
หักเหลี่ยมยาเสพติด"สั่งตาย"... เผาอำพรางศพ
นับหลายชั่วโมงแล้ว...เปลวไฟลามเลียบนร่างอันไร้วิญญาณของ นายเฉลิมฤทธิ์ นันต๊ะฤทธิ์ หรือ แจ๊ค อายุ 17 ปี และ นายนวัชชา สิริรัชกุล หรือโจอี้ อายุ 15 ปี อยู่ป่าละเมาะข้างกุโบร์หรือที่ฝังศพของชาวมุสลิม ในพื้นที่บ้านกาแป๊ะฮูลู ในเขตเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา จนเกื
เนื่องจากสภาพศพที่ไหม้เกรียมยังเหลือร่องรอยที่บ่งชี้ได้ว่า ผู้ตายถูกเชือดคอและถูกอาวุธมีคมฟันตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณช่วงท้องของ โจอี้ คล้ายถูกคว้านท้องจนมองเห็นไส้ทะลักออกมา!!
ก่อนเที่ยงวันที่ 21 ธันวาคม ร.ต.ท.วริศร มัจฉา ร้อยเวร สภ.เบตง จ.ยะลา รับแจ้งเหตุร้ายจึงรีบรายงานไปยัง พ.ต.อ.สมบัติ หวังดี ผกก.สภ.เบตง เพื่อตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนลูกรังทางเข้าขนำกลางป่าละเมาะมีร่องรอยการต่อสู้และมีรองเท้า เข็มขัด มีดพร้า กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบร่างมนุษย์นอนทับซ้อนกันอยู่ และมีควันไฟลอยพุ่งออกมาจากร่างไร้วิญญาณ เบื้องต้นไม่สามารถระบุได้ว่าศพนั้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย คาดว่าผู้ตายอาจถูกฆ่าหลังตกลงอะไรบางอย่างไม่ได้ก่อนถูกเผาอำพรางศพ
จากสภาพศพที่ถูกเผาไหม้ยังกรุ่นด้วยควันไฟ...เมื่อตรวจสอบจึงทราบว่าเป็นนายเฉลิมฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 75/24 หมู่ 7 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา เป็นนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เบตง ส่วนอีกศพคือนายนวัชชา อยู่บ้านเลขที่ 43/11 ถ.คงคา อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นอดีตนักเรียนโรงเรียนเดียวกันแต่ได้ออกจากโรงเรียนมาตั้งแต่ชั้น ม.2 แล้ว
จันทร์เพ็ญ นันต๊ะฤทธิ์ แม่ของแจ๊ค ให้การว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา โจอี้ได้มานอนที่บ้านและได้พูดคุยกับแจ๊ค ต่อมาเวลาเกือบห้าทุ่มก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น โจอี้รับโทรศัพท์มีการพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง จู่ๆ ก็เอ่ยปากชวนแจ๊คออกไปข้างนอก แจ๊คหันมาบอกกับแม่ว่าจะออกไปธุระกับเพื่อนเดี๋ยวกลับ โดยขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีแดง ทะเบียน กงง 202 เบตง ออกไป
"แม่เห็นว่าแจ๊คกับโจอี้เป็นเพื่อนเรียนกันมาตั้งแต่สมัยเรียน และมักออกเที่ยวเตร่ด้วยกันอยู่เสมอ จึงไม่ได้นึกเอะใจอะไร ต่อมาวันที่ 20 ธันวาคม แม่ของแจ๊คเห็นลูกยังไม่กลับบ้าน จึงโทรศัพท์ไปหาโจอี้กับแจ๊ค แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงเกิดความไม่มั่นใจว่าลูกจะปลอดภัยหรือไม่ เพราะเดี๋ยวนี้วัยรุ่นในเบตงมักมีเรื่องกันบ่อยถึงกับไล่ยิงกันจึงได้ไปแจ้งความว่าลูกชายหายตัวไป จนตำรวจมาบอกว่าพบศพชายวัยรุ่นให้ไปดูหน่อยว่าใช่ลูกที่หายตัวไปหรือไม่" จันทร์เพ็ญ เล่าด้วยความสะเทือนใจในวินาทีที่เห็นร่างไร้วิญญาณของลูกชาย
จากหลักฐานและคำให้การของเพื่อนๆ ในกลุ่มของแจ๊คและโจอี้ ทราบว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากโจอี้มากกว่า เพราะก่อนนี้ในกลุ่มเพื่อนๆ รู้ว่าโจอี้มักไปพัวพันกับยาเสพติดโดยเฉพาะใบกระท่อม และยาบ้า ส่วนแจ๊คนั้นอาจเป็นแค่เพื่อนร่วมวงคงไม่ทราบว่าโจอี้มีปัญหากับใครบ้าง หลังจากนั้น 2 วัน พ.ต.ท.โสภณ สายสุรีย์ สว.สส.สภ.เบตง ได้เปิดเผยแนวทางการสืบสวนมุ่งปมไปเรื่องยาเสพติด เนื่องจากโจอี้หลังจากออกโรงเรียนได้เข้ามาทำงานเป็นบาร์น้ำในดิสโก้เธคแห่งหนึ่งในเบตง และมักจะเดินยาให้แก่นักท่องเที่ยวที่นิยมเสพยาพาเที่ยว ต่อมาได้ออกจากดิสโก้เธค และมีข่าวว่าตั้งตัวปล่อยยาเองโดยไปเอายาเสพติดเช่นยาบ้า กัญชา รวมทั้งน้ำใบกระท่อม 4 คูณ 100 มาจากขาใหญ่คนหนึ่งในเบตง โดยยาเสพติดทั้งหมดมาจาก จ.ยะลา และทราบว่ามีคนร้ายที่ร่วมลงมือฆ่าอย่างโหดเหี้ยมครั้งนี้มีทั้งหมด 3 คน เป็นขาใหญ่ในเบตงและคนปล่อยยาจากยะลาอีก 2 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
"คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญแก่ประชาชนในพื้นที่ อ.เบตง เป็นอย่างมาก เนื่องจากผู้ที่ถูกสังหารโหดครั้งนี้ยังเป็นเยาวชนและเป็นการกระทำอย่างอุกอาจ ทำให้ประชาชนที่พบเห็นและสัญจรไปมาเกิดความวิตกกังวลในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน เป็นเรื่องสำคัญที่ สภ.เบตงให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปราม รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนทุกคน ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนรู้ตัวผู้ลงมือทำหมดแล้ว ไม่ช้าหรือเร็วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องจับกุมผู้ต้องหาคดีนี้ให้ได้ เพื่อจะได้รู้ว่ามีแรงจูงใจอะไรถึงฆ่าผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ และขอยืนยันว่า ฆาตกรต้องชดใช้กรรม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย" ผกก.สภ.เบตง กล่าว
- เจษฎา สิริโยทัย -



