ข่าว

ศาลสั่ง"ตู่"ห้าม'ชุมนุม-จ้อการเมือง"

ศาลสั่ง"ตู่"ห้าม'ชุมนุม-จ้อการเมือง"

28 ธ.ค. 2553

ศาลไม่ถอนประกัน"จตุพร"แต่สั่งหุบปากห้ามให้สัมภาษณ์กระทบคดี ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน เว้นอภิปรายในสภา ทนายเตรียมอุทธรณ์อ้าง กระทบชุมนุมเสื้อแดง ด้าน"ธาริต"พอใจที่เป็นไปตามคาด หากฝ่าฝืนจะยื่นถอนประกันอีก

(28ธ.ค.) เวลา 13.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งในคดีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนาย จตุพร พรมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. จำเลยที่ 2 ในคดีร่วมกันกับพวก 19 คน ก่อการร้าย เนื่องจากนายจตุพร มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน กระทำผิดเพิ่มเติม และ ขัดขวางการทำงานของพนักงานสอบสวน จากกรณีออมมาเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนของ ดีเอสไอ โดยบิดเบือนการชันสูตรพลิกศพ ผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมกลุ่ม นปช.

ศาลพิเคราะห์คำร้องประกอบการไต่สวนแล้วเห็นว่า ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าจำเลยที่ 2 มีพฤติกรรมที่เชื่อได้ว่าจะไปยุ่งกับพยานหลักฐาน หรือเป็นอุปสรรคกับการสอบสวน อีกทั้งการสอบสวนของดีเอสไอเสร็จสิ้นแล้ว แต่พิเคราะห์แล้วพฤติการณ์ของนายจตุพร เปลี่ยนแปลงไป อาจเป็นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง หากปล่อยให้กระทำต่อไปจะมีผลกระทบต่อรูปคดี จึงกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม ห้ามจำเลยที่ 2 เกี่ยวข้องกับการชุมนุม หรือทำกิจกรรมใด ที่มีผู้ร่วมตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป ห้ามเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารหรือให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะชน ที่เป็นอุปสรรค ต่อการสอบสวนและการพิจารณาคดี เว้นแต่การเป็นการอภิปรายในรัฐสภา 
 
ด้านนายคารม กล่าวว่า ศาลมีคำสั่งให้ยกคำร้องดีเอสไอเพราะเห็นว่าการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ดีเอสไม่มีอำนาจในการยื่นขอถอนประกัน ส่วนที่ศาลกำหนดเงื่อนไงประกันตัวเพิ่มเติม ก็พร้อมน้อมรับคำสั่งศาล ที่ห้ามให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องคดี แต่นายจตุพร ก็ยังสามารถทำหน้าที่ ส.ส. อภิปรายในสภาได้ แต่การที่นายจตุพร ออกมาให้ข่าว เพื่อต้องการชี้แจง ให้สาธารณะชนทราบข้อเท็จจริง และเป็นสิทธิในการต่อสู้คดี อย่างไรก็ตามตนเองได้สอบถามนายจตุพรแล้ว จะขอใช้สิทธิ ยื่นอุทธรณ์ ภายในเวลา 30 วัน เพราะเห็นว่าเงื่อนไงที่ศาลกำหนดไม่ได้กระทบนายจตุพร เพียงคนเดียว แต่กระทบกับคนวงกว้าง เพราะนายจตุพร ยังเป็นแกนนำ นปช. ด้วย
 
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 นัดฟังคำสั่งคดีที่นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด หรือสนับสนุนให้มีการกระทำผิดฐานก่อการร้าย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2, 135/3 เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก ตามที่ผู้ต้องหายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา โดยนัดฟังคำสั่งคดีอีกครั้งในวันที่ 24 ก.พ.54 เวลา 10.00 น.

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  กล่าวภายหลังศาลมีคำสั่งยกคำร้องถอนประกันนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำเลยคดีก่อการร้าย จากการนำเอกสารที่อ้างว่าเป็นสำนวนการสอบสวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน 3 ศพที่บริเวณวัดปทุมวนารามของดีเอสไอออกไปเผยแพร่ว่า แม้ศาลยกคำร้องดีเอสไอ แต่ตนไม่กังวลเพราะหลังจากนี้นายจตุพรไม่สามารถให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน หรือเข้าไปร่วมชุมนุม หรือการขึ้นไปปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดงที่มีการชุมนุมเกิน 5 คน ได้อีก

รวมถึงการแจกเอกสารอื่นใดซึ่งถือเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามการตัด สินของศาลครั้งนี้เป็นไปตามที่ดีเอสไอคาดการณ์ไว้ และหากปรากฏว่านายจตุพร ยังคงปฏิบัติฝืนคำสั่งศาล ตนจะไปยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งถอนประกันอีก เนื่องจากถือว่ามีการกระทำที่ละเมิดคำสั่งศาล

ผู้สื่อข่าวถามกรณีทนายนปช.อาจเลี่ยงคำสั่งศาลด้วยการนำเอกสารออกไปให้ผู้อื่นแถลงแทน หรือชี้แจงต่อสื่อมวลชนผ่านเอกสารข่าวแทนการให้สัมภาษณ์ นายธาริต กล่าวว่า หากพบข้อมูลว่ามีบุคคลกระทำการเช่นนี้ โดยเฉพาะการนำเอกสารไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือเอกสารที่จัดทำขึ้นเอง โดยที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ข้อยุติก็จะถูกดีเอสไอดำเนินการตามข้อกฎหมายด้วยเช่น

ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงและเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง การที่อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นขอถอนประกันนายจุตพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. จะเป็นประโยชน์ต่อการดูแลงานด้านความมั่นคงอย่างไร ว่า เวลา 11.00 น.ศาลจะได้มีคำสั่งว่จะให้ถอนการให้ประกันตัวหรือไม่ เพราะเป็นผู้ต้องหาตามปกติต้องถูกคุมขังเหมือนแกนนำคนอื่น ๆ แต่นายจตุพรได้รับอนุญาตให้ประกันตัวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองส.ส. แต่ไปประพฤติตนไม่เหมาะสม ไปทำให้เกิดความยุ่งเหยิงแห่งคดีและพยาน ไปทำให้เป็นอุปสรรคต่อการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่จึงเป็นเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษไปร้องต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการให้ประกันตัวชั่วคราวของนายจตุพร พวกเราต้องรอฟังคำสั่งศาล การไปให้ความคิดเห็นไว้ก่อนล่วงหน้าดูไม่ค่อยเหมาะสม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาสภาไม่ยอมให้ ส.ส.หรือ ส.ว.ไปขังคุก เพราะเกรงปัญหาการกลั่นแกล้ง รองนายกฯมั่นคง กล่าวว่า การที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่ให้จับกุมคุมขังสมาชิกรัฐสภาในระหว่างสมัยประชุม เพราะต้องการให้ตัวแทนปวงชนได้ทำหน้าที่ของตนเองในสภา โดยไม่ต้องถูกกลั่นแกล้ง แต่เรื่องของนายจตุพรไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้ง แต่เป็นเรื่องที่นายจตุพรและพรรคพวก ไปสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง คนอื่นถูกดำเนินคดีและถูกควบคุมตัวไปหมด แต่นายจตุพรอ้างเอกสิทธิ์ในการเป็นส.ส.ค้มกันตัวอง เมื่อตอนนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมก็ไม่มีเอกสิทธิ์ ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของศาลจะพิจารณาอย่างไร

 ผู้สื่อข่าวถามว่าฝ่ายความมั่นคงเตรียมแผนรองรับหรือไม่ หากศาลถอนประกันนายจตุพรแล้วจะมีคนแดงลุกฮือแสดงความไม่พอใจ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ ทุกอย่างเป็นปกติ พวกเราต้องเคารพศาล ซึ่งมีมาตรฐานและสามารถให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจสบายใจได้ เราอย่าไปก้าวล่วงอำนาจศาล ไม่ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไรเราก็ปฏิบัติตามนั้น

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อดีเอสไอปฏิเสธว่าข้อมูลสำนวนการสอบสวนคดี การปราบคนเสื้แดงที่นายจตุพรนำมาเปิดเผย ไม่ใช่ของจริง แล้วจะเดือดร้อนทำไม รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนชัดเจนว่าพฤติกรรมที่นายจตุพรทำ เป็นการไปยุ่งเหยิงกับคดีและพยานหลักฐาน ส่วนการดำเนินการกับเว็ปไซต์ประชาไทที่เผยแพร่ข้อมูลที่อ้างว่าเป็นคำให้การของทหารก็เป็นหน้าที่ของดีเอสไอต้องว่าเป็นรายกรณีไป

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางญี่ปุ่นยังคงมาทวงถามความคืบหน้า คดีช่างภาพชาวญีปุ่นถูกฆ่าตาย แต่เรายังไม่มีคำตอบใหม่ ๆให้เขาเลย นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ว่าเขาเป็นประเทศใหญ่หรือประเทศที่มีอำนาจ แล้วจะมาถามวันนี้ต้องได้คำตอบวันนี้คงไม่ใช่