ข่าว

 ตามไปดูททท.ทำ“โรดโชว์”ในต่างแดน (จบ)

ตามไปดูททท.ทำ“โรดโชว์”ในต่างแดน (จบ)

27 ธ.ค. 2553

ระหว่างรอขึ้นเครื่องแอร์ฟรานซ์จากปารีสไปลงเมืองนีซ เพื่อต่อรถตู้ที่ ททท.เตรียมไว้ไปยัง “คานส์” เมืองชายทะเลตอนใต้ของฝรั่งเศสเพื่อร่วมงาน ILTM ครั้งที่ 9 นั้น คุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าฯ ททท.เล่าให้ผมฟังว่า

งานที่เรากำลังจะไปนี้จัดมาตั้งแต่ปี 2543 ททท.เข้าร่วมงานครั้งแรกปี 2548 แค่ตั้งเคาน์เตอร์แจกเอกสารแนะนำประเทศไทย หลังจากนั้นจึงพาผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ผู้จัดงานเรียกว่า “ผู้ขาย” ไป “โรดโชว์” ด้วย

 ผู้ว่าฯ ททท.บอกว่า ปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน 20 ราย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของโรงแรมเน้นลูกค้าระดับเศรษฐีชาวต่างชาติ ที่กว่าแต่ละรายจะเข้าได้ร่วมงาน ททท.ต้องส่งรายละเอียดไปให้ “เรด ทราเวล” บริษัทเอกชนระดับโลกผู้จัดงานพิจารณาคุณสมบัติเสียก่อนว่าจะอนุมัติหรือไม่ ไม่ใช่ใครมีเงินค่าสมัคร 2 แสนบาทแล้วจะไป “โรดโชว์” ได้ทันที “เรด ทราเวล” เข้มงวดมาก

 กลุ่ม “ผู้ซื้อ” ที่เขาเชิญมา 1,300 รายนั้น เป็นเจ้าของบริษัททัวร์ชื่อดังในประเทศต่างๆ ที่ลูกค้าล้วนกระเป๋าหนัก ผู้จัดจึงเอาเกียรติและชื่อเสียงเป็นประกันว่า ทั้ง “ผู้ขาย” และ “ผู้ซื้อ” ที่จะมาพบกันในงานเป็นเวลา 3 วันคือจาก 6 ถึง 9 ธันวาคมนั้น ต้องเนี้ยบจริงๆ เมื่อไปเห็นสถานที่จัดงาน คือสถานที่เดียวกับที่ฝรั่งเศสใช้จัดงานเทศกาลภาพยนตร์เพื่อแจกรางวัล “ปาล์มทองคำ” แล้วต้องยอมรับครับว่า เขาจัดได้ยิ่งใหญ่จริงๆ

 แม้ว่ารูปแบบการจัดงานจะคล้ายกับงาน “ไทยเที่ยวไทย” ที่ ททท.เปิดบูธให้จังหวัดต่างๆ นำแหล่งท่องเที่ยวและบริการมาออกร้านให้ผู้มาเที่ยวงานก็ตาม แต่การพบกันระหว่าง “ผู้ขาย” กับ “ผู้ซื้อ” ที่นี่“เรด ทราเวล” เขาจะกำหนด “เวลานัดหมาย” ให้ว่าใครจะพบใครเวลาไหนในวันใด พื้นที่นัดพบกันระหว่าง “ผู้ขาย”กับ “ผู้ซื้อ” จึงดูหรูหรา สง่างาม อุปกรณ์เสนอขายนอกจากแผ่นพับหรือหนังสือแนะนำก็มีทั้งโน้ตบุ๊ก และไอแพด ทุกบูธเน้นเอกลักษณ์ที่ใครเห็นก็รู้ทันทีว่ามาจากไหน บูธประเทศไทยอยู่ใกล้ทางเข้า ตกแต่งได้ไม่น้อยหน้าใคร นักธุรกิจไทยที่รอ “ผู้ซื้อ” ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส บางคนเป็นทายาทเจ้าของกิจการเดินทางมาเองพร้อมที่จะตัดสินใจขายแบบ “เสี่ยสั่งลุย” ได้เลย

 กิจกรรมของงานวันแรกเป็นการสัมมนาร่วมกันเพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวในภูมิภาคยุโรป ซึ่งคุณจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการฯ ด้านตลาดยุโรป แอฟริกาฯ ที่เข้าร่วมสัมมนาสรุปให้ทราบว่า ปีหน้าอาจมีความผันผวนของเงินยูโร จึงต้องบุกตลาดนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ เพื่อรักษาตลาดไม่ให้ลดลงจากปีนี้ ที่สัดส่วนของนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีประมาณ 28% ทำรายได้ราว 39% รายได้จากต่างประเทศ

 สอดคล้องกับที่คุณสุรพล เศวตเศรนี ผู้ว่าการฯ สรุปสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวไทยในเวลาต่อมาว่า ปี 2553 คาดว่าจะมีถึง 15.8 ล้านคนขยายตัวเพิ่มขึ้น 11-12% สร้างรายได้ราว 5.8-6 แสนล้านบาทขยายตัวกว่าปีที่แล้ว 17% เฉพาะตลาดฝรั่งเศส คุณภัทรพร สิทธิวนิช ผู้อำนวยการ สำนักงาน ททท.ปารีส บอกว่านักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศสเดินทางเข้ามาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้นถึง 20% คาดว่าตลอดทั้งปีจะมีผู้เดินทางเข้าไทยประมาณ 4 แสนคนเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วราว 8% นักท่องเที่ยวแต่ละคนเฉลี่ยเข้ามา 14 วัน ใช้จ่ายคนละ 5 หมื่นบาทต่อครั้ง

 เธอบอกด้วยว่าชาวฝรั่งเศสชอบวิถีชีวิตของคนไทยที่มีเอกลักษณ์ และความงามของสถานที่ต่างๆ “ตอนนี้เราเจาะคู่แต่งงานที่ต้องการเดินทางมาฮันนีมูนในไทย ด้วยการสร้างเครือข่ายเฟรนด์ ออฟ ไทยแลนด์ เพื่อให้เกิดการบอกต่อของนักท่องเที่ยวที่เคยไปเยือนไทยค่ะ” ไปดู ททท.เขา “โรดโชว์” แล้วจึงรู้ว่า หากมีของดีแล้วไม่เอาไปอวด คนในอีกมุมโลกหนึ่งจะรู้หรือ ? ไปเถอะครับ หน่วยงานไหนอยากไป “โรดโชว์” ก็เชิญ ผมรู้แล้วว่าไม่ใช่เรื่องสนุกเลย แค่นั่งเครื่องบินไปกลับก็เหนื่อยจะแย่... ขอบคุณ ททท.นะครับที่เปิดกะลาให้

ภาณุมาศ ทักษณา