
อภิสิทธิ์รับรู้ทักษิณซุกตัวอยู่ที่ดูไบ
"นายกฯ"ยอมรับรู้"ทักษิณ"ซุกตัวอยู่ที่ดูไบ รับสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดนไม่ครอบคลุม มั่นใจ"ยูเออี"ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมืองแน่ เผยบัวแก้วจับตาการเคลื่อนไหว ทักษิณ - ลูกหาบเพื่อไทย พท.อ้างส.ส.ไปพบทักษิณเเค่อวยพร ยันไม่ได้ไปคุยเรื่องว่าที่นายกฯคนใหม่ ปชป
(26ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.15 น . ที่อาคารรัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เมืองดูไบ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก็อยู่ดูไบเป็นระยะๆ ซึ่งทางดูไบ จุดของเขาคือบอกว่าจะไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง
เมื่อถามว่า การที่มีนักการเมืองเดินทางไปพบ ถือว่าเป็นว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราต้องดู ซึ่งเราก็ได้ติดตามอยู่แล้ว ถ้ามีลักษณะการเคลื่อนไหวทางการเมือง เราก็แจ้งทางดูไบ โดยทางกระทรวงการต่างประเทศจะเสนอข้อมูลไป ให้ทางดูไบทราบ
เมื่อถามว่า การประสานที่จะทำให้ทางดูไบให้ความร่วมมือมีการพูดกันมานานแล้ว ดูเหมือนการให้ความร่วมมือยังน้อยไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะบอกว่าน้อยคงไม่ได้ ในบางช่วงเราก็ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ออกจาดูไบ เมื่อถามว่าสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับยูเออียังเสร็จ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันไม่ครอบคลุมหรอก เมื่อถามต่อว่า กังวลหรือไม่ว่าการเคลื่อนไหวที่มีมากขึ้น ในการเชื่อมโยงกับนักการเมืองในประเทศ และพ.ต.ท.ทักษิณ จะส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในประเทศที่กำลังกลับคืนสู่ภาวะปกติด้วย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองหวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำอย่างที่เขียน ที่บอกว่า ถ้าจะมีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็เป็นเรื่องของระบบรัฐสภาเท่านั้น เมื่อถามว่า วันนี้คิดว่าความหวังนี้เป็นจริงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังติดตามข้อมูลอยู่
พท.อ้างส.ส.ไปพบทักษิณเเค่อวยพร
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยบางกลุ่มที่กำลังจะเดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ในต่างประเทศว่า ถือเป็นความผูกพันส่วนตัว โดยเป็นการเดินทางไปขอพรปีใหม่เหมือนกับอดีตนายกฯหลายคนที่ถึงช่วงเทศกาลจะมีส.ส.เดินทางไปพบ โดยกลุ่มส.ส.ที่ไปพบนั้นคงไม่มีประเด็นทางการเมืองอย่างที่ตั้งข้อสังเกตว่าจะไปหารือเรื่องยุทธศาสตร์ของพรรค ,การตั้งหัวหน้าพรรคคนใหม่ หรือรายชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยขณะนี้พรรคเพื่อไทยยังมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นหัวหน้าพรรคเหมือนเดิม
เเละในปีหน้าหากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯประกาศยุบสภาฯ พรรคเพื่อไทยจะมีคนพร้อมชูเป็นนายกฯอย่างแน่นอน เเละคนที่พรรคจะเปิดชื่อออกมา มั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงและชนะเลือกตั้งแน่นอน โดยมีคนที่เหมาะสมและปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว อาทิ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรค, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรค, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.สัดส่วน แต่พรรคจะประกาศรายชื่อว่าที่นายกฯนั้น ต้องรอให้ยุบสภาฯก่อน หากประกาศออกไปเร็วคงไม่ดี จะโดนแผนสกัดดาวรุ่งทันที ดังนั้นพรรคจึงไม่ต้องรีบ อย่างไรก็ตามในปี 2554 พรรคจะทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ เน้นทำนโยบายออกสู่ประชาชน ตรวจสอบโครงการต่างๆของรัฐบาล และจัดสัมมนาปราศรัยพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ และลดวิวาทะการเมือง
ปชป.ชี้พท.ก้าวข้าม"ทักษิณ"ไม่ได้
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะส.ส.พรรคเพื่อไทยจะเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ว่า เป็นสิ่งยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยังก้าวไม่พ้นความเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ และหัวหน้าพรรคตัวจริงคือบุคคลที่เป็นนักโทษหนีคดี นอกจากนั้นแล้วการที่มีส.ส.ส่วนหนึ่งจะเดินทางไปดูไบครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าคนในพรรคเพื่อไทยยังทำผิดนิติรัฐ คือ ยังยกย่องให้ค่าคนที่หนีคดี ขณะที่มีคนต้องมารับโทษแทนหลายร้อยคน นับแต่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้น
“ขอฝากข้อความกับส.ส.พรรคเพื่อไทยไปถึงพ.ต.ท.ทักษิณว่า ถ้าอยากจะให้ของขวัญปีใหม่กับคนไทย หรืออยากทำให้คนไทยมีความสุขในปีหน้า ก็ควรจะประกาศยุติบทบาททางการเมืองอย่างแท้จริง ปล่อยนักการเมืองที่เล่นอยู่ในเกมทำกันไป โดยตัวเองเป็นเพียงผู้นั่งดู ไม่ออกมาวุ่นวายอีก คนไทยจะมีความสุขที่สุด ” นายบุญยอดกล่าวเเละว่า ที่ผ่านมาส.ส.พรรคเพื่อไทย พยายามเรียกร้องให้มีการยุบสภาโดยเร็ว ขณะที่รัฐบาลได้ผูกเงื่อนไขตลอดว่า หากสามารถเดินหน้าสร้างความปรองดอง ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้งได้เร็ว ดังนั้นตนมองว่าเงื่อนไขสำคัญคือ ทุกกลุ่มต้องหยุดป่วน อย่าเดินสายไปพบตัวก่อกวน ถ้าพรรคเพื่อไทยอยากจะให้มีการยุบสภาจริง ต้องทำให้การแข่งขันในสนามเลือกตั้งเป็นธรรมด้วย
แนะอภิสิทธิ์ตั้ง“พิเชษฐ์”เป็นเลขาธิการนายกฯ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงการแถลงผลงาน 2 ปีของรัฐบาลเมื่อวันที่24ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่กรุงเทพโพลสำรวจว่า รัฐบาลชุดนี้สอบตกยกชั้น ทั้งครม. ต่อมาการแถลงผลงานก็เห็นเพียงแค่การจัดอีเวนท์ทางการเมือง หวังหาเสียงเลือกตั้ง ไม่มีอะไรใหม่ ซึ่งค่อนข้างตลก การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงแบบข้ามาคนเดียว พูดทุกเรื่องคนเดียว ความจริงนายกฯควรพูดแค่ 30 นาที แบ่งเวลาให้พรรคร่วมรัฐบาลบ้าง เพราะกระทรวงที่สำคัญอยู่ที่พรรคร่วมรัฐบาล ประชาชนอยากทราบว่ามีผลงานอย่างไร ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีข้อเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหา โดยการปราบปรามยาเสพติดและปราบปรามคอรัปชั่นนั้น ควรทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ส่วนด้านเศรษฐกิจก็น่าเป็นห่วง
กรณีที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายกฯอย่างมีนัยยะ เพราะสิ่งที่บอกว่าลาออกเพื่อไปดูเลือกตั้งนั้นไม่น่าจะใช่ เชื่อว่าทีมเศรษฐกิจของประชาธิปัตย์แตกแน่นอน หากเหลือเพียงนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลัง เเละนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯเป็นตัวหลัก ถือว่าน่าเป็นห่วง สำหรับการเเต่งตั้งนางอัญชลี วาณิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกฯขึ้นเป็นเลขาธิการนายกฯคนใหม่นั้น แม้นางอัญชลีจะเป็นคนดี แต่ไม่เพียงพอที่จะมาแทนนายกอร์ปศักดิ์ ตำแหน่งนี้จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถเรื่องเศรษฐกิจ ควรหาคนเก่งที่ช่วยงานนายกฯได้มาแทน คิดว่านายพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมช.คลัง มีความเหมาะสม และน่าเป็นรัฐมนตรีตั้งนานแล้ว เเละสำหรับตำแหน่งเลขาธิการนายกฯมีความสำคัญ ต้องใช้คนเก่ง ไม่ใช่ตั้งใครก็ได้มากินเงินเดือนเฉยๆ
พท.บี้รัฐเเสดงความจริงใจแก้หนี้นอกระบบ
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาชี้แจงเรื่องการแก้ไขหนี้นอกระบบว่า ได้ทำไปแล้วกว่า 5แสนราย แต่ตนได้ตรวจสอบเรื่องนี้มีเพียง 4-5 หมื่นรายเท่านั้น จึงอยากฝากรัฐบาลว่าอย่าทำการปั้นตัวเลข ยกเมฆหาเสียง มิเช่นนั้นจะเกิดอันตราย ถ้าแก้ปัญหาแบบไม่จริงจัง เอาแต่สร้างภาพ หวังผลงานระยะสั้น ปัญหานี้จะลุกลามเป็นปัญหาใหญ่ จึงอยากให้รัฐบาลกลับไปดูตัวเลขที่แท้จริงแล้วมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา โดยพรรคเพื่อไทยจะติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด การอภิปรายครั้งหน้าจะนำเรื่องนี้ไปพูดด้วย
พท.โวยดีเอสไอโดนการเมืองเเทรก
นายพร้อมพงศ์ แถลงข่าวว่า กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) จะยื่นขอถอนประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.ในวันที่ 27 ธ.ค. ขณะเดียวกันมีข่าวจากวอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ที่เห็นพ้องให้ถอนประกันตัวด้วยนั้น โดยเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การกระทำของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการเมืองเข้ามาแทรกแซง เนื่องจากเงื่อนไขที่ศาลจะถอนได้ ต้องมีพฤติการณ์จะหลบหนี หรือไปข่มขู่พยาน แต่การกระทำของนายจตุพรไม่เข้าข่าย เพราะเพียงแค่นำข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นสืบเนื่องจากผลการสอบสวนดีเอสไอมาให้ประชาชนรับทราบ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบ
ดังนั้นการกระทำของดีเอสไอน่าจะเป็นการหวังปิดปากไม่ให้นำข้อเท็จจริงการสังหารประชาชนออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งมันขัดแย้งกับแนวทางที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่ขัดข้องที่จะให้ประกันตัวแกนนำนปช. เช่นเดียวกับข้อ เสนอคอป.ที่เห็นว่าการให้ประกันตัวแกนนำนปช.จะเป็นการสร้างความปรองดองในชาตินั้น เหมือนเป็นการเล่นละครตี 2หน้าหรือไม่ ทั้งนี้ถ้าหน่วยงานความมั่นคงมีความจริงใจว่า ไม่ได้ทำความผิดเกี่ยวกับการฆ่าประชาชน ควรใจกว้างเปิดให้มีการตรวจสอบ อย่าใช้วิธีขอถอนประกันตัวนายจตุพรเพื่อปิดปาก ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น หากเป็นอย่างนี้ คงไม่สามารถสร้างความปรองดองอย่างแท้จริงได้ และยังเป็นการซ้ำเติมปัญหาความขัดแย้งลงไปอีก
“ปชป.”ฟุ้งปี 52 ตัวเลขคนจนลดลง 5 แสน
นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะทีมโฆษกเศรษฐกิจ แถลงชี้แจงในข้อกังขาที่นักการค้า นักลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์เห็นแย้งกับรัฐบาลในประเด็นเศรษฐกิจซึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมาไม่มีการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในประเทศ ว่า เหตุใหญ่เป็นเพราะสภาวะทางการเมือง ที่มีการชุมนุม ซึ่งไม่อยู่ในกรอบกติกา ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสเรื่องการลงทุนในประเทศอย่างมาก นอกจากนั้นแล้วการทำงานของรัฐบาลที่ผ่านมาสามารถสร้างการกระจายรายได้ ลดตัวเลขคนยากจนได้มากถึงปีละ 500,000 คน โดยยืนยันจากการสำรวจของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ปี 2552 พบว่าระยะห่างของคนรวยกับคนจน เท่ากับ 11.3 เท่า ซึ่งถือว่าลดลงจากปี 2551 ที่สำรวจได้ 12.5 เท่า หากคิดเป็นตัวเลขจะได้ ปี 2551 มีคนจน 5.8 ล้านคน ส่วนปี 2552 มีคนจน 5.3 ล้านคน
ผู้สื่อข่าวถามว่าตัวเลขคนจนของสภาพัฒน์ฯมีการสวนทางกับความจริง เพราะปัจจุบันตัวเลขขอทาน-คนไร้บ้านในกทม.เพิ่มมากขึ้น นายสรรเสริญ กล่าวว่า เรื่องแรงงานนอกระบบนั้น รัฐบาลเตรียมมาตรการเยียวยาช่วยเหลือไว้แล้ว แต่ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นเพียงความรู้สึก ดังนั้นตนขอให้ยึดตัวเลขข้อเท็จจริงที่ได้มีการสำรวจอย่างเป็นทางการดีกว่า



