
"บิ๊กจิ๋ว"เปิดบ้านให้'นักการเมือง-ทหาร'อวยพรปีใหม่
บิ๊กจิ๋ว เปิดบ้านให้ ทหาร-ตำรวจ-นักการเมือง อวยพรปีใหม่ ชี้หนุนแคนดิเดตท หน.พรรค พท. ทุกคนที่อาสามาทำงาน ประกาศไม่ขอชิงตำแหน่ง พร้อมเปิดไฟเขียวให้คนรุ่นใหม่เป็นนายกรัฐมนตรี หาก พท.ได้จัดตั้งรัฐบาล พท.พร้อมเดินหน้าแก้ไขปัญหาชาติ บอก ทักษิณ-พท. ต้อง
(28ธ.ค.) เวลา 07.00 น. ที่บ้านพักซอยปิ่นประภาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ได้เปิดบ้านพักให้ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ นักการเมือง และ คนสนิท เข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยมีคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มีบุคคลสำคัญเดินทางมาอวยพรเป็นจำนวนมาก โดย พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ที่ปรึกษากองทัพบก ได้เป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก นำกำลังพลจากกองทัพบกเข้าร่วมอวยพรในครั้งนี้ด้วย โดย พล.อ.ชวลิต บอกว่า ขอบคุณที่กองทัพบกยังระลึกถึงที่ยังมีไมตรีให้กัน และตนกับกองทัพบกก็ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พร้อมกับชื่นชม และสนับสนุน การทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไปได้
หลังจากนั้น พล.อ.ชวลิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกระแสข่าวที่พรรคเพื่อไทยมีการผลักดันให้ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาเป็นหัวหน้าพรรคว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่โดยส่วนตัวหนุนทุกคนที่มีเจตนารมย์ที่จะช่วยพรรค ก็ให้มาเป็นหัวหน้าพรรคในฐานะที่เขาอาสาเข้ามาทำงานอย่าไปนึกเป็นเรื่องอื่น ใครอาสามาสนับสนุนเต็มที่ไม่ใช่ว่ามาอาสามาทำงานแล้วไม่สนับสนุนคงผิดไป เมื่อถามว่า นายมิ่งขวัญ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจน่าจะแข่งขันกับแคนดิเดตคนอื่นได้ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่าไม่ต้องห่วง เรื่องพวกนี้เขามีขีดความสามารถที่จะเข้ามาช่วยกันทำงาน ส่วนปัญหาในพรรคนั้น ก็เป็นเรื่องธรรมดาจะต้องมีทั้งสนับสนุน และไม่สนับสนุน ดังนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับ นายมิ่งขวัญ ที่จะทำตัวที่พร้อมที่จะมาเป็นผู้นำ ซึ่งตัวท่านรู้อยู่แล้วคนที่อาสาเข้ามาจะต้องมีแนวทางของตัวเอง ก็จะต้องมาดูว่าพร้อมที่จะทำงานเพื่อส่วนรวมอย่าไปห่วงเรื่องพวกนี้ ทุกคนมีบารมีทั้งนั้น นายมิ่งขวัญก็เป็นคนดีไม่ต้องห่วง ไม่ว่าใครตนก็หนุนทั้งนั้น เมื่ออาสาเข้ามาทำงานก็พร้อมหนุนทุกคน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ชวลิต จะยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยในการร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่มีปัญหายังเหมือนเดิมจนกว่าจะจบภาระหน้าที่สันติสุขเกิดขึ้น ความยิ่งใหญ่ของชาติ และปัญหาต่าง ๆ ของชาติได้รับการแก้ไขนั่นคือหมดภาระหน้าที่ของตน ตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี หรือ ใครไม่ได้เป็น เมื่อถามว่า น้อยใจหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า น้อยใจอะไรแก่จนบานนี้ไม่มีน้อยใจอีกแล้ว
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยควรที่จะก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะบริวารของ พ.ต.ท.ทักษิณ เหมือนเป็นกำแพงขวางกั้นพรรคอยู่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า การที่จะไปพูดแบบนั้นอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และไม่เป็นธรรมกับตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะเดียวกันความปราถนาดี หวังดี และจริงใจของผู้เสนอปัญหาต่าง ๆ จะต้องเข้าใจ เป็นคนกล้าหาญที่จะพูด และที่จะเห็นด้วยการนำเอาความจริงขึ้นมาจะใช้คำกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าก้าวข้ามมันคงจะไม่เหมาะสม เพียงแต่รักษาระยะระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับ พรรคเพื่อไทย ในจุดที่เหมาะสม และให้พรรคเพื่อไทยเป็นอิสระเป็นพรรคมหาชน เป็นองค์กรทางด้านการเมืองที่มีความเข้มแข็งซึ่งเรื่องนี้เป็นความปราถนาของทุกคนในพรรค ฉะนั้นทั้งผู้ที่เสนอ หรือ พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกคนเข้าใจดี
เมื่อถามว่า สุดท้ายแล้วหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะต้องเป็นเคาะออกมาเท่านั้น พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ตนไม่คิดอย่างนั้น และไม่คิดว่าอะไรทุกอย่างจะต้องไปรวมอยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนได้นำเสนอ หรือ ให้กับคณะกรรมการบริหารพรรคก็ได้รับการปฏิบัติอย่างดีที่สุด ใครก็แล้วแต่มีความคิดที่ดีในการที่จะนำเอาพรรคของเราไปปฏิบัติตามอุดมการณ์ของเรา ตนว่าเสนอขึ้นมา แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือจะต้องยึดมั่นแน่นอนที่สุด
เมื่อถามว่า ถึงเวลาหรือยังที่พรรคเพื่อไทยจะต้องมีหัวหน้าพรรคตัวจริง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า หัวหน้าพรรคมีอยู่แล้ว จริงหรือปลอม นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ก็เป็นหัวหน้าพรรค ดังนั้นจะต้องให้เกียรติเพราะท่านทำภาระหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุด อย่าไปมองอะไรตรงไหน แต่อาจจะมีคนที่ได้รับการเสนอขึ้นมาเป็นพิเศษเป็นแคนดิเดตเป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องที่ดีที่จะมีคนอยากจะมาเป็นอยากจะมาทำงานให้กับพรรค อย่าไปมองว่าจะเป็นคนสร้างปัญหา ส่วนคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีทุกคนที่เป็นแคนดิเดตจะต้องการคัดเลือกไม่ใช่ว่าเสนอขึ้นมาแล้วจะได้เป็นเลย
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า บทบาทของพรรคเพื่อไทย ณ วันนี้จะต้องยอมถอย หรือยอมกลืนเลือดเพื่อความปรองดอง พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่รุนแรงจะต้องเสียเลือดเสียเนื้อ แต่ภาระหน้าที่ในการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในแผ่นดินเป็นภาระหน้าที่ของคนทุกคนในชาติ ไม่เฉพาะพรรคการเมืองแต่แน่นอนที่สุดคือภาระหน้าที่โดยตรงคือพวกเรา เพราะเราจำเป็นจะต้องเข้าไปถืออำนาจเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งพรรคเพื่อไทยทำได้ในการแก้ไขปัญหาเพราะเราเคยทำและทำสำเร็จมาแล้ว วันนี้เราไม่ได้มุ่งหวังว่าจะตั้งหน้าตั้งตาไปยึดอำนาจ หรือไปแย่งอำนาจจากผู้อื่น ๆ เราสนับสนุนคนที่อยู่ในอำนาจโดยเฉพาะรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง
“อยากถามว่าอันไหนที่เป็นข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยและไม่ได้บอก เราบอกเพื่อมุ่งหวังให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข และเรียนให้ผู้นำของประเทศได้ตระหนักว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการแก้ไขปัญหาเรื่องความขัดแย้งหัวใจของผู้นำสำคัญที่สุด โดยเฉพาะจิตใจที่จะต้องเอื้ออาธร เข้าใจปัญหาของพี่น้องคนไทยร่วมแผ่นดินที่เกิดมามีความคิดไม่เหมือนกับพวกเรา แต่คนไทยทุกคนมีความปราถนาดีเหมือนกัน แต่ถ้ามองว่าคนที่คิดคนละอย่างกับเราคือศัตรูเป็นผู้ก่อการร้าย เป็นคนที่เราจะต้องทำร้ายคิดแบบนี้ทำแบบนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้หรอก เนี่ยคือประสบการณ์ที่เราได้ประสบมาในอดีต” พล.อ.ชวลิต ระบุ
เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิต พร้อมที่จะเสนอตัวชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ไม่เคยคิด และจะไม่เกิดขึ้นด้วย จะไม่มีการเสนอตัวอย่างแน่นอนที่สุด เมื่อถามว่า มีหลายคนบอกว่าให้พรรคเพื่อไทยหยุดชนกับกองทัพได้แล้ว พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เราจะต้องเข้าใจ ซึ่งกองทัพเป็นองค์กรอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญ เป็นเสาหลักของแผ่นดิน ตำรวจ ทหาร ศาล และคุก ถือเป็นเสาหลักของแผ่นดิน ดังนั้นเจตนาของเขาคือต้องการรักษาความสงบสุขในแผ่นดินให้เกิดขึ้น ดังนั้นจะต้องเข้าใจ สังคมไทยจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอนที่สุด แต่สองสิ่งที่คนในพรรคเพื่อไทยยืนหยัดคือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะต้องตามวิถีทางสันติวิธี หรือวิถีทางที่เป็นวิถีทางของชาติของเราที่ดำเนินการมาตั้งแต่อดีตกาลจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งสันติวิธีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ประเด็นที่สองคือจะต้องรักษาสถาบันหลักของชาติเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันองค์เอกภาพของชาติที่จะสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของชาติตั้งแต่อดีตกาลมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งถือเป็นแนวทางของพรรค
การที่มีการพูดคุยเรื่องการฆ่า 91 ศพ ในวันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา หารทำภาระหน้าที่นี้ ทหารทำเองไม่ได้ ทหารจะต้องได้รับคำสั่งจะต้องได้รับการชี้แนะ จะต้องได้รับการชี้แจง คือพูดกันง่าย ๆ ว่าใครสั่ง ฝ่ายการเมืองสั่ง ทหารจะไปทำเองคงไม่ถูก ดังนั้นผู้นำกองทัพพูดชัดเจนว่าทำอะไรไม่ได้ ถ้าสั่งมาถึงจะได้ทำ ดังนั้นจะเห็นว่าเราไปกระทบกระทั่งกับทหาร มันไม่ถูก มันผิด ซึ่งก็มีการพูดจากันในพรรค อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะไม่สร้างปัญหาต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นในเรื่องของความแตกแยก แต่เป็นเรื่องความรับผิดชอบของคนหนึ่งคนใดก็จะต้องมีคนรับผิดชอบยืนขึ้นมาว่าเป็นสิ่งนั่นจริง เพราะเจตนารมย์ที่บริสุทธิ์ที่ต้องการรักษาความสงบสุขก็ว่ากันไป เราเห็นว่านี่คือภาระหน้าที่ของนักการเมืองไม่ใช่ของทหาร อย่างไรก็ตาม เราจะต้องวางความขัดแย้งไว้สงวนจุดต่างเอาไว้ แสวงจุดร่วมกัน และทำงานให้บรรลุผล ดังนั้นหากทำร่วมกันก็จะต้องทำให้สถานการณ์จบในปีกระต่ายที่จะมาถึงนี้ ” พล.อ.ชวลิต กล่าว
มื่อถามว่า การให้ประกันตัวนักโทษทางการเมืองจะเป็นจุดเริ่มในการแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ทำเถอะ อย่าไปหวั่นไหว หรืออย่าไปคิดว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหา ดังนั้นจะต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เรามีให้กับเขา ถ้าไม่มีสิ่งนี้จะทำยาก เพราะประเด็นปัญหาอยู่ตรงนั้นมั่นจะต้องแก้ และในอดีตที่ผ่านมาเราก็แก้ และเราไม่ได้แก้ด้วยการคิดว่าเสี่ยงที่จะอโหสิ หรือ ให้ความรู้สึกที่ดีด้วยการให้ประกันก็จะมีปัญหาไม่ใช่อย่างนั้น ผลที่ออกมาทุกครั้งมันเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้น เพราะคนไทยด้วยกันมีความคิดที่แตกต่างกันนิดหน่อยเท่านั้น ดังนั้นคิดว่ารัฐบาลจะทำให้โอกาสอันใกล้นี้ ส่วนหากแกนนำไม่ได้รับการประกันตัวจะเกิดเป็นชนวนสำคัญให้เกิดความรุนแรงหรือไม่นั้น คงจะไม่เป็นชนวนอะไร แต่มันเจ็บปวด และเป็นสิ่งไม่ดี จะต้องคิดว่าทุกคนเป็นคนไทย การแตกต่างทางความคิดเป็นเรื่องธรรมดาเป็นแต่เพียงว่า เขาก็คือคนไทยคนหนึ่งเหมือนกับเรา
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง-เสื้อเหลืองที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า ถ้ารัฐบาลมีอำนาจในการจัดการ และไม่จัดการเดี๋ยวจะมีปัญหา โดยให้สิ่งที่ดี ไม่ใช่จัดการคือไปชี้ว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ หรือกฎหมายจะต้องเป็นอย่างนั้น สิ่งนี้ทุกคนรู้หมดแล้ว ดังนั้นจะต้องเมตตากันทุกอย่างก็จบ ถ้าผู้นำมีจิตใจเป็นผู้นำทุกอย่างก็จบ ตอนที่ผมเป็นรัฐบาลมีการชุมนุมนานถึง 8 เดือน สุดท้ายก็จบลงด้วยการผูกข้อไม้ข้อมือกัน ทั้งนี้เชื่อว่าสถานการณ์บ้านเมืองน่าจะเรียบร้อยไม่มีปัญหา ส่วนเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนั้น ผมไม่ได้สนใจ เพียงแต่รัฐบาลทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด วันนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีปัญหาพรรคการเมืองพร้อมที่จะเลือกตั้งตลอดอย่าไปห่วงเรื่องนี้” พล.อ.ชวลิต ระบุ
มื่อถามว่า พร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า หัวหน้าพรรคมีอยู่แล้ว หนุ่ม ๆ เขามีมากกว่าเรา เราช่วยลูกหลานดีกว่า



