ข่าว

รวบโจรบุกชิง"ทอง"กลางเมืองลำปาง

รวบโจรบุกชิง"ทอง"กลางเมืองลำปาง

27 ธ.ค. 2553

หนุ่มบุกเดี่ยวใช้ก้อนหินปากระจกร้านทองในห้างดังหวังชิงทอง แต่ถูก รวบตัวทันควัน อีกรายชิงทอง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ถูกรวบเช่นกัน

(27ธ.ค.) เวลา 13.45 น. ด.ต.ฐิตินันท์ ใจแข็ง ตำรวจรักษาการประจำห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาลำปาง พร้อมพนักงานรักษาความปลอดภัยของห้าง ได้ช่วยกันจับกุมตัวผู้ชายรูปร่างอ้วนอายุประมาณ 25-26 ปี สวมเสื้อแจ็ตเก็ตดำ กาวเกงยีนต์สีขาว หลังจากก่อเหตุทุบกระจกร้านทอง ห้างทองกรุงเทพ ซึ่งตั้งอยู่ชั้นล่างภายในห้างบิ๊กซีฯ จนได้รับความเสียหาย หลังถูกควบคุมตัวชายคนดังกล่าวได้ร้องเอะอะโวยวายและขัดขืนการจับกุม แต่สุดท้ายก็ถูกคุมตัวมาที่ห้องรปภ. ก่อนจะแจ้งให้ พ.ต.ท.นวพล พงษ์ไพโรจน์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลำปาง เดินทางมาสอบสวน เบื้องต้นทราบชื่อนายไกรสร มูลคำ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/1 หมู่ 1 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง

 จากการการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่พนักงานในร้านทองกำลังบริการลูกค้าอยู่ จู่ๆก็เห็นนายไกรสร ในกระจกสะท้อนเดินมาหน้าร้านก่อนควักเอาก้อนหินในกระเป๋าเสื้อออกมาขว้างกระจกสะท้อนในร้านซึ่งอยู่ตรงข้ามตู้กระจกที่เก็บสร้อยทองคำจนแตกกระจาย ซึ่งกระจกดังกล่าวเป็นกระจกสะท้อนเพื่อดูลูกค้าที่เข้ามาบริการซื้อทองในร้าน ก่อนที่พนักงานผู้ชายจะเข้าไปจับกุม แต่นายไกรสร พยายามต่อสู้ขัดขืนและหลบหนี ก่อนที่เจ้หานาที่ตำรวจและรปภ.จะมาช่วยจับกุมตัวไว้ได้

 นายไกรสร ให้การรับสารภาพว่า ได้มาดูลาดเลาและวางแผนล่วงหน้า 2 วัน เพื่อก่อเหตุเข้าชิงทองคำในร้านดังกล่าว และหากได้ทองก็จะนำไปขายหาเงินซื้อเหล้าและเที่ยวเตร่ โดยก่อนเกิดเหตุได้ขี่จักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีฟ้า ทะเบียน ขธจ 607 ลำปาง มาจอดไว้ใกล้กับประตูข้างลานจอดรถ จากนั้นได้เดินเข้าไปในห้างโดยพกก้อนหินใส่กระเป๋าเสื้อไปด้วย เมื่อไปถึงหน้าร้านเห็นกระจกนึกว่าเป็นตู้กระจกที่เก็บทองคำ เพราะหากกระจกแตกแล้วคิดว่าจะวิ่งเข้าชิงทองคำในตู้ แต่พลาดท่าเพราะไม่ใช่ตู้กระจกเก็บทอง กลายเป็นกระจกสะท้อนในร้าน จากนั้นจึงพยายามวิ่งหนีแต่ถูกพนักงานในร้านทองเข้ามาจับตัวไว้ ก่อนจะถูกตำรวจและรปภ.ช่วยกันจับตัวไว้ได้

 ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำตัวนนายไกรสรไปทำแผนประกอบรับสารภาพ ท่ามกลางประชาชนและลูกค้าจำนวนมากที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในห้าง ก่อนจะควบคุมตัวไปดำเนินตามกฏหมายต่อไป

อีกรายเวลา 14.30 น. ขณะที่ พ.ต.ท.สมมาตร ตรงต่อกิจ สวป.สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กำลังออกปฏิบัติหน้าที่ในตลาดบางน้ำเปรี้ยว ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้าย 1 คน ก่อเหตุชิงสร้อยคอทองคำ ที่ร้านทองเยาวราช (เกรียงชัย 1 ) ตั้งอยู่เลขที่ 289   ภายในตลาดบางน้ำเปรี้ยว ม.5 ต.โพรงอากาศ ตำรวจ สภ.บางน้ำเปรี้ยว และคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ จึงไปตรวจสอบพบผู้ต้องหาทราบชื่อ นายทวีวัฒน์ ทิบทิมนาค อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/8 ม.8 ต.หมอนทอง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ถูกเจ้าของร้านและชาวบ้านจับกุมตัวเอาไว้ได้พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำลายกริช น้ำหนัก 1 บาท 1 เส้น จักรยานยนต์ ฮอนด้าสีเทาดำ ทะเบียน ษลท 816 กรุงเทพมหานคร

 จากการสอบนางอุไรรัตน์ เกรียงอุปถัมภ์ อายุ 50 ปี เจ้าของร้านทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายทวีวัฒน์ ทับ ทิมนาค ผู้ต้องหา ได้ขี่จักรยานยนต์ไปจอดที่หน้าร้านแล้วทำทีเดินเข้าไปดูทองรูปพรรณภาย ในร้านเพื่อดูลู่ทางก่อนที่จะเดินออกไปขี่จักรยานยนต์ไปจอดที่ริมถนน อีกฝั่งหนึ่ง แล้วเดินย้อนเข้ามาในร้านอีกครั้ง พร้อมกับขอดูสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท นางอุไรรัตน์จึงหยิบสร้อยคอทองคำให้ดู จากนั้นนายทวีวัฒน์ ได้สวมใส่ที่คอ แล้วทำทีเดินไปส่องกระจก ก่อนที่จะเปิดประตูร้านเดินออกไปเพื่อหลบหนี  

 นางอุไรรัตน์ จึงตะโกนให้คนช่วย ขณะนั้นมีคนงานร้านจำหน่ายปุ๋ยที่อยู่ห้องติดกันทำงานอยู่จึงช่วยกันจับกุมตัวเอาไว้ได้ และพาเข้ามาในร้านทอง ก่อนที่จะแจ้งตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดี 

 ระหว่างนั้นนายทวีวัฒน์ ผู้ต้องหาพยายามขอร้องไม่ให้ทางร้านเอาเรื่องและอ้างว่าไม่มีเจตนาจะขโมยทอง โดยจะนำสร้อยคอทองคำไปให้แม่ซึ่งอยู่ที่บ้านดูก่อน จึงจะตัดสินใจซื้อ แต่เจ้าของร้านยืนยันว่า นายทวีวัฒน์ ตั้งใจมาวิ่งราวทองคำเพราะ สังเกตความผิดปกติตั้งแต่นายทวีวัฒน์เข้ามาในร้านแล้วออกไป โดยขี่จักร ยานยนต์ไปจอดไว้ที่ฝั่งตรงข้าม จึงกระซิบให้คนงานเดินข้ามฝั่งไปที่จอดแล้วชักกุญแจรถออกมาเก็บไว้โดยที่นายทวีวัฒน์ ไม่รู้ตัว   

 จากการตรวจค้นในตัวนายทวีวัฒน์ ผู้ต้องหาพบเงินสดเพียง 20 บาทเท่านั้น จึงแน่ใจว่า นายทวีวัฒน์ วางแผนมาชิงทองที่ร้าน จึงให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ภายหลังนายทวีวัฒน์ ทับทิมนาค ผู้ต้องหา รับสารภาพว่า ตอนนี้ตกงานไม่มีงานทำ จึงวางแผนมาวิ่งราวทองคำจากร้าน เพื่อนำไปขายหาเงินเที่ยวปีใหม่