ข่าว

 จาก “รัฐวิสาหกิจ” สู่ “องค์การมหาชน” (1)

จาก “รัฐวิสาหกิจ” สู่ “องค์การมหาชน” (1)

06 เม.ย. 2552

สำหรับท่านผู้อ่าน ที่ตามอ่านคอลัมน์ผมอย่างต่อเนื่อง แบบว่าไหนๆ ก็ซื้อหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" มาแล้วก็อ่านมันให้คุ้ม (ฮา) คงจะจับทางผมได้นะครับ ว่า หนึ่ง ผมจะไม่เขียนถึงธุรกิจภาคเอกชน สอง ผมจะเขียนถึงธุรกิจการท่องเที่ยวค่อนข้างบ่อย

สาม ผมจะเขียนถึงหน่วยงานของรัฐ ที่นำความฉิบหาย (ไม่หยาบนะครับ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งให้คำรับรอง-ฮา) มาให้บ้านเมืองไม่ยั้งปาก  นอกนั้นเป็นเรื่องทั่วๆ ไป

 ที่ผมไม่พูดถึงธุรกิจภาคเอกชน เพราะธุรกิจแต่ละแขนงมีการลงทุนสูง ผิด-ถูกก็เป็นเรื่องของผู้ลงทุนจะแก้ปัญหากันเอง พูดง่ายๆ คือ รวยก็เรื่องของท่าน เจ๊งก็เรื่องของมึง... ว่างั้น แต่ถ้าบริหารงานเจ๊งแล้วทะลึ่งเอากะลาไปใส่มือนักการเมืองบางคน ให้ล่อนขอเงินจากรัฐบาล อย่างธุรกิจท่องเที่ยวที่ออกอาการให้เห็นบ่อยๆ ผมก็ต้องแส่เข้าไปขวาง เพราะถือว่ากำลังจะเบียดบังภาษีอากรของผมและญาติพี่น้องอีกกว่า 60 ล้านคน
แล้วที่มักจะเขียนถึงหน่วยงานของรัฐ ทั้งเก่าและใหม่ ที่ตั้งขึ้นมาตามกฎหมายอันได้แก่ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ องค์การมหาชน บ่อย ๆ ก็เพราะ หน้าที่ของสื่อสารมวลชน จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ให้ถูกทั้งข้าราชการค้างคืน คือ ข้าราชการประจำ และข้าราชการชั่วคราว คือนักการเมือง (ฮา) เข้าไปโกงกินบ้านเมืองอย่างไม่ลืมหูลืมตานะซิครับ

ก่อนจะไปยาวกว่านี้ ผมขอปูพื้นสำหรับพ่อแม่ พี่น้อง นักเรียน นิสิต นักศึกษา และมหาประชาชน (ฮา) ที่อาจจะยังไม่ทราบว่า หน่วยงานที่เป็นของรัฐที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นมี 3 อย่างครับ 1.คือ ส่วนราชการที่เป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่างๆ ที่รู้จักกันดีแล้ว 2.ส่วนราชการที่เรียกว่า รัฐวิสาหกิจ ที่ขาดทุนฉิบหายวายป่วงเป็นส่วนใหญ่ และ 3.ส่วนราชการที่เรียกว่า องค์การมหาชน ที่จริงๆ แล้วขาดทุนได้เพราะจุดประสงค์ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นบริการสาธารณะ แต่บางแห่งเริ่มเน่าในอย่างที่ผมเคยพูดถึงมาแล้ว

ผมตั้งชื่อตอนนี้ว่า “จากรัฐวิสาหกิจ สู่องค์การมหาชน (1)” ก็มิได้ตั้งใจจะเขียนเป็นมหากาพย์ (ฮา) หรอกนะครับ แต่คงต้องมีตอนต่อไปอีกแน่นอน เพราะเริ่มมองเห็นว่าทั้งรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน บางแหน่งกำลังจะนำความฉิบหายมาให้ประเทศจนทนไม่ได้นะซิครับ
ตอนนี้ ผมว่าเรามาทบทวนความเป็นมาของรัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน กันเป็นบรรทัดฐานก่อนนะครับ จะได้ด่าได้ถนัดปากหน่อย - ฮา
คำว่า รัฐวิสาหกิจ แปลแบบกำปั้นทุบดินก็ต้องว่า ธุรกิจที่เป็นของรัฐ คือรัฐบาลตั้งหน่วยงานขึ้นมาทำธุรกิจในลักษณะที่มีเอกชนบางแห่งทำอยู่แล้ว เป็นการป้องกันไม่ให้เอกชนเอาเปรียบประชาชน ว่างั้นเถอะ หน่วยงานนี้เกิดตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 พ.ศ. 2504 ถึง 2509 

แต่มามีผลอย่างเด่นชัดก็ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 ระหว่าง พ.ศ. 2545 ถึง 2549 กรุณานึกภาพตามไปด้วยนะครับว่าตอนนั้นใครเป็นรัฐบาล (ฮา) อ้อ ต่อไปนี้ผมจะขอเรียกแผนดังกล่าวว่า แผนพัฒนาฯ ฉบับที่....สั้นๆ นะครับ

ส่วน องค์การมหาชน แปลแบบกำปั้นทุบดินก็ต้องว่า หน่วยงานเพื่อประชาชน รัฐบาลตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการประชาชนโดยไม่หวังผลกำไร ต่างจากรัฐวิสาหกิจก็ตรงนี้ล่ะครับ แต่มีข้อแม้ว่าการตั้งองค์การมหาชนต้องดูด้วยว่ากิจการนั้นๆ มีเอกชนทำอยู่แล้วหรือไม่ หากมีแล้วก็ไม่ควรมี อย่างเช่น สสปน. หรือสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ นั่น มีขึ้นมาทำไม เพราะเอกชนเขาก็ทำกันดีอยู่แล้ว เป็นต้น
ทั้งสองส่วนมีหน่วยงานที่กำกับและดูแลเป็นการเฉพาะแต่ละด้านครับ รัฐวิสาหกิจ มี สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เป็นพี่เลี้ยง ส่วนองค์การมหาชน ก็มี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นพี่เลี้ยง ...แล้วผมทะลึ่งมายุ่ง (เสือก-ฮา) อะไรด้วย พุธที่ 8 เมษายนมาตามกันต่อนะครับ

 

ภาณุมาศ ทักษณา