ข่าว

ตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม(ตอนแรก)

ตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม(ตอนแรก)

28 ธ.ค. 2553

“ยิงง่ายดี” พี่บูรณ์ หญิงวัยกลางคนอายุราว 60 ปี ทว่ากิริยาท่าทางคล้ายบุรุษหนุ่มผู้มีความกล้าหาญพูดด้วยน้ำเสียงและแววตาแสดงความภาคภูมิใจพร้อมกับใช้มือแสดงท่ายิงประกอบคำพูด เมื่อถูกซักถามเรื่องการป้องกันตัวเธอถลกชายเสื้อขึ้นเผยให้เห็นปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอว

นอกเหนือจากอาวุธประจำกายแล้ว บ้านซึ่งเป็นที่ซุกหัวนอนเพียงวันละไม่กี่ชั่วโมงนั้นก็ถูกดัดแปลงเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่ตัวเองด้วย แผงเหล็กดัดขนาดใหญ่ถูกติดกั้นระหว่างชั้นบนและชั้นล่างเพื่อป้องกันผู้ที่ไม่ประสงค์ดีที่อาจปีนจากหลังคาเพื่อแอบแฝงตัวภายในบ้านและเข้ามาทำร้ายยามที่เธอกลับมาจากร่วมทำงานกับตำรวจราวตีหนึ่ง ตีสองของแต่ละคืน “เราอยู่คนเดียว ถ้ามันอยู่ข้างในแล้วล็อกเราจะทำยังไง ถ้าป้องกันแบบนี้มันเข้ามาไม่ได้แน่” พี่บูรณ์ให้เหตุผล

 “ไม่กลัว” อาจเป็นการตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เธอยังยืนยันเช่นเดิม จิตใจที่มุ่งมั่น อุดมการณ์ที่ชัดเจนและความสุขฉายผ่านแววตาชัดเจน “ภูมิใจ” เธอโอ้อวดภาพถ่ายเหล่าบรรดานายตำรวจ นายทหารที่มาเยี่ยมเยียนให้กำลังใจและเข้าร่วมกิจกรรมกับเธอ เพียงการเห็นคุณค่า ให้ความสำคัญและกำลังใจเท่านั้นที่เธอต้องการ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง ตำแหน่งใหญ่โตหรือยศถาบรรดาศักดิ์

 ความกล้าหาญถูกบ่มเพาะปลูกฝังมาตั้งแต่วัยเด็ก การเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมและบริบททางสังคมวัฒนธรรมที่มีแต่ความไม่ปลอดภัย มีโอกาสเกิดอาชญากรรมตลอดเวลาได้ก่อร่างประสบการณ์และความรู้เกี่ยวกับวิถีของโจร

 “พี่เขารู้ว่าโจรคิดอย่างไร ทำอย่างไร ก็เลยสามารถวางแผนได้” นายตำรวจอธิบายที่มาของความสามารถในการคิดวิเคราะห์และวางแผนจนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายครั้งหลายหน เข้าทำนองรู้เส้นทางโจร “ทางนี้มันทางเสือผ่าน ลักทรัพย์ ยาเสพติด หลบคดีฆ่าก็มาทางนี้แหละ มันออกได้หลายทาง มีป่าหญ้า สะดวกหลบหนีง่ายตามยาก เวลาก่อเหตุละแวกนี้มันก็จะหลบมาทางนี้แหละ” พี่บูรณ์เล่า

 เธออาสาเข้าร่วมโครงการวิจัยเชิงปฏิบัติการเรื่อง การศึกษารูปแบบและวิธีการนำพลังมวลชนร่วมลดอาชญากรรม หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า ตมอ. (ตำรวจร่วมมวลชนลดอาชญากรรม) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) เธอเป็นผู้ขับเคลื่อนที่สำคัญในชุมชนของเธอร่วมกับรองผู้กำกับการป้องกันและปราบปรามในการร่วมสานสายใยเครือข่ายมวลชนเพื่อให้เกิดพลังในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

 “รองฯ เขาขยัน อยู่ก็อยู่ด้วยกัน ทำด้วยกัน อย่างนี้พวกเราก็ทำให้หมด ดูแลกันบางทีลูกน้องไป ว.4 (ออกตรวจ) กลับมาเหนื่อยเพลียหิว เราก็ต้มข้าวต้มให้กิน มีอะไรนิดๆ หน่อยๆ เราก็กินด้วยกัน ทำกินกันที่ป้อม(ตำรวจ) นั่นแหละ” พี่บูรณ์เล่าถึงแรงจูงใจที่ทำให้เธอให้ใจกับตำรวจและพร้อมทุ่มเทในการทำงานทั้งในการสร้างพลังมวลชน ลงแรงกาย แรงใจ รวมถึงทุนทรัพย์ แม้จะอยู่ท่ามกลางความเสี่ยงต่อชีวิต

 สอดคล้องกับทีมมวลชนพัทยาที่บอกเล่าเรื่องราวของแรงยึดเหนี่ยวที่ทำให้พวกเขามาทำงานร่วมกันกับตำรวจในการป้องกันและลดอาชญากรรมว่า “ตำรวจชุดอื่นเป็นยังไงไม่รู้นะ แต่ ชุดนี้สุดยอด ตีหนึ่งตีสองผู้กำกับยังขึ้นวิทยุอยู่เลย สวป.ก็ขยันทำงานกับพวกเราตลอด มาดูได้ตลอดเวลา” ภาพของสารวัตรป้องกันและปราบปรามขี่รถจักรยานยนต์ออกตรวจตามย่านต่างๆ ร่วมกับมวลชนด้วยท่าทีสนิทสนมคุ้นเคย ทำให้ชวนตั้งคำถามต่อสถานีตำรวจอื่นๆ อย่างท้าทายว่า ท่านคิดจะลงมือเดินเข้าหาประชาชนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบที่ท่านเป็นผู้กำกับอยู่หรือไม่ ?

 โดย ปนัดดา ชำนาญสุข