ข่าว

 คลังเพิ่มเป้าศก.ปีนี้ใหม่สูงกว่า7.5%หลังบาทแข็งไม่ฉุดส่งออกทรุด-จ่อปรับจีดีพีปี54ใหม่

คลังเพิ่มเป้าศก.ปีนี้ใหม่สูงกว่า7.5%หลังบาทแข็งไม่ฉุดส่งออกทรุด-จ่อปรับจีดีพีปี54ใหม่

27 ธ.ค. 2553

คลังเล็งปรับเพิ่มการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 53 ใหม่ เชื่อเติบโตสูงกว่า 7.5% หลังพบค่าเงินบาทแข็งไม่ฉุดส่งออกอย่างที่คาด ส่วนน้ำท่วมไม่เสียหายมากและฟื้นตัวได้เร็ว ส่วนปีหน้าจ่อปรับใหม่เช่นกัน หลังรัฐอัดฉีดมาตรการลดค่าครองชีพ-ประชาวิวัฒน์ต่อเนื่อง

 นายบุญชัย จรัสแสงสมบูรณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 ธันวาคมนี้กระทรวงการคลังจะปรับประมาณการการขยายตัวทางเศรษฐกิจปี 2553 ใหม่อีกครั้ง พร้อมทั้งทบทวนตัวเลขปี 2554 หลังจากพบว่าเครื่องชี้วัดต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกเดือนพฤศจิกายนที่ยังขยายตัวได้สูงถึง 28.5% แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นตอ่เนื่องและแข็งค่ากว่าประเทศอื่นๆ ในเอเชีย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้  โดยคาดว่าจีดีพีน่าจะขยายตัวมากกว่า 7.5% ที่เคยคาดการณ์ไว้ ซึ่งน่าจะขยับไปทางตัวเลขขั้นสูงที่เคยประเมินไว้ต่ำสุด 7.3% และสูงสุด 7.5% สอดคล้องกับที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่มองว่าอาจเติบโตได้ถึง 8%

 "การแข็งค่าของเงินบาทไม่ได้ส่งผลกระทบตอ่การส่งออกแรงอย่างที่คิด โดยตัวเลขเดือนพฤศจิกายนยังขยายตัวได้สูง และเดือนธันวาคมก็ไม่น่าจะลดลงมากทั้งปีนี้ก็ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมินไว้คราวก่อน ประกอบกับปัญหาอุทกภัยและวาตภัยในหลายพื้นที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้สร้างความเสียหายมากและสถานการณ์กลับมาฟื้นตัวได้เร็ว" นายบุญชัย กล่าว

 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปี 2553 ค่าเงินบาทมีความผันผวนมาก เทียบจากต้นปี โดยมีความแตกต่างกันถึง 3 บาทกว่า จาก 33.33 บาทในต้นปีมาอยู่ที่ 30.15 บาทต่อดอลลาร์ในขณะนี้ หรือมีการแข็งค่าขึ้นถึง 9.54% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติในการอัดฉีดเงินของสหรัฐและปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปที่กดดันให้เงินบาทอ่อนลงทำให้การคาดการณ์ค่าเงินบาทเฉลี่ยปีนี้ที่ระดับ 31.7 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 30.50 บาทแล้ว จึงต้องนำไปสู่การปรับประมาณการเศรษฐกิจของปี 2553 ใหม่อีกครั้ง

 ส่วนปี 2554 นั้น ค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยเช่นกัน เพราะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย แม้ยังขยายตัวได้แต่อาจมีอัตราการเติบโตลดลงจากปีนี้  โดยการแข็งค่าของเงินบาทน่าจะเริ่มชะลอตัว จากเดิมกระทรวงการคลังคาดการณ์เงินบาทไว้น่าจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 30-31 บาทต่อดอลลาร์ หรือมีค่ากลางที่ 30.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่จากตัวเลขจริงที่ออกมาของปี 2553 แข็งกว่าที่ประเมินไว้ก็อาจจำเป็นต้องปรับตัวเลขของปี 2554 ใหม่ให้สะท้อนความเป็นจริงมากที่สุด  รวมถึงตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจด้วยจากที่ประเมินไว้  4-5% ก็อาจจะมีการปรับใหม่เช่นเดียวกัน เพราะมีปัจจัยใหม่เข้ามาเพิ่ม ทั้งการใช้นโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลและการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนต่อเนื่องไปปีหน้า