ข่าว

ไม่มีบุคคลแห่งปีมีแต่บทเรียนให้คนไทย

ไม่มีบุคคลแห่งปีมีแต่บทเรียนให้คนไทย

26 ธ.ค. 2553

เป็นประจำทุกปีที่ "คม ชัด ลึก" รวบรวมข่าวเด่นในรอบปีมานำเสนอผ่านมุมมองที่ "คม ชัด ลึก" มอง และนี่คือ เรื่องแรกที่คณะกองบรรณาธิการคัดเลือกว่าเป็นเรื่องแรกที่จะนำเสนอให้แก่ท่านผู้อ่านที่ต่างก็ผ่านเหตุรุนแรงและความสูญเสียเมื่อช่วงกลางปี

 สถานการณ์ทางการเมืองตลอดปี 2553 ถือว่าดุเดือดเข้มข้นตั้งแต่ต้นปียันท้ายปี มีความเคลื่อนไหวของภาคประชาชนจนกระทั่งเสื้อหลากสี แต่ที่เป็นข่าวใหญ่และเป็นข่าวที่สร้างความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินแห่งปีคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์สลายการชุมนุม "กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) หรือคนเสื้อแดง ที่บริเวณแยกคอกวัว และบริเวณแยกราชประสงค์

 เป็นข่าวครึกโครมที่สื่อทั่วโลกเดินทางมาทำข่าว เว็บไซต์นิตยสารไทม์ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดให้เป็นหนึ่งใน 10 ข่าวเด่นทั่วโลกของปี 2010

 เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ราย และบาดเจ็บเกือบ 2 พันคน แต่ทางการเมืองกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง

 ซึ่งต่างจากทุกยุคที่ "นักศึกษาและภาคประชาชน" ลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้อง "ประชาธิปไตย" จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

 เนื่องจากการเคลื่อนไหวของ "ภาคประชาชน" ในครั้งนี้นอกจากเรียกร้องเรื่องประชาธิปไตยแล้วยังมีเรื่อง "ตัวบุคคล" เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้ถูกมองว่า "ตัวบุคคล" ที่ถูกหยิบยกมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและเป็นผู้สนับสนุนหลัก

 เหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงได้สร้างความเสียหายต่อชีวิตทรัพย์สินและเศรษฐกิจของประเทศร้ายแรงเสียยิ่งกว่าการทำ "รัฐประหาร"

 หลายคนมองว่าการต่อสู้ของ "ภาคประชาชน" โดยยกข้ออ้าง "ประชาธิปไตย" มาเป็นเหตุผลหลักในการเคลื่อนไหวในลักษณะนี้จะเกิดขึ้นอีก ตราบใดประชาชนที่ร่วมเคลื่อนไหวไม่เคยศึกษาว่า "ประชาธิปไตย" ที่แท้จริงเป็นอย่างไร

 นั่นจึงถูกมองด้วยท่าทีหมิ่นแคลนว่า ออกมาร่วมเคลื่อนไหวเพราะได้ "น้ำเลี้ยง" รับจ๊อบ ประชาธิปไตยเป็นเรื่องรอง หรือผลพลอยได้

 และที่สำคัญการขับเคลื่อนนั้นเป็นการสื่อสารทางเดียว ชักนำให้คิดไปในทิศทางเดียว และนำมาซึ่งความเชื่อ โดยที่ไม่ต้องถกหาเหตุผล หรือพิสูจน์ความจริง

 ขณะที่ไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังนั้น มีแผนที่ล้ำลึกไปกว่านั้น นักวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองชั้นนำชี้ไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นจะเดินไปสู่จุดหมายตรงที่ว่า มีคนกลาง ที่ไม่ใช่คนไทยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำการไกล่เกลี่ย ให้ "คู่ศึก" ตกลงกันว่าจะเอาอย่างไร

 ซึ่งก็เกือบจะเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการแล้ว เมื่อกรรมาธิการเฮลซิงกิ ของสหรัฐอเมริกาทำท่าว่าจะยื่นมือเข้ามาสอดแทรก แต่สุดท้ายก็ต้องรามือกลับ เพราะรัฐบาลสหรัฐไม่มีท่าทีตอบรับกับการจัดการปัญหาภายในของไทย

 เมื่อมาเจอกับฝ่ายรัฐที่เชื่อมั่นว่ามีความชอบธรรม และเจอกับกองทัพที่ประกาศติดอาวุธเพื่อกระชับพื้นที่หลังจากถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงเข้าใส่ในระหว่างการสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว ...ความสูญเสียจึงไร้วงจำกัด

 บางคนให้บทสรุปของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2553 ว่า นี่คือความโชคร้ายของประเทศไทย

 ขณะที่บางคนเสริมว่า เป็นความโชคร้ายของประเทศที่มีนักการเมือง ที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อำนาจทางการเมือง แม้กระทั่งยินยอมที่จะสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งชื่อเสียงของประเทศ

 ไม่มีวีรบุรุษจากความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งนี้ของประเทศไทย

 ไม่มีจำเลยจากการกระทำอันไร้ซึ่งความเมตตาปรานี เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า เรา-ท่านทั้งหลาย ต่างก็มีส่วนร่วมไม่มากก็น้อยให้เหตุการณ์บานปลายออกไป ไม่ว่าจะเป็นการลงมือเอง หรือเพียงคิด หรือสนับสนุนความคิด

 มีแต่เพียงความหวังว่า ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ให้แก่ประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

 จดจำกันได้ไหมว่ากี่ครั้งแล้วที่ประชาชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงอำนาจ..สุดท้ายแล้วอำนาจอยู่ในมือใคร ?