ข่าว

ลดค่าเอฟทีม.ค.-เม.ย.5.67สตางค์

ลดค่าเอฟทีม.ค.-เม.ย.5.67สตางค์

27 ธ.ค. 2553

นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติปรับลดค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ เอฟทีงวดเดือนมกราคม - เมษายน 2554

 ลงในอัตรา 5.67 สตางค์ต่อหน่วย หรือจากหน่วยละ 92.55 สตางค์ เหลือหน่วยละ 86.58 สตางค์ ส่งผลให้ค่าไฟฟ้าลดลงเฉลี่ยเหลือหน่วยละ 3.11 บาท โดยการปรับลดเป็นผลจากต้นทุนราคาก๊าซปรับลดลงเหลือ 229.2 บาทต่อล้านบีทียู จากเดิม 234.58 บาทต่อล้านบีทียู ประกอบกับเงินบาทแข็งค่าขึ้น
 สำหรับค่าเอฟทีงวดต่อไปคือเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2554 จะเป็นอย่างไรนั้น ต้องพิจารณาต้นทุนในช่วงนั้นอีกครั้ง ส่วนภาระการตรึงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ปัจจุบัน เหลือ 2,564 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นงวดเดือนเมษายน 2554 ภาระดังกล่าวจะหมดลงตามไปด้วย เพราะต้นทุนลดลง
 

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดจะปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลให้ลงมาเหลือ 3 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันที่เก็บอยู่ในอัตรา 5 บาทต่อลิตร เพื่อดูแลไม่ให้ดีเซลขายปลีกมีราคาเกิน 30บาทต่อลิตร ว่าขณะนี้มองว่ากองทุนน้ำมันฯยังสามารถใช้เงินเข้าไปอุดหนุนราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรได้นานกว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เพราะมีการใช้เงินเข้าไปอุดหนุนเพียงเดือนละ 500 ล้านบาทเท่านั้น

“ขณะนี้เงินกองทุนน้ำมันมีเหลือประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท น่าจะเพียงพอดูแลดีเซลไม่ให้ราคาเกิน 30 บาทต่อลิตรได้อีกนานหรือพ้นหน้าหนาวไปแล้วโดยที่เงินกองทุนไม่ติดลบ จึงเห็นว่ายังไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการภาษีเข้าไปอุ้ม”นายกรณ์ กล่าวและว่า หากจำเป็นก็พร้อมจะพิจารณามาตรการอื่นๆ แต่มองว่าการลดภาษีเป็นเรื่องใหญ่ หากลดไป 1 บาทต่อลิตรก็กระทบรายได้รัฐบาลแล้วหมื่นกว่าล้านบาท หากลด 2 บาทก็เป็นเงินค่อนข้างมาก 2 หมื่นกว่าล้านบาท จึงถือเป็นแนวทางสุดท้ายที่กระทรวงการคลังจะดำเนินการ