ข่าว

ผบ.ทบ.ขอปีใหม่"หยุดหมิ่นสถาบัน-ไฟใต้สงบ-ปชช.มีสุข

ผบ.ทบ.ขอปีใหม่"หยุดหมิ่นสถาบัน-ไฟใต้สงบ-ปชช.มีสุข

28 ธ.ค. 2553

“ประยุทธ์” เรียกผบ.หน่วยถกนโยบาย 54 เผยขอปีใหม่“หยุดหมิ่นสถาบัน-ไฟใต้สงบ-ชายแดนหยุดรบ-ประชาชนมีความสุข” ลั่นนำกองทัพไร้สีก้าวหน้า ไม่แบ่งฝ่าย ยันไม่ปฏิวัติ 100 % จี้แดงหยุดใช้ช่องโหว่กม.เลี่ยงคดี วอนเห็นใจกองทัพต้องใช้งบซื้ออาวุธ พัฒนากำลังรบ พ้อหยุดซื้อม

(28ธ.ค.) เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ได้ประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกทั่วประเทศ เพื่อประชุมสรุปผลงานประจำปี 2553 ทุกสายงานทั้งสายงานด้านกำลังพล ด้านข่าวยุทธการ ด้านส่งกำลังบำรุง และด้านกิจการพลเรือน รวมถึงการจัดหาสิ่งอุปกรณ์ให้กับกองทัพเพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำ และการแสดงความคิดเห็น โดยผลสรุปอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจ นอกจากนี้งานที่สั่งการเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของกำลังพล ปรับปรุงการศึกษา การดูแลซ่อมบ้านเรือ การจัดหายานพาหนะ และซ่อมบ้านพักเพื่อให้ทุกหน่วยไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ผ่านมากำลังพลทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ และอดทน รวมถึงการติดตามนโยบายจากที่ตนได้เข้ามารับตำแหน่ง ผบ.ทบ.ครบ 3 เดือน ก็สั่งการไป 100 กว่าเรื่อง แต่อันไหนทำไม่ได้ก็ให้ทบทบ

 “วันนี้กองทัพต้องพูดคุยกันรู้เรื่อง และเข้าใจในสายการบังคับบัญชา มีความเชื่อมั่นในตัวผู้บังคับบัญชามีระเบียบวินัย และเคารพกฎหมาย เคารพประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข ทั้งนี้นโยบายปี 2554 จะมีอยู่ 2 ประการ คือ หน้าที่ทางทหาร และ หน้าที่ในฐานะประชาชนคนไทย โดยหน้าที่ทางทหารคือการดูแลประเทศชาติให้ปลอดภัยจากข้าศึกภายนอก หรือภัยคุกคามจากทางทหารซึ่งจะต้องดำเนินการ และภัยคุกคามที่ไม่ใช่ทางทหารก็จะดูแลในสายงานกอ.รมน. และ ศปก.ทบ. เช่นโครงการยาเสพติด แรงงานต่างด้าว ขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึง 7 กองกำลังตามแนวชายแดน ซึ่งจะต้องเป็นผลสำเร็จตามนโยบายของรัฐบาลในการกวดขันเรื่องยาเสพติด และจะต้องไม่เกิดขึ้นในพื้นที่ที่หน่วยรับผิดชอบ โดยเฉพาะหน่วยทหารจะต้องไม่เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด รวมถึงการทุจริตผิดกฎหมายอื่น ๆ ด้วย” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีแนวคิดที่จะให้กำลังพลทุกหน่วยมีความพร้อมรบในอัตราที่พอสมควรและงานที่มีปัจจุบัน เดิมตั้งกองทัพมาก็ติดขัดงบประมาณ เราก็มีกำลังพลได้เพียงเท่านั้น กองทัพต้องเล็กลง แต่วันนี้ภารกิจมากขึ้นทำให้กำลังพลมีปัญหา ดังนั้นจะต้องหมุนเวียนกำลังพลเพื่อนำไปสู่การใช้กำลังในอนาคต ทั้งนี้ไม่ได้มุ่งหวังไปสู่การรบกันแต่จะมุ่งหวังไปสู่จะนำกองทัพพัฒนาประเทศอย่างไรเพื่อให้ประชาชนมีความสุข ทั้งนี้จากเยือนประเทศเพื่อนบ้านก็จะร่วมมือกันช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับภัยพิบัติ ไม่ใช่ภารกิจเพื่อสงคาม และเป็นภารกิจเพื่อสันติภาพ เราต้องมองกองทัพไปข้างหน้าทั้งการเตรียมซื้อยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้เวลา 3-10 ปี หรือ ผบ.ทบ.ท่านเก่าที่เกษียณมา 2-3 คนแล้วก็ยังไม่ได้ สาเหตุเพราะ 1. ไม่ขาย 2. ยังไม่ผลิต 3. ผลิตยังไม่เสร็จ และ 4. ราคารับไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม จะต้องมองว่าผลประโยชน์ของชาติอยู่ไหนก็จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาติไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางทะเล ซึ่งจะต้องมีกำลังที่เข้มแข็ง ส่วนรถยานเกราะล้อยางที่ยังมาไม่ถึงทั้ง ๆ ที่เพื่อนบ้านของเรามีหมดแล้วเนื่องจากมันมีขั้นตอน ทุกอย่างจะทำให้เกิดความโปร่งใส่ สามารถชี้แจงได้ ทั้ง ปปช. สตง. ไม่มีอะไรปกปิด

 เมื่อถามว่า ปี 2554 อยากได้อะไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมขอ 4 อย่าง 1. ขอให้ประชาชนมีความสุขปลอดภัย รวมถึงกำลังพล 2. ทำอย่างไรสถาบันจะไม่ถูกล่วงละเมิด 3. จะทำอย่างไรให้ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้สงบโดยเร็ว เพราะสิ้นเปลืองงบประมาณ และใช้กำลังพลถึง 20 กองพัน และ 4. ขอให้ชายแดนประเทศเพื่อนบ้านมีความสงบสุขอย่างยั่งยืน ไม่ว่าประเทศใดคงรบกันไม่ได้จะมารบกันด้วยเส้นเขตแดนคงไม่มีประโยชน์ ผมได้เจรจาไปแล้วว่าอย่าเอาเส้นเขตแดนมาเป็นอารมณ์ให้เกิดการทะเลาะกัน ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็อยู่แบบนี้ไปก่อน จะทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับประเทศต้องสองฝ่าย ทั้งนี้เราไม่ยอมให้ดินแดนเป็นของใครได้อยู่แล้ว ของไทยก็ของไทย ของเขาก็ของเขา วันนี้ปักปันเขตแดนไม่ได้ก็ค่อยว่ากันวันหน้า หรือว่าเราจะตายไปแล้วก็ถึงจะปักได้ แต่วันนี้สถานการณ์ดี และผู้นำ 3-4 ประเทศที่พบไปพบก็ให้เกียรติผมดีมาก”

 เมื่อถามว่า กองทัพบกจะวางตัวอย่างไรกับสถานการณ์การเมืองในปี 2554 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้บอกกับผู้ใต้บังคับบัญชาการไปแล้วว่า กองทัพบกจะต้องไปยืนอยู่ในจุดที่อยู่ตรงจุดที่เป็นเจ้าหน้าที่ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และจะต้องอยู่ตรงจุดที่จะต้องดำรงรักษากฎหมายไว้ให้ได้ เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการต่าง ๆ เป็นไปตาม รธน.กำหนดไว้ เป็นไปตามกฎหมายประกอบ รธน. จะต้องทำตามนั้น โดย รธน. เขียนไว้ว่าฝ่ายบริหารคือรัฐบาลที่มีการจัดตั้งโดยกฎหมายจะมีอำนาจในการสั่งการทหารทุกคน และเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายตามกติกา ฉะนั้นไม่ว่าใครจะเป็นตนไม่รู้ เพียงแต่ใช้ทหารให้ถูกต้องตามกฎหมายตนก็ทำ และทำอย่างไรไม่เกิดผลกระทบไม่สร้างความเดือดร้อน ไม่ทำให้ประชาชนต้องสูญเสียบาดเจ็บ

 “ผมขอให้เห็นใจเจ้าหน้าที่ ผมไม่เคยพูดว่าสีไหน และไม่อยากให้พูดเรื่องนี้ เพราะไปพูดสีนั้นสีนี้ก็จะทำให้ทะเลาะกันอยู่แบบนี้ มันก็หาอะไรไม่เจอกัน เพียงแต่อย่าทำให้ผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่กำลังจะทำงานและให้กำลังเจ้าหน้าที่ ต้องให้กำลังคนดี ๆ และถ้าไม่ให้กำลังคนดี ๆ ไอ้คนที่มีอยู่เยอะพอสมควร ก็จะต้องขจัดคนไม่ดีออกไป เอาคนดีขึ้นมาอยู่ทำงานและท่านไม่ให้กำลังคนดีคนพวกนี้ท้อแท้ก็ไม่อยากทำบ้านเมืองก็วุ่นวาย ผมให้สัญญากับผู้ใต้บังคับบัญชาผมว่าจะไม่นำกองทัพไปสู่หนทางที่เสี่ยมเสีย ผมจะพัฒนากองทัพให้ยั้งยืนเป็นที่ยอมรับของประชาชนโดยทั่วไป ให้กำลังพลเสียสละ และทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเป็นส่วนรวม รักษาสถาบันไว้ยิ่งชีวิต” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 เมื่อถามว่า ในปีหน้าทหารจะไม่มีการนำกำลังออกมาทำการใด ๆ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่ได้ทำการอะไร ถ้าเขาไม่สั่งผมจะออกมาได้อย่างไรมันผิดกฎหมาย ทหารที่ออกมาจะต้องมีกฎหมาย ไม่ใช่ผมอยู่ดี ๆ จะเอากำลังทหารออกไปข้างนอก ผมจะต้องขออนุมัติจากรัฐบาล เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นนี้หมายถึงการปฏิวัติรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปฏิวัติมันยังมาไม่ถึงเลย แล้วไม่มีใครอยากทำอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ปีหน้าโอกาสที่จะไม่มีการปฏิวัติกี่เปอร์เซ็นต์ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า 100 เปอร์เซ็นต์มั้ง ตอนนี้ก็คง 100 เปอร์เซ็นต์อยู่ ใครจะทำ ผู้สื่อข่าวย้อนว่า ผบ.ทบ. ครับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้อนว่าคนไหนหละ ผู้สื่อข่าวเลยย้อนกลับว่าก็ท่านนะครับ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวพร้อมกับหัวเราะว่า “ไม่รู้ ก็สื่อบอกว่า ฮวงจุ้ยผมไม่ดี คือเรื่องนี้อย่าไปซีเรียสกับมัน ถ้าสื่อถามผมแบบนี้ผมก็จะต้องตอบแบบนี้ อะไรที่มันมาไม่ถึงสื่อก็ช่วยทำหน้าที่ให้เรียบร้อย ทหารคือประชาชน ประชาชนก็ต้องรักประชาธิปไตย ผมขออย่างเดียวประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริยิ์เป็นพระปมุขเท่านั้นเอง และอย่าไปล่วงละเมิดท่าน ท่านจะทะเลาะกันเบาะแวงกันท่านก็ใช้กฎหมายมาสู้กัน ใช้กระบวนการทางกฎหมายเราไม่สามารถไปเอนเอียงทางไหนได้ อย่างที่ผมเรียนไปแล้วว่า ทหารจะไปขอดูหรือบังคับคนนั้นคนนี้ มันผิดกฎหมายทหารถือกฎหมายฉบับเดียวกับประชาชน ดังนั้นทุกอย่างจะต้องปฏิบัติอย่าทำผิดกฎหมาย

 เมื่อถามว่า เป็นห่วงบ้านเมืองในปีหน้าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไม่รู้จะห่วงไปได้อย่างไร ห่วงก็นอนไม่หลับ เพียงแต่เตรียมกำลังให้พลทำหน้าที่ดูแลประชาชนให้ปลอดภัย และรู้สึกมั่นใจว่าบ้านเมืองมีเสถียรภาพ และจะมีกลไกอะไร จะเลือกตั้งใหม่ก็ว่ากันไป ใครชนะก็ว่าไปตามกติกา เราเป็นกลไกหลักของฝ่ายบริหาร เมื่อถามว่า อยากไปอะไรไปถึงกลุ่มที่เคลื่อนไหว พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะต้องรักษากฎหมาย สิ่งสำคัญหากไม่ช่วยรักษากฎหมาย และเอากฎหมายมาเล่น หาช่องทางที่จะเลี่ยงไม่ถูกดำเนินคดี และคนส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ได้ ดังนั้นคนส่วนใหญ่จะต้องออกมาทำความเข้าใจ และออกมาขอร้องให้ช่วยรักษากฎหมาย จะรักษาประชาธิปไตยอย่างไรก็อย่าทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน อย่าให้เจ้าหน้าที่ลำบาก อย่าให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้กำลัง อย่าให้ต้องมาตอบโต้กันด้วยอะไรต่าง ๆ ทหารมงานเยอะแยะตามนโยบายของรัฐบาล รมว.กลาโหม และ ผบ.ทหารสูงสุด ตนจะทำอะไรก็จะต้องผ่านขั้นตอน

 ผู้สื่อข่าวถามว่า นโยบายดูแลสถาบันไม่ให้กลุ่มต่าง ๆ ล่วงละเมิดจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า คงจะต้องทำความเข้าใจว่าพระองค์ท่านไม่เคยทรงไปล่วงละเมิดอะไรเลยท่านทำหน้าที่ของพระองค์ท่านตามที่ รธน.กำหนดไว้ อยู่ภายใต้ รธน. อะไรที่ท่านทรงทำ ทรงลงพระปรมาภิไธยก็เป็นการกำหนดตาม รธน.ทั้งสิ้น ดังนั้นจะต้องขอให้เข้าใจพระองค์ท่านตรงนี้ว่าทำไมท่านถึงได้ลงพระปรมาภิไธยทุกครั้ง เพราะเป็นการกำหนดไว้ว่า จะต้องลงพระปรมาภิไธยภายใต้การนำเสนอของฝ่ายบริหาร คือรัฐบาลในปัจจุบันที่เป็นคนถือกฎหมายอยู่ และเป็นคนใช้ รธน.ในการบริหารราชการแผ่นดิน พระองค์ท่านไม่เคยทำผิดกฎหมาย นอกเหนือจากสิ่งที่พระองค์ท่านทำได้เท่านั้นเอง ขอให้เข้าใจพระองค์ท่าน และช่วยสร้างความเข้าใจอย่าดึงพระองค์ท่านลงมา พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยมามากพอแล้ว 84 พรรษา และปีหน้ากองทัพจะต้องทำโครงการต่าง ๆ ให้ยั่งยืนโดยเอาประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ก็ทรงฝากให้ช่วยกันดูแลประชาชน รวมถึงพระราชวงศ์บรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงเป็นห่วงประชาชน ตนขอเอาชีวิตเป็นประกัน ทหารทุกคนต้องปกป้องสถาบัน เพราะอยู่คู่กับบ้านเมืองเรามาหลายร้อยปี ขอให้รักษาไว้

 เมื่อถามถึงการปรับภูมิทัศน์ภายในกองบัญชาการกองทัพบกทำให้อารมณ์ดีขึ้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเป็นคนอารมณ์ดีอยู่แล้ว และตนไม่เคยโกรธเคืองอะไรอยู่แล้ว และเห็นหน้านักข่าวก็อารมณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ตนตั้งใจไว้นานแล้วว่า คนที่เป็นผู้นำต้องมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงกล้าที่จะทำอยู่ในกรอบระเบียบวินัย เพราะปลูกต้นไม้ 20 กว่าปี ซึ่งใกล้เทศกาลปีใหม่จึงมีการปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าต้องทำฮวงจุ้ยเพื่อให้ตนอยู่ในหน้าที่ตำแหน่งนานขึ้น ตนปลูกต้นไม้ทุกวันดีกว่า แต่ถ้าปลูกต้นไม้ทุกวัน แล้วทำงานไม่ได้เรื่อง ผู้บังคับบัญชาก็ปลดอยู่ดี ไม่ต้องไปทำฮวงจุ้ยให้อยู่นานหรือไม่นาน อยู่ที่การยอมรับของผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับัญชา และผู้ร่วมงาน