
พ.จ.อ.ชักปืนกลางสนามบอลโร่มอบตัว
"ลูกทัพฟ้า"ชักปืนกลางสนามบอล โร่เข้ามอบตัวปฎิเสธทุกข้อหา ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียก 5 คนไม่มาออกหมายจับ อีก 10 คนกำลังตรวจสอบ "รองผบช.ภ.7" ลั่นไม่กลัวนักการเมืองหนุนหลัง
(27ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีแฟนบอลทีม"หมูป่าเขี้ยวตัน"นครปฐม เอฟซี รุมทำร้ายร่างกาย นายอภิสิทธิ์ อ้นรักษ์ กรรมการผู้ตัดสินฟุตบอล ในนัดที่ทีมนครปฐม เอฟซี เปิดสนาม ม.เกษตรฯ กำแพงแสน รับการมาเยือนของทีม"กูปรีอันตราย"ศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ในการแข่งขันฟุตบอลนัดเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมเลื่อนชั้นขึ้นไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2011 เนื่องจากไม่พอใจการตัดสินของผู้ตัดสินที่แจกใบแดงทีมนครปฐม เอฟซี ถึง 2 ใบในช่วงท้ายเกม และเป่านกหวีดหมดเวลาก่อนครบเวลาทดเจ็บ จนทำให้ทั้งสองทีมเสมอกันไป 0-0 ทำให้ทีมนครปฐม เอฟซี ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ที่จะไม่ได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา
และเหตุดังกล่าวทำให้นายอภิสิทธิ์ กรรมการผู้ตัดสิน ถูกแฟนบอลหมูป่าเขี้ยวตัน นครปฐม เอฟ.ซี.ลงมารุมท้ายได้รับบาดเจ็บ เช่นเดียวกับแฟนบอลทีมศรีสะเกษ เมืองไทย เอฟซี ที่ถูกรุมทำร้ายบาดเจ็บไปตามๆกันหลายราย และรถที่จอดอยู่ข้างสนามที่รอรับนักฟุตบอลและกองเชียร์กลับบ้านถูกทุบกระจกเสียหายไปหลายคัน โดยผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บต่างเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กำแพงแสน พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วและอยู่ในระหว่างการตรวจสอบจากกล้องทีวีที่ถ่ายทอดสด และจากกล้องของสื่อมวลชนที่บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้ เพื่อติดตามจับกุมคนก่อเหตุมาดำเนินคดี
ล่าสุดเวลา 10.00 น.วันนี้ (27ธ.ค.)ที่ห้องประชุม สภ.กำแพงแสน จ.นครปฐม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิ วงษ์ รอง ผบช.ภ. 7 ซึ่งได้รับมอบจาก พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ. 7 ให้เข้ามาควบคุมดูแลคดีอย่างใกล้ชิด เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องคดีเข้าประชุมประกอบด้วย พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผกก.สภ.กำแพงแสน พ.ต.ท.สานิต ชินจอหอ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมเกียรติ กรรณวัฒน์ สว.สส.พตอ.อนุพันธ์ จันทร์พฤกษ์ ผกก.สส.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.ท.ปรีชา ทิมหอม รอง ผกก.สส.พตต.พรชัย อริยานนท์ สว.สส.ภ.จว.นครปฐม และชุดสืบสวนของ ภ.จว.นครปฐม และสืบสวน สภ.กำแพงแสน เข้าร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้ได้ปิดห้องประชุมไม่ให้สื่อมวลชนเข้าภายในห้อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการนำภาพบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากสำนักพิมพ์และทีวี ที่ถ่ายทอดสด นำมาฉายบนจอ และให้หยุดตอนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการก่อเหตุชุลมุนยกพวกเข้าทำร้ายกัน เป็นช็อตๆ เพื่อต้องการดูภาพหยุดนิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ เพื่อนำมาขยายในการออกหมายเรียกตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีผู้ร่วมอยู่ในกลุ่มก่อเหตุกว่า 10 คน รวมถึงคนที่ชักอาวุธปืนออกมาขู่และคนที่ทำร้ายร่างกายกรรมการตัดสินคนแรกและยังตามซ้ำทำร้ายอีกหลายคน รวมถึงกองเชียร์ที่ถูกทำร้ายจนสลบต้องหามออกจากสนาม เพื่อหาคนผิดมาดำเนินคดี ใช้เวลาถึง 2 ช.ม.
พล.ต.ต.โสภณ กล่าวภายหลังประชุมว่า พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ. 7 ให้เข้ามาคุมดูแล และได้มีการกำชับไว้ว่าให้ดำเนินการตามกฎหมายกับทุกคนที่ก่อเหตุ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะเป็นนักการเมืองหรือไม่ หากทำผิดให้ดำเนินการได้เต็มที่ ในการประชุมครั้งนี้ได้มีการสอบถามความคืบหน้าของคดีเพราะเป็นที่สนใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง เท่าที่ได้รับรายงานจากพ.ต.อ.ประเสริฐ ทราบว่ามีผู้บาดเจ็บถูกรุมทำร้าย 4 คน ที่เป็นฝั่งของศรีสะเกษ มีกรรมการ 1 ท่าน และกองเชียร์อีก 3 ท่าน ทั้งหมดได้แจ้งความไว้แล้ว โดยแพทย์ ร.พ.กำแพงแสน ได้ลงความเห็นว่าบาดเจ็บรักษาไม่เกิน 7 วัน ขณะนี้ออกจาก ร.พ.ไปรักษาตัวต่อที่บ้านแล้วทั้งหมด
ส่วนผู้บาดเจ็บซึ่งรูปร่างอ้วนที่ถูกรุมสกรัมจนต้องหามลงเปลจากทีวีที่ถ่ายให้เห็นนั้น เท่าที่ตรวจสอบปรากฏว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสนามของ ม.เกษตรกำแพงแสน ที่มี นสพ.บางฉบับนำไปลงว่าได้รับบาดเจ็บสาหัสแขนขาหักจากการถูกรุมทำร้าย ปรากฏว่าตรวจสอบแล้ว แขนที่ได้รับบาดเจ็บหักนั้น เกิดจากอุบัติเหตุจยย.ล้มก่อนหน้าการแข่งขัน 3-4 วัน ซึ่งต้องมาดูแลสนามระหว่างการแข่งขัน จากการสอบสวนพบว่าขณะก่อนเกิดเหตุนั้นอยู่ที่ข้างสนามด้านใน และเมื่อเหตุเกิดขึ้น ได้วิ่งเข้าไปห้ามไม่ให้มีเรื่องกัน แต่ปรากฏว่ากองเชียร์ของนครปฐม เข้าใจผิดคิดว่าเป็นกองเชียร์ของศรีสะเกษจะเข้ามาทำร้าย จึงถูกรุมประชาฑัณฑ์จนสลบ
พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า จากการดูภาพจากกล้องวีดีโอเอามาทำภาพนิ่ง ขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ก่อเหตุร้ายแรงชกกรรมการนั้นมีอยู่ 4-5 คน และทราบชื่อหมดแล้วแต่ขอสงวนนามไว้ก่อน และสั่งให้ พนักงานสอบสวนออกหมายเรียก หากไม่มาพบก็ออกหมายจับทันที สำหรับกลุ่มที่รุมทำร้าย เตรียมตั้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้ รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ มีอัตราโทษจำ 2 ปี ปรับ 4 พันบาท หรือทั้งจำและปรับ ส่วนบุคคลเสื้อขาวที่พกอาวุธปืนและชักออกมา ตามภาพที่เห็นนั้น จะโดนข้อหาเบื้องต้นพกพาอาวุธปืนเข้ามาในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หากตรวจสอบอาวุธไม่มีทะเบียนจะโดนข้อหาหนักอีกกระทงหนึ่ง ในชั้นนี้ อัตราโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.โสภณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้มีการออกหมายเรียกแล้ว 5 คน ส่วนอีกร่วม 10 คนนั้นต้องดูภาพให้แน่ชัดก่อนจึงออกหมายเรียก โดยตนกำชับให้ทำอย่างตรงไปตรงมา ในส่วนสาเหตุการก่อเหตุครั้งนี้เท่าที่สอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ทราบว่าไม่น่าจะเกิดจากตัวผู้เล่น เกิดจากอารมณ์ของกองเชียร์ ที่เห็นทีมที่ตนเองรักและตามเชียร์มาตลอดนั้นเห็นว่ากรรมการตัดสินลำเอียง เพราะผลบอลนัดนี้มีความหมายต่อทีมนครปฐม เมื่อผู้เล่นถูกไล่ออกทำให้เกิดอารมณ์ แห่ลงไปในสนามไล่รุมอัดกรรมการและกองเชียร์ฝ่ายตรงข้าม ตนเองทำงานเต็มที่ตรงไปตรงมา ใครผิดก็ว่ากันตามผิด ขอเวลาอีกนิดเดียวจะได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดีแน่นอน
ต่อมาเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้รับแจ้งจากนายทหารพระธรรมนูญ สังกัดกองทัพอากาศฐานบินกำแพงแสน จ.นครปฐม ว่าจะนำตัว พันจ่าอากาศเอก นพพร ศิริรังษี อายุ 41 ปี ทหารในสังกัดทหารอากาศ ฐานบินกำแพงแสน ซึ่งเป็นบุคคลสวมเสื้อสีขาวชักอาวุธปืนออกมาถือในมือ จะนำตัวมามอบที่ สภ.กำแพงแสน เมื่อถึงกำหนดเวลานายทหารพระธรรมนูญ ได้นำตัวพันจ่าอากาศเอก นพพร มามอบตัวกับ พ.ต.อ.ประเสริฐ ศิริพรรณาภิรัตน์ ผกก.สภ.กำแพงแสน
โดยเจ้าหน้าที่เชิญเข้าห้องสอบสวน พร้อมกับแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายต่อกายและจิตใจ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาโดย พันจ่าอากาศเอก นพพร ผู้ต้องหาให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน จะขอไปให้การในชั้นศาล หลังมอบตัวแล้ว นายทหารพระธรรมนูญ ได้นำตัวกลับไปดูแลยังฐานบินกำแพงแสน
พ.ต.อ.ประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับตัว พันจ่าอากาศเอกนพพรที่ตกเป็นผู้ต้องหานั้นเท่าที่สอบถามไปยังต้นสังกัดทราบว่า ยังมีตำแหน่งในสังกัด และอยู่ระหว่างทำเรื่องลาออกจากราชการซึ่งเรื่องอยู่ระหว่างผู้บังคับบัญชากำลังพิจารณาอยู่



