ข่าว

 ชีวิตแบบรองเท้า

ชีวิตแบบรองเท้า

07 เม.ย. 2552

ผมเป็นเด็กบ้านนอกที่มีโอกาสได้มาเรียนหนังสือในเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร หนึ่งในบรรดาเครื่องแบบที่ถูกบังคับให้ใช้ก็คือ รองเท้าผ้าใบสีดำสนิท เป็นรองเท้าผ้าใบที่ต้องใส่สลับกันกับรองเท้าหนังสีดำแบบผูกเชือก เป็นรองเท้าผ้าใบที่สามารถใช้งานได้หลากหลายวัตถุประสงค์

ยี่ห้อยอดนิยมของเด็กในยุคสี่สิบปีที่แล้วคือ นันยาง ตราช้างดาว ไม่ว่าจะเล่นฟุตบอล, เล่นบาสเกตบอล, วิ่งแข่ง หรือแม้แต่ใส่ไปเที่ยวในวันหยุด รองเท้าผ้าใบคู่เดียวใส่กันจนเปื่อยขาด หรือจะบอกว่าใส่กันจนเหม็นทั้งเท้าและรองเท้าก็ว่าได้

 โลกยุคใหม่สมัยนี้มีรองเท้าผ้าใบออกวางจำหน่ายมากมาย ร้านค้าสมัยใหม่บางแห่งถึงขนาดเปิดจำหน่ายเฉพาะรองเท้าผ้าใบเพียงอย่างเดียว มียี่ห้อระดับโลกที่วัยรุ่นรู้จักและต้องการหามาไว้ในครอบครองนับสิบๆ ยี่ห้อ ทั้งลวดลายและสีสันที่ถูกตาต้องใจเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือไปจากรูปทรงที่ออกแบบจนแทบจะไม่เชื่อว่า รองเท้าเพียงแค่หนึ่งคู่จะมีแบบที่หลากหลายได้ถึงขนาดนี้

 รองเท้าผ้าใบยุคนี้สมัยนี้สร้างการรับรู้ให้เกิดในใจผู้คนได้ว่า ถ้าต้องการออกกำลังกายด้วยการวิ่งบนถนนทั่วไปต้องใช้รองเท้าที่มีพื้นแบบนี้ หากต้องการวิ่งบนเครื่องออกกำลังแบบสายพานก็ต้องหันมาใช้รองเท้าผ้าใบแบบนี้ หรือถ้าต้องการสวมไปเตะฟุตบอลในร่มที่พื้นสนามเป็นไม้ ก็ต้องใช้รองเท้าที่มีพื้นต่างไปจากการเล่นฟุตบอลบนพื้นคอนกรีต  

 เรียกว่ามีการออกแบบและผลิตรวมทั้งสร้างความรับรู้ให้คนทั่วไปรู้สึกได้ว่า รองเท้าแต่ละคู่มีคุณสมบัติและความเหมาะสมที่ต่างกรรมต่างวาระกัน คนปัจจุบันนี้จึงมีรองเท้าผ้าใบกันเต็มตู้ วัยรุ่นบางคนมีรองเท้าผ้าใบเอาไว้พร้อมใช้งานตามวาระต่างๆ มากกว่าห้าหกคู่ โดยที่แต่ละคู่มีราคาสูงเกินกว่าคู่ละหนึ่งพันบาท

 วิธีการทางการตลาดของผู้จำหน่ายรองเท้าสมัยนี้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความกลัวขึ้นมาว่า หากใช้รองเท้าผิดประเภทผิดวัตถุประสงค์ต่างไปจากที่ผู้ผลิตแจ้งเอาไว้ ความเสียหายที่นอกเหนือจากเชยล้าสมัยแล้ว ยังจะส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บทางกล้ามเนื้อหรือร่างกายได้อีกด้วย แต่ละคนจึงต้องเลือกรองเท้าให้ถูกประเภท   จนเกิดเป็นการบริโภคที่ก่อให้เกิดความฟุ่มเฟือยทางเศรษฐกิจ

 ทั้งนี้ หากได้ลองฉุกใจยั้งคิดให้เหมาะสมกับสถานการณ์จะพบว่า ถ้าสามารถดำรงตนเฉกเช่นกับการใช้รองเท้านันยางของคนในยุคผม คือใช้ทรัพยากรหรือสิ่งของเท่าที่มีให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มทุนที่จ่ายออกไปมากที่สุด นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแล้ว ยังทำหน้าที่อันทันสมัยในการช่วยลดภาวะโลกร้อนลงได้อีกทางหนึ่งด้วย

 ยกเว้นแต่ใครที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่เดือดร้อน กับการที่จะควักกระเป๋าจ่ายค่ารองเท้าผ้าใบราคาแพงหลายๆ คู่ ก็เชิญช่วยกันจับจ่ายเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้กันต่อไป หรือเท่ากับว่าเป็นการกระจายรายได้ออกไปให้ทั่วถึงกันอีกทางหนึ่งครับ

 

พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ