ยนชื่อจากเฟสปิกเกมส์ มาเป็นเอเชี่ยนพาราเกมส์ ดังกล่าว
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลไทยที่เตรียมจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2019 (พ.ศ.2562) พล.ต.โอสถ กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับเอเชียหรือระดับโลก ส่วนใหญ่จะต้องมีการแข่งขันและการเสนอตัวเพื่อแย่งเป็นเจ้าภาพ โดยการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์จะต้องมีแผนการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนพาราเกมส์ควบคู่ไปด้วย เนื่องจากประเทศเจ้าภาพจะต้องรับภาระในการเป็นเจ้าภาพทั้ง 2 รายการ แต่ในการเตรียมการของไทยยังไม่มีการพูดถึงกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์แต่อย่างใด ซึ่งหากไม่มีการเสนอแผนการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนพาราเกมส์ควบคู่ไปด้วยแล้ว เท่ากับว่าแผนนั้นไม่สมบูรณ์ โอกาสจะได้เป็นเจ้าภาพแทบจะไม่มี
"เหมือนครั้งที่ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์มาแล้วครั้งหนึ่ง ก็แทบไม่มีการพูดถึงการเป็นเจ้าภาพพาราลิมปิกเกมส์ไปพร้อมกันด้วย ทำให้กรุงเทพฯ ของไทย ตกรอบตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิจารณา" พล.ต.โอสถ กล่าว
พล.ต.โอสถ กล่าวในตอนท้ายว่า การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ ควรมีการหารือกันในวงกว้าง เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน เพราะเกี่ยวพันกับงบประมาณที่จะต้องใช้ โดยเฉพาะสนามแข่งขันและหมู่บ้านนักกีฬาที่จะต้องใช้ที่เดียวกัน หากมีการสร้างใหม่ก็จะต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกของคนพิการด้วย โดยไทยเคยเป็นเจ้าภาพกีฬาเฟสปิกเกมส์ ครั้งที่ 7 เมื่อปี พ.ศ.2542 หลังจากเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 หากได้เป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ก็จะต้องเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 12



