ข่าว

ปชต.ไทยโตแต่ไร้จิตวิญญาณ

ปชต.ไทยโตแต่ไร้จิตวิญญาณ

26 ธ.ค. 2553

ในมุมมองของนักวิชาการความรุนแรงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยน่าจะจดจำเพียงแค่เกิดขึ้นที่ไหน เมื่ไหร่ แต่ไม่ได้ซึมซับในจิตวิญญาณว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร

 ผศ.ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล อาจารย์ประจำสำนักวิชาการศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้แสดงความเห็นต่อสถานการณ์การเมืองไทยที่ผ่านมาว่า ประเทศไทยได้ประชาธิปไตยมายาวนานถึง 78 ปี แต่ก็ยังมีคนไทยบางกลุ่มมองว่าประชาธิปไตยที่ใช้อยู่ยังไม่เพียงพอยังไม่เหมาะสำหรับคนไทย และพยายามที่จะเรียกร้องประชาธิปไตยที่ตัวเองแสวงหามากขึ้นเรื่อยๆ

 ณกมล ได้เปรียบประชาธิปไตยในประเทศไทยหากเปรียบเป็นคนก็คงมีอายุ 78 ปี ถือว่าเข้าขั้นผู้เฒ่า แต่กลับถูกมองว่าเป็นประชาธิปไตยเฒ่าทารกเป็นคนแก่ที่มีสติปัญหาแค่เด็กทารกเท่านั้น

 "ประชาธิปไตยของสังคมไทยบ้านเราเป็นประชาธิปไตยแบบกิ้งก่า หากดูให้ดีมันวิ่งไปได้ไม่ไกล ถ้าเห็นอะไรระหว่างทางมันก็จะหยุด แล้วผงกหัวขึ้นมาดูก่อนจะแล้ววิ่งไปข้างหน้าต่อ และเมื่อวิ่งไปเจอของกินก็จะหยุดกินก่อนแล้วค่อยวิ่งไปข้างหน้า"

 ณกมล บอกว่า การออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในอดีตกับการออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยตั้งแต่ปี 2550 มีความแตกต่างกันโดยประชาธิปไตยปี 2550 ประชาธิปไตยเติบโตในแง่ของกายภาพโครงสร้างเติบโตเต็มที่แต่ในด้านจิตวิญญาณกลับไม่มีการเติบโต

 ขณะที่ประชาธิปไตยในอดีต เป็นการเติบโตในด้านจิตวิญญาณ แต่กลไกกายภาพยังไม่รองรับ เปรียบเหมือนปัจจุบันมีเสื้อผ้าทันสมัยให้สวมใส่แต่คนเลือกเสื้อใส่กลับเป็นคนไม่มีรสนิยม แต่งตัวอย่างไรก็ยังเชย ล้าสมัย แสดงให้เห็นว่า ความล้าสมัยทางวัฒนธรรม ความเจริญทางวัตถุกับจิตวิญญาณ ภูมิปัญญาไม่สามารถเติบโตไปพร้อมกันได้

 หลายคนมองว่า รัฐธรรมนูญคือปัญหาทั้งหมดที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย แต่ปัญหาที่แท้จริงคือการศึกษาเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่อ่านหรือศึกษาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญบางคนอ่านศึกษา แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ไม่เคยนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์สังคมไทยก็แค่จดจำเป็นบทเรียนหนึ่งเท่านั้น

 "สังคมได้เรียนรู้ว่าสถานที่ทั้งสองแห่งนั้นได้เกิดการต่อสู้ขึ้นเป็นอุทาหรณ์การเล่าเรื่องประชาธิปไตย เพื่อให้คนรู้ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ผ่านฟ้า หรือสี่แยกราชประสงค์ ในวันที่เท่าไหร่ เดือนไหน ปีอะไร แต่ปัจจุบันสี่แยกราชประสงค์หรือผ่านฟ้าก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง" ณกมล กล่าว

 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ก็มองว่า การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงครั้งนี้อีกด้านหนึ่งก็ถือว่าประชาชนกำลังเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยไปพร้อมกันอีกฝ่ายหนึ่งเรียนรู้เรื่องสิทธิของประชาชน แม้ว่าจะเรียนรู้เรื่องหน้าที่น้อยไป แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องเสริมสร้างความเป็นพลเมืองผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ

 ถวิลวดี ก็มองว่า ขณะที่ประชาชนอีกกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิและประชาธิปไตยก็ทำให้ประชาชนอีกกลุ่มเริ่มเรียนรู้ที่จะอดทน และยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสังคม และบางคนที่รู้สึกว่าตัวเองจน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่จนต้องเริ่มหันมาพิจารณาตัวเองว่า จะทำอย่างไรไม่ให้สังคมเกิดความแตกแยกทางความคิด หรือสามารถทำให้คนที่เห็นต่างกันเดินไปด้วยกันได้

 การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนถือเป็นบทเรียนหนึ่งที่ต้องการย้ำเตือนรัฐบาลอย่าเหลิงในอำนาจหน้าที่ และควรเร่งรีบกระบวนการดูแลทางสังคมให้มีความเป็นธรรมมีความเท่าเทียมกัน หากรัฐบาลไม่เร่งดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำให้เป็นรูปธรรมที่ยั่งยืน การเคลื่อนไหวโดยใช้พลังบริสุทธิ์เป็นเครื่องมือก็จะเกิดขึ้นอีกแน่นอนถ้าตราบใดปัญหาปากท้องของประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไข