
กองทัพตำรวจ
องค์กรตำรวจจัดว่าเป็น "กองทัพ" เช่นกัน นอกเหนือจากทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีกำลังมากกว่าบางกองทัพ แถมกระจายอยู่ทุกพื้นที่ของประเทศไทยไม่เว้นแม้แต่ชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
ตำรวจจึงมีความสำคัญในแง่ยุทธศาสตร์ทั้งการเมือง การปกครอง รวมถึงอิทธิพลในพื้นที่
ไม่กี่วันก่อนมีงานสัมมนาที่จัดขึ้นโดยรัฐสภาร่วมกับ สตช.และสถาบันพระปกเกล้า ในหัวข้อ “การเสริมสร้างการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแก่ข้าราชการตำรวจ" มีนายตำรวจจากทั่วประเทศเข้าร่วม สะท้อนถึงบทบาทของตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรงเรียกว่า มีส่วนได้เสียก็คงไม่ผิด
งานนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไปมอบนโยบายด้วยตัวเอง โดยเน้นย้ำให้ตำรวจจริงจังกับการปราบปรามยาเสพติดและการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายหลังรัฐบาลประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ก็ออกมาเน้นเรื่องยาเสพติดเช่นกัน
เรื่องปราบปรามยาเสพติดที่ฝ่ายการเมืองเน้นย้ำนั้น แสดงว่าสถานการณ์ปัจจุบันรุนแรงเกินกว่าภาพที่ปรากฏ และมีผลกระทบต่อสังคมหลายด้าน
ส่วนอีกหัวข้อในงานเดียวกัน พล.ต.อ.ชลอ ชูวงษ์ รอง ผบ.ตร. ก็ออกมาย้ำให้ตำรวจวางตัวเป็นกลาง ร่วมสนับสนุนการเลือกตั้ง ดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคล แต่ไม่ใช่ออกไปช่วยหาเสียง
ทั้ง 2 หัวข้อที่หยิบยกขึ้นเป็นประเด็นล้วนแต่สะท้อนถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ยังมีบางส่วนบกพร่อง
เรื่องการวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เป็นหนึ่งในปัญหาที่ชัดเจนที่ฝ่ายการเมืองเข้ามามีบทบาท ชี้นำอำนาจในองค์กร
ที่ผ่านมา สตช.ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง ไม่เคยมีผู้นำคนใดหาญกล้าออกมาปกป้ององค์กร ถอดปลั๊กการเมือง ระดับรองๆ เลยมองข้ามหัวไปหมด วิ่งเข้าหาศูนย์อำนาจรัฐบาล รับคำสั่งมาปฏิบัติโดยตรง ผู้นำองค์กรเลยเหมือนตอเข้าทุกวัน
ยุคที่ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นผู้นำเจ้าของสโลแกน "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้" ยิ่งยงเกรียงไกรสมกับ "กองทัพตำรวจ"
แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เหลือแต่สำนวนเดียว "ถูกครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน" เอวัง!!



