
ญาติร่ำไห้รับศพเหยื่อซิ่งชนบนโทลล์เวย์
ญาติผู้เสียชีวิต 8 ศพรับศพอย่างโศกเศร้า น้องชายดร.หนุ่ม เผย พี่เรียนเก่งจบดร.ตั้งแต่อายุ 27 แม่รอยพวงมาลัยส่งเสีย เสียงญาติให้ล้อมคอกดูแลรถตู้ให้คาดเบล หน่วยงานรัฐจริงจังแก้ปัญหา
(28ธ.ค.) ที่สำนักงานนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติและเพื่อนผู้เสียชีวิต 8 ศพ จากเหตุรถเฉี่ยวชนรถตู้โดยสาร ทำให้ผู้โดยสารกระเด็นตกจากทางด่วนโทลย์เวย์เสียชีวิตคืนวานนี้ทยอยเดินทางเข้ารับศพที่สถานบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าโดยศพทั้ง 8 ศพ ประ กอบด้วย1.นายภิญโญ จินันทุยา อายุ 34 ปี ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะสถา ปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2.น.ส.ตรอง สุดธนกิจ อายุ 24 ปี 3.นายปรัชญา คันธา นักศึก ษาชั้นปีที่ 3 คณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
4.น.ส.สุดาวดี นิลวรรณ อายุ 20 ปี หรือน้องนุ่น นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 5.ดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง อายุ 33 ปี นักวิจัย 1 สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ( สวทช.) 6.นายอุกฤษฎ์ รัตนโฉมศรี อายุ 30 ปี นักวิจัยใบโอเทค ม.ธรรมศาสตร์ 7.น.ส.นฤมล ปิตาทานัง อายุ 38 ปีคนขับรถตู้ 8.นายเกียรติมันต์ รอดอารีย์ อายุ 23 ปี
นายดุสิต เชาว์ไกรหัก อายุ 19 ปี น้องคนละพ่อของดร.ศาสตรา เช้าเที่ยง หรือดร.เป็ด นักวิจัย สวทช. กล่าวว่า ไม่คิดว่าเหตุดังกล่าวจะเกิดขึ้นกับพี่ชาย พี่ชายเป็นเสาหลักและความภาคภูมิใจของบ้าน แม้มารดาจะทำอาชีพร้อยพวงมาลัยขายในตลาดเมืองราชบุรี เป็นร้านเล็กๆ ชื่อร้านคุณหนิงขายดอกไม้ แต่ก็ส่งเสียให้พี่ชายเรียนจบปริญญาเอก ด้วยทุนของกพ.ที่ประเทศอังกฤษ ด้วยวัยเพียง 27 ปี ปกติพี่ชายเป็นคนนิสัยเรียบง่าย แต่ต้องทำงานดึก ตื่นเช้า จึงใช้บริการรถตู้โดยสาร เนื่องจากไม่ต้องการเพิ่มภาระหนี้สินจากการซื้อรถยนต์ ตอนนี้ที่บ้านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และรู้สึกรับไม่ได้ โดยจากนี้จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเกาะนัมทา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
นายดุสิต กล่าวอีกว่า พี่ชายเป็นคนเรียนเก่งมากเรียนจบมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ตอนอยู่ ม.5 สอบเทียบและสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เพื่อให้แม่ภาคภูมิใจ แต่ไม่เอาเนื่องจากสอบกพ.อยากไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเบอร์มิ่งแฮม สาขาชีววิทยา ตั้งแต่ปริญญาตรีถึงปริญญาเอก จนจบปริญญาเอก เมื่อ 5 ปีที่แล้วและมาทำงานตำแหน่งนักวิจัย 1 ที่สวทช.ตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน พี่ชายจะเป็นคนที่ขยันมาทำงานตลอด รับสอนพิเศษภาษาอังกฤษ รับงานวิจัย ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็ง
นายดุสิต กล่าวต่อว่า ส่วนชีวิตส่วนตัวพี่ชายยังเป็นคนโสด ตั้งใจหาเงินสร้างฐานะ ซื้อคอนโดฯและส่งเสียตนเองเรียนส่วนหนึ่ง พี่เขาไม่เคยรู้จักว่า พ่อเป็นใครและไม่สนใจเรื่องนี้ สนใจเรียนอย่างเดียว แม่ก็ไม่เคยบอกพี่เขาไม่ได้ถาม ตนเคยบอกให้พี่ชายซื้อรถแต่พี่ชายไม่ซื้อเนื่องจากไม่อยากมีภาระเพิ่มและทำงานเยอะ ไม่อยากขับรถเองต้องออกจากบ้านแต่เช้าและกลับถึงบ้านดึกๆ ทุกวัน จึงไม่อยากขับรถ อาทิตย์หน้าที่บ้านจะมีการทำบุญใหญ่ที่ จ.ราชบุรีจะเป็นวันรวมญาติพี่ชายเขาก็มาจากไปเสียก่อน
“แม่อยู่ในอาการโศกเศร้ามาก แต่วันนี้ก็ยังต้องไปขายพวงมาลัยเพราะวันนี้เป็นวันโกน รายได้จากการขายพวงมาลัยเดือนหนึ่งก็ประมาณ 5,000 บาทเท่านั้น พี่ชายส่งเสียให้แม่หลังจากเรียนจบและตั้งใจเก็บเงินเพื่อสร้างบ้านใหม่ให้แม่ด้วย พี่เขาจะเป็นคนวางแผนทำอะไรเป็นขั้นตอนไม่เคยทำให้ที่บ้านเดือดร้อน เรื่องเรียนของตนเองก็เหมือนกัน พี่ชายจะวางแผนให้หมดว่าเรียนอะไร ต่อไปจะเรียนอะไรต่อ”นายดุสิตกล่าว
ขณะที่ นายชัยภัทร จันทราสุริยารัตน์ อายุ 50 ปี น้าชายของนายปรัชญา กล่าวว่า ได้คุยกับหลานครั้งสุดท้ายช่วงเช้าวานนี้ ที่จะขอกลับบ้านดึก เนื่องจากต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบกับเพื่อนๆ ที่จะมาสอบในวันศุกร์ และไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับหลาน ก่อนเกิดเหตุขณะที่เขาอยู่รถตู้เขาโทร.คุยกับแฟน แฟนก็ได้ยินเสียงดังโอ๊ยและสายก็ขาดหายไป ตนเองมารู้ก็ตอนที่ดูข่าวว่ามีรถตู้ตกทางด่วนก็ไปดูปรากฎว่าหลานเสียชีวิตแล้ว
นายชัยภัทร กล่าวต่อว่า ปกติตอนอยู่ปี 1 หลานจะอยู่ที่หอพักในมหาวิทยาลัย ตนเองก็บอกให้มาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแล ก็ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือถูกที่ให้หลานเดินทางไปกลับมหาลัย ตนอยากให้รถตู้โดยสารมีเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง รวมทั้งรถแท็กซี่ด้วย เพราะสังเกตุได้ว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมด คือผู้ที่กระเด็นออกจากรถ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องคนขับรถยนต์ที่ชนท้ายรถตู้นั้น จะต้องปรึกษาพ่อแม่ของนายปรัชญาอีกครั้ง เนื่องจาก เห็นว่า คนขับต้องใช้ความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนดมาก จึงทำให้เกิดอุบัติร้ายแรงเช่นนี้
ด้านนางนฤมล นิลวรรณ อายุ 57 ปี ดาราตัวประกอบป้าของ นส.สุดาวดี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุ หลานสาวกำลังจะเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิตจะมาขึ้นรถนครชัยแอร์ เพื่อกลับบ้านที่จังหวัดอุบลราชธานีเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ พ่อเขาก็เป็นผกก.สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ส่วนแม่เขาเป็นพยาบาล ทราบว่าพ่อแม่เตรียมต้อนรับลูกที่บ้านได้เตรียมทำกับข้าวไว้มากมาย เพื่อต้อนรับลูกสาวที่มาเรียนในกรุงเทพฯตนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้กับครอบครัวของตนเอง สำหรับศพจะนำไปไว้ที่วัดสุวรรณปัก จ.อุบลราชธานี
นางนฤมล กล่าวต่อว่า ตอนแรกที่ทราบว่าเกิดอุบัติเหตุก็คิดว่าหลานเพียงได้รับบาดเจ็บเท่านั้น เพราะไม่มีชื่อในรายชื่อผู้เสียชีวิตก็ไปดูที่รพ.วิภาวดี ปรากฏว่าไม่มี จึงมาที่สน.วิภาวดี ก็พบศพหลานสาว ตอนนั้นในตาที่เห็นว่าใช่ใจก็บอกว่าไม่ใช่ก็ให้เพื่อนเขามาดูอีกทีปรากฏว่าใช่ศพหลานสาวจริงๆ คนที่เสียชีวิตในรถตู้คันนี้ประกอบด้วยบุคคลที่ความรู้ความสามารถเป็นดร.เป็นอาจารย์ซึ่งเรารู้สึกว่าเสียดายเพราะบุคคลเหล่านี้จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติวันข้างหน้าแต่ไม่ใช่เรามาสรรเสริญเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้วไม่อยากพูดว่า ให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายเพราะเกิดมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่อยากให้เกิดขึ้น และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง
“เขาเป็นเด็กน่ารัก เป็นเด็กเรียนเก่ง ช่วยเหลือตัวเองไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อนมีความใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ ตอนที่พ่อเขาโทร.มาให้ไปดูให้หน่อย เราไม่คิดว่าเป็นเขาเลย คิดแต่ว่าเขาไม่เป็นไร เรื่องนี้เกิดจากความประมาทแม้คนขับรถตู้จะไม่ประมาท คงขับไม่เร็วมากเพราะเป็นผู้หญิง แต่คนอื่นประมาทขับมาเร็ว ขอบกั้นโทรเวย์ต่ำไปหรือไม่ ซึ่งตรงนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาดูแลอย่างจริงจัง ส่วนเข็มขัดในรถก็ไม่มีใครคาด ถ้าเป็นเรานั่งก็คงไม่คาดเช่นกันก็น่าจะมีการออกเป็นกฎหมายเหมือนถ้าขับรถแล้วต้องคาด อยากให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขกฎหมายหรือมีมาตราการต่างๆอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำแบบขอไปที หรือสักแต่พูด ให้ทำจริงๆ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีครั้งต่อไปจะเกิดกับครอบครัวไหนอีก ไม่อยากให้เกิดเหตุอีกแล้ว”นางนฤมลกล่าว
ขณะนี่ น.ส.มาริสา ศรีอริยะกุล อายุ 21 ปี เพื่อนร่วมคณะน.ส.สุดาวดี กล่าวว่า นุ่นเป็นคนนิสัยน่ารัก ร่าเริง อาทิตย์ที่แล้วเพิ่งไปเที่ยวด้วยกันที่อ.เชียงคาน จ.เลย ไม่มีลางร้ายอะไรเลย ไม่คิดว่าเพื่อนจะจากไปเร็ว รู้ว่าเพื่อโชคไม่ค่อยที่ก่อนหน้านี้โทรศัพท์หาย 2 เครื่องทั้งไอโฟนและบีบี ก็คิดว่าฟาดเคราะห์ไป ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายจนเสียชีวิต ครั้งสุดท้ายที่เจอกันก็ตอนเย็นเดินมาส่งขึ้นรถตู้เอง
“เพื่อนๆในคณะก็ช่วยกันรวบรวมเงินทำบุญและจะไปร่วมงานศพด้วย ปกตินักศึกษาที่ม.ธรรมศาสตร์ ก็ต้องใช้รถตู้เป็นประจำอยู่แล้ว หลังเกิดเหตุการณ์รถตู้ตกทางด่วนติดกัน 2 ครั้งก็รู้สึกว่าการโดยสารไม่โปรดภัย และปกติที่เคยนั่งรถตู้ก็ขับเร็ว ไม่อยากให้ขับเร็วให้ระมัดระวังมากกว่านี้ ให้ขับช้าๆใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้น”น.ส.มาริสากล่าว
พ.ต.อ.ศรัญ นิลวรรณ ผกก.สภ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี บิดาน.ส.สุดาวดี กล่าวด้วยความเศร้าโศก ว่า น้องนุ่นเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนอยากจะเรียนนิติศาสตร์เพื่อเป็นผู้พิพากษาให้พ่อ วันนี้ครอบครัวก็เดินทางมารับศพน้องนุ่นขึ้นคาร์โก้กลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน ตนรู้ข่าวจากเพื่อนลูกสาวโทรมาหาว่าไม่แน่ใจว่านุ่นประสบอุบัติเหตุหรือไม่ก็ให้ญาติที่กรุงเทพไปตรวจสอบเมื่อทราบว่าลูกสาวเสียชีวิตก็รีบลงมารับลุกกลับบ้าน
ด้านนายอิทธิกร จินันทุยา อายุ 33 ปี น้องชาย นายภิญโญ กล่าวว่า พี่ชายเป็นคนเก่งคนหนึ่งหลังจากเรียนจบม.ปลายที่จ.นครสวรรค์ก็ได้ทุนไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นจนจบปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมก็กลับมาใช้ทุนที่คณะสถาปัตยกรรมม.ธรรมศาสตร์ และเตรียมที่จะขอทุนไปศึกษาต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษอีก ปกติหลังเลิกงานพี่ชายจะนั่งรถสวัสดิการมหาวิยาลัยเพื่อกลับบ้านพักย่านอารี บางครั้งภรรยาชาวญีปุ่นไปทานอาหารเย็นก็จะติดรถภรรยากลับบ้าน แต่เมื่อวานภรรยามีงานเลี้ยงปีใหม่ พี่ชายก็สะสางงานจนดึกจึงใช้บริการรถตู้
นายอิทธิกร กล่าวว่า เรื่องการโดยสารรถสารธารณะปกติพี่ชายระมัดระวังอยู่แล้วก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้น ไม่หวังว่าเมืองไทยจะสามารถพัฒนาเรื่องระบบขนส่งได้ เป็นเรื่องยากที่เจ้าหน้าที่จะทำ ทุกวันนี้คนขับรถที่ได้ใบขับขี่รถสาธารณะไม่รู้ว่ามีจิตสำนึกในการบริหารประชาชนหรือเปล่า รวมถึงการพิจารณาให้ใบขับขี่คนขับรถโดยสารมีมาตรฐานดีหรือยังวันที่ 31 นี้ได้ญาติๆพี่ๆน้องๆนัดกันจะไปเจอที่บ้านที่จ.ชัยนาท ส่วนศพจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองจิก จ.ชัยนาท



