
คุมตัวแก๊ง"ท่าอิฐ"ทำแผนยิงถล่มตร.
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหา"แก๊งท่าอิฐ"ไปทำแผนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มตำรวจนครบาล 2 นายอาการสาหัส
(25ธ.ค.) เวลา 05.30 น. พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รองผบก.ภ.1พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฎิบัติการพิเศษภ.จว.นนทบุรี กว่า 50 นาย ได้คุมตัว นายสุรศักดิ์ หรืออู๊ด ศิริศุภมนตรีและนายประมุข หรือมู จุ้ยมณี สองใน 4 ผู้ต้องหาแก๊งยาบ้าท่าอิฐที่ใช้อาวุธปืนสงครามยิงตำรวจชุดสืบสวนบช.น. 2 นายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณลานจอดรถร้านอาหารป.กุ้งเผารัตนาธิเบศร์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรีเป็นจุดที่หนึ่งก่อนเดินทางไปทำแผนต่อที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 108 ช๊อปภายในซ.ท่าอิฐ ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด โดยใช้เวลาทำแผนนานกว่า 2 ชั่วโมง
นายสุรศักดิ์ ให้การว่า วันเกิดเหตุหลังจากตกลงซื้อขายยาเสพติดกับสายของตำรวจบช.น.แล้ว นายขวัญชัย จุ้ยมณี หรือดำ คลองเตย หัวหน้าแก๊งค้ายาได้สั่งให้ตนพร้อมด้วยนายมูและนายเบิ้มนำอาวุธปืนอาก้า 2 กระบอกที่ซื้อมาในราคากระบอกละ 5000 บาท มาเตรียมไว้ในรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุเพื่อใช้ในการคุ้มกันรถแท็กซี่ที่ขนยาเสพติดเพื่อจะนำไปส่งต่อให้สายของตำรวจ เนื่องจากนายขวัญชัยเริ่มเกิดความระแวงว่าจะถูกแก๊งค้ายาที่ติดต่อจะส่งมอบของหักหลังโดยไม่รู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อมาถึงลานจอดรถภายในร้านอาหารป.กุ้งเผารัตนาธิเบศร์ นายขวัญชัยได้ขับรถมาจอดบริเวณทางกลับรถใต้สะพานลอยข้ามแยกรัตนาธิเบศร์ซึ่งอยู่ห่างร้านดังกล่าวไม่ถึง 200 เมตรพร้อมทั้งสั่งให้นายเบิ้มลงจากรถเพื่อมาขับรถแท๊กซื่ทะเบียน ทล 5758 กทม.ที่ใช้ใส่ยาเสพติดซึ่งจอดรออยู่ในลานจอดรถของร้านดังกล่าว
โดยนายขวัญชัย คอยดูความเคลื่อนไวต่างๆอยู่ตลอดพร้อมทั้งขับรถติดตามรถแท็กซี่ห่างๆจนรถแท็กซี่ขับรถมุ่งหน้าไปตามถ.รัตนาธิเบศร์เข้าไปในซ.ท่าอิฐตามที่ตกลงกับสายของตำรวจเอาไว้นายขวัญชัยสังเกตเห็นจยย.และรถเก๋งของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ขับติดตามรถแท็กซี่ จึงรู้ตัวว่าถูกสะกดรอยจึงสั่งให้ตนกับนายประมุข เตรียมพร้อมใช้อาวุธปืนอาก้าที่เตรียมมาโดยได้โทรศัพท์ติดต่อกับนายเบิ้มซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ให้เลี้ยวกลับรถบริเวณทางเข้าหมู่บ้านเดอะวิลล่าภายในซอยท่าอิฐ เมื่อนายเบิ้มกลับรถตามที่สั่งรถของตำรวจที่ขับตามมาก็วกกลับตามทันที่ นายขวัญชัยจึงรู้ตัวว่าผิดสังเกตุพร้อมทั้งสั่งให้ตนซึ่งนังหน้าซ้ายฝั่งคนนั่งกับนายประมุขซึ่งนั่งด้านหลังซ้ายใช้อาวุธปืนสงครามที่เตรียมมาทั้ง 2 กระบอก ยิงใส่รถเก๋งของตำรวจทั้ง2 นาย ซึ่งจอดดูลาดเลาหน้าร้าน 108 ช๊อปอยู่เป็นคันสุดท้ายเพื่อไม่ให้รถของตำรวจติดตามรถของแท็กซี่ไป
ก่อนขับรถเลี้ยวไปตามทางลัดภายในซอยมุ่งหน้าไปหมู่บ้านประดับดาวเพื่อจะไปรับนายเบิ้มที่ขับรถแท็กซี่ไปจอดทิ้งรถรออยู่ก่อนแล้ว ก่อนหลบหนีไปกบดานที่คลองเตยและอาศัยหลับนอนตามวัดเพื่อหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ก็มาถูกจับกุมได้ในที่สุด
จาการสอบถามนายสุรศักดิ์ ว่า ทำไม่ถึงมีความชำนาญในการใช้อาวุธสงครามยิงใส่รถของตำรวจทั้ง 2 นาย อย่างแม่นย้ำนั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากนายขวัญชัยหัวหน้าแก๊งซื้ออาวุธปืนดังกล่าวมานั้น ได้ให้ตนกับนายประมุข นำอาวุธปืนไปซ้อมยิงที่สนามยิงปืนที่รู้จักกันอย่างต่อเนื่อง จนชำนาญการใช้อาวุธเป็นอย่างมาก



