ข่าว

รัฐขยาดใช้เงินกู้
   อุ้มสินค้าเกษตร
   กลับลำพึ่งธ.ก.ส.

รัฐขยาดใช้เงินกู้ อุ้มสินค้าเกษตร กลับลำพึ่งธ.ก.ส.

06 เม.ย. 2552

รัฐขยาดใช้เงินกู้แทรกแซงราคาสินค้าเกษตร พบต้นทุนเงินกู้ 1.1 แสนล้านบาท ต้นทุนสูงถึง 8% ขณะที่ใช้เงิน ธ.ก.ส. มีต้นทุนแค่ 6% ประเดิมใช้เงิน ธ.ก.ส. รับจำนำข้าวนาปรัง 3 หมื่นล้าน

 นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายดูแลราคาพืชผลทางการเกษตรในระยะต่อไปของรัฐบาล จะเน้นดำเนินการผ่าน ธ.ก.ส.เป็นหลัก โดยเฉพาะการเข้าไปรับจำนำ หรือแทรกแซงราคา เนื่องจากการใช้เงินกู้ 1.1 แสนล้านบาท เพื่อรับจำนำสินค้า 4 ประเภท คือ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และปาล์ม มีต้นทุนดำเนินการค่อนข้างสูง เป็นต้นทุนดอกเบี้ยที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน 4.9% บวกกับค่าดำเนินงานของ ธ.ก.ส.อีก 3% รวมรัฐบาลมีต้นทุนเกือบ 8% เทียบกับการใช้เงินของ ธ.ก.ส.ดำเนินการจะมีต้นทุนประมาณ 6% ซึ่งที่ผ่านมาใช้เงินไปแล้ว 9 หมื่นล้านบาท

 ทั้งนี้ โครงการแรกที่หันมาใช้เงินของ ธ.ก.ส. คือ การรับจำนำข้าวนาปรัง เป้าหมายรับจำนำ 2.5 ล้านตัน ใช้เงิน 3 หมื่นล้านบาท โดย ธ.ก.ส.ทำหน้าที่จ่ายเงินตามใบประทวนเท่านั้น ล่าสุดยังมีเกษตรกรมาจำนำไม่มากนัก เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียน โดยหลังปิดโครงการวันที่ 31 กรกฎาคม 2552 น่าจะมีปริมาณข้าวเข้ามาจำนำตามเป้าหมาย เพราะราคาที่รับจำนำถือว่าสูงกว่าตลาดเล็กน้อย อยู่ที่ตันละ 1.2 หมื่นบาท แต่ต่ำกว่าปีก่อนที่ราคาสูงถึงตันละ 1.4 หมื่นบาท

 "การรับจำนำข้านาปรังครั้งนี้ มองว่ารัฐบาลจะขาดทุนเล็กน้อย และในอนาคตหากจะต้องเข้าแทรกแซงสินค้าอื่นๆ อีก ธ.ก.ส.ก็พร้อมดำเนินการ" นายเอ็นนู กล่าวและว่า ธ.ก.ส.ยังมีสภาพคล่องเพียงพอ เนื่องจากที่ผ่านมามีเงินที่ได้จากการชำระหนี้คืนของลูกค้าเกษตรกรเข้ามาสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้