
"สู้ไปก็ไม่ชนะควรตั้งหลักก่อน"
เมื่อเย็นวันที่ 26 ธันวาคม ตัวแทนส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 9 คน นำโดย "สุพล ฟองงาม" ส.ส.อุบลราชธานี ในฐานะเลขาธิการพรรค เดินทางไปพบ "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
นอกจากเดินทางไปสวัสดีปีใหม่แล้ว จะมีการหารือสถานการณ์การเมืองทั้งภายในพรรคและนอกพรรค และเรื่องนโยบายพรรคเพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้าด้วย
"สุพล ฟองงาม" ได้เล่าถึงที่มาที่ไปก่อนเดินทางไปเยี่ยมเยียน "ทักษิณ" ในครั้งนี้ว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม มีการประชุมร่วมกับส.ส.ของพรรคประมาณ 90 คน มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาการเมือง อนาคตพรรคหลังปีใหม่ ในที่ประชุมจึงมีมติกันว่า เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ทุกปีจะส่งตัวแทนส.ส.ไปสวัสดีปีใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็หารือเรื่องต่างๆ ไปพร้อมกัน
แม้ว่า "สุชาติ ธาดาธำรงเวช" อดีตรมว.คลัง ซึ่งเป็นทีมคิดนโยบายพรรคเพื่อไทย เคยบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สู้กันเรื่องประชานิยม แต่เป็นการเรียกร้องความยุติธรรม "สุพล" ก็ยังยืนยันว่า ยังคงนโยบายประชานิยมที่พรรคเพื่อไทยเคยทำไว้แล้วประสบความสำเร็จมาดำเนินการต่อ และจะนำนโยบายที่เป็น "จุดอ่อน" ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาปรับปรุงแก้ไขและกำหนดเป็นนโยบายใหม่ของพรรคเพื่อไทยต่อไป
ส่วน "หัวหน้าพรรคเพื่อไทย" ในมุมมองของ "เลขาธิการพรรค" เห็นว่า การทำหน้าที่ของ "ยงยุทธ วิชัยดิษฐ" หัวหน้าพรรค ก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่ตำแหน่งที่สมาชิกส่วนใหญ่ที่ประชุมกันเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม มีการพูดถึงและมีการหารือกันคือ ตำแหน่ง "แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี" เพราะภายในพรรคขณะที่ยังหาคนที่เป็น "จุดขาย" ไปแข่งขันในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจกับคู่แข่งแทบไม่ได้
"ในที่ประชุมเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ได้หารือกัน และเห็นว่า คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน น่าจะเหมาะสมที่สุดสำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ ซึ่งส.ส.ส่วนใหญ่ 90 คนเห็นตรงกัน แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้ข้อยุติต้องนำไปหารือกับคุณทักษิณอีกครั้ง" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
ก่อนหน้าที่มีกระแสข่าวว่าส.ส.ที่เดินทางไปส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่สนับสนุน "มิ่งขวัญ" ให้เป็นนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันก็เกิดกระแสข่าวมาจากคนใกล้ชิด "ทักษิณ" อ้างว่า ทักษิณไม่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว
สำหรับกระแสข่าวจะมีการเสนอ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" น้องสาวทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี "สุพล" ปฏิเสธว่าไม่เคยได้ยินข่าวนี้
ขณะที่ "เลขาธิการพรรคเพื่อไทย" ออกมาปฏิเสธกระแสข่าว "ยิ่งลักษณ์" จะเข้ามาชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ก็มีส.ส.หลายคนได้แสดงความกังวลใจข่าวว่า การเปิดตัว "ยิ่งลักษณ์" แทนที่จะถนอมตัวกลับจะเลี่ยงตกเป็นเป้าโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม
และสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย ความเคลื่อนไหวของ "พรรคเพื่อไทย" ที่ล้อไปกับ "กลุ่มคนเสื้อแดง" ทำให้แกนนำพรรคเพื่อไทยหลายคนมีแนวคิดอยากให้ตระกูล "ชินวัตร" และเครือญาติของ "ทักษิณ" ถอนตัวจากการเมืองชั่วคราว
โดยเฉพาะ "พรรคเพื่อไทย" เพราะพรรคจะยิ่งตกเป็นเป้าโจมตีทางการเมือง หรืออาจถึงขั้นยุบพรรค!
เรื่องนี้ "เลขาธิการพรรคเพื่อไทย" ก็ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้ที่คนในตระกูลชินวัตรอาจจะลดบทบาทการทำงานการเมืองลง เพราะขณะนี้ก็ทราบกันเป็นอย่างดีว่า มีขบวนการจ้องทำลายทักษิณและเครือญาติ เห็นได้จาก 4 ปีที่ผ่านมา ถูกโจมตีมาตลอด
"ก็มีความเป็นไปได้ที่คนตระกูลชินวัตรจะเฟดตัวจากการเมือง เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา เป็นเป้าทำลายตลอด ควรตั้งหลักไม่ให้ตกเป็นเป้าโจมตี ควรรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ก่อน พยายามทำตัวให้บาดเจ็บน้อยที่สุด เพื่อจะกลับมาพัฒนาพรรคให้เป็นสถาบัน ปรับปรุงกลไกต่างๆ ก่อนมาทำงานให้เต็มที่อีกครั้ง" เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว
"สุพล" กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยต้องต่อสู้กับกลุ่มอำนาจฝ่ายตรงข้ามมาตลอด การต่อสู้ที่ผ่านมาไม่เคยชนะ มีแต่บาดเจ็บ เมื่อสู้แล้วไม่ชนะก็ควรตั้งหลักปรับกลยุทธ์ก่อนแล้วค่อยลุกขึ้นสู้ใหม่
ขณะเดียวกัน "ทักษิณ" เองก็ไม่อยากให้ "น้องๆ และเครือญาติ" เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง เพราะการบริหารพรรคการเมืองในขณะที่ตัวทักษิณอยู่ต่างประเทศ แทบไม่ต่างจากคนหูหนวกตาบอด เพราะการรับรู้ข่าวสารคลาดเคลื่อน
หรือแม้แต่คนใกล้ตัวที่ "ทักษิณ" ไว้ใจที่สุดก็ยังให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ส่งผลไปถึงงบประมาณที่ส่งผ่านมาสนับสนุนพรรคจัดสรรไม่ทั่วถึง
มีลักษณะกระจุกไม่กระจาย ทำให้ส.ส.ที่เคยมีสภาพคล่องต้องฝืดเคืองเรื่องค่าใช้จ่ายอาจย้ายพรรค หลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเขตเดียวเบอร์เดียว เพราะส.ส.ที่ลงพื้นที่ตลอดมีผลงานจะมั่นใจ ไม่ว่าย้ายไปพรรคไหนก็จะได้รับการเลือกตั้ง
และที่ทำให้ "ทักษิณ" ตัดสินใจหยุดสนับสนุนงบประมาณชั่วคราว เพราะที่จ่ายไปถูกคนใกล้ตัวเก็บไว้ไม่ยอมให้กระเด็นไปไหน คิดถึงทีไรมันแค้นใจที่สุด!
สมถวิล เทพสวัสดิ์



