
จับ"แก๊งท่าอิฐ"ค้นห้องพักพบยาบ้า5แสนเม็ด
จับยก"แก๊งท่าอิฐ"ค้นห้องพักตะลึง! เจอยาบ้ากว่า 5 แสนเม็ด และยาไอซ์อีกกว่า 5 กิโลกรัม
เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 24 ธ.ค.พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิศรี ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ภาณุพงษ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ในฐานะ รรท.ผบช.ภ.1 และพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. แถลงข่าวจับกุม นายสุรศักดิ์ หรืออู๊ด หรือเอก ศิริศุภมนตรี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ซอยทองอยู่ 89 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. นายประมุข หรือมู จุ้ยมณี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ ส.931/2553 ลงวันที่ 22 ธ.ค.53 นายสุชาติ หรือธง ศรีรักษาสิน อายุ 58 ปี และนายเบ็น (นามสมมติ) อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 27/30 ซอยคู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม.
พร้อมของกลางยาบ้า 570,000 เม็ด ยาไอซ์ 5.13 กิโลกรัม ปืนอาก้า 4 กระบอก กระสุนปืนอาก้า 170 นัด ปืนพกสั้นขนาด 9 มม. แบบเก็บเสียง 1 กระบอก ลำกล้องเก็บเสียง 3กระบอก กระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง เงินสดประมาณ 1 ล้านบาท รถเก๋ง โตโยต้า โคโรน่า สีเขียวขี้ม้า ทะบเยน 3ช-4501 กรุงเทพมหานคร และรถตู้ โตโยต้า สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ฮธ-7562 กรุงเทพมหานคร
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากวันที่ 15 ธ.ค. ตำรวจ กก.สส.บช.น.ได้ล่อซื้อยาบ้าจากแก๊งของ นายขวัญชัย หรือดำคลองเตย จุ้ยมณี ที่หน้าร้าน 108 ช้อป ภายในซอยท่าอิฐ พื้นที่จังหวัดนนทบุรี แล้วพลาดท่าถูกแก๊งของนายขวัญชัยใช้อาวุธสงครามถล่มยิงจนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย หลังเกิดเหตุชุดสืบสวนได้ออกติดตามคนร้ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งทราบว่าคนร้ายใช้รถตู้ โตโยต้า ของกลางเป็นพาหนะหลบหนี จึงติดตามจนพบรถของนายขวัญชัยกับพวกขับมาจอดเติมน้ำมันที่ปั้มบางจาก ปากซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 14แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม. เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่คนร้ายไหวตัวทันขับรถตู้หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงใช้ปืนยิงยางรถให้หยุด จากนั้นนำกำลังบุกเข้าชาร์จจับกุมตัวนายสุรศักดิ์กับนายเบ็น เอาไว้ได้ ส่วนนายขวัญชัย กับนายเบิ้ม ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ใช้อาวุธปืนจี้รถจยย. ทะเบียน ขกย-546กรุงเทพมหานคร ของนายเสมือน พงษ์สระพัง ที่ขี่ผ่านมาหลบหนีไปได้อย่างหวุดหวิด
พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวต่อไปว่า หลังเกิดเหตุได้พานายสุรศักดิ์ไปค้นที่ห้องพักในแฟลตเอื้ออาทร เลขที่ 47/27 อาคาร41ซอยวัดคู้บอน27 แขวงท่าแร้ง เขตคันนายาว กทม. ก็พบนายประมุขซึ่งเป็นลูกชายของนายขวัญชัย อยู่ภายในห้องพัก พร้อมยาบ้า 559,800 เม็ด ยาไอซ์ 5 กิโลกรัม และอาวุธปืนดังกล่าว จึงคุมตัวไว้ จากนั้นขยายผลไปตรวจค้นห้องพักเลขที่ 334 สามัคคีแมนชั่น ซอยจันทน์31ถนนจันทน์ ก็พบนายสุชาติ อยู่ภายในห้องพัก พร้อมของกลางยาบ้าอีก 16,000 เม็ด ยาไอซ์ 13 กรัม และเงินสดกว่า 1 ล้านบาท จึงควบคุมตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวน นายสุรศักดิ์ ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือยิงตำรวจที่หน้าร้าน 108 ช้อปจริง โดยวันเกิดเหตุนายขวัญชัยซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊ง เป็นคนขับรถเก๋ง โตโยต้า คันดังกล่าวมีตนนั่งข้าง นายประมุขนั่งเบาะด้านหลังตน ก่อนเกิดเหตุนายขวัญชัย ได้พาพวกตนขับรถวนดูลาดเลาในที่เกิดเหตุอยู่พักหนึ่ง จากนั้นนายขวัญชัย ก็โทรศัพท์สั่งให้นายเบิ้มไปขับรถแท็กซี่ สีชมพูที่ร้านป.กุ้งเผารัตนาธิเบศร์ แล้ววิ่งเข้าไปในซอยท่าอิฐ โดยที่นายขวัญชัยกับพวกตนจะคอยขับรถตามหลังโดยทิ้งระยะห่างประมาณ 50 เมตร แต่ระหว่างขับรถตามเข้าซอยท่าอิฐนั้นนายขวัญชัยก็ได้ให้ปืนอาร์ก้าที่ขึ้นรังเพลิงพร้อมใช้งานไว้กับตนและนายประมุข
พร้อมกับสั่งว่าหากเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลก็ให้ยิงถล่มได้ทันที
นายสุรศักดิ์ ให้การว่า ระหว่างขับรถตามนายเบิ้มไปซอยก็เห็นมีรถเก๋ง 1 คัน และรถจยย.อีก 2คันขับแซงหน้ารถตน แล้วขับตามรถนายเบิ้มไป นายขวัญชัย เห็นท่าไม่ดีจึงโทรศัพท์สั่งให้นายเบิ้ม เลี้ยวซ้ายที่ทางแยกข้างหน้าพอนายเบิ้ม เลี้ยวซ้าย รถจยย.กลับไม่เลี้ยวตามไป เหมือนกับเอะใจอะไรบางอย่าง นายขวัญชัย จึงบอกกับตนว่า น่าเป็นพวกที่ค้ายาอีกกลุ่มหนึ่งมาตลบหลังหรือจะมาปล้นพวกตน โดยไม่ได้คิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เลยสั่งให้ตนจัดการได้เลย ตนกับนายประมุขเลยเปิดกระจกรถกระหน่ำยิงใส่รถของตำรวจทันที
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า จากนั้นก็นำรถที่ก่อเหตุไปจอดทิ้งไว้ภายในซอยสุขุมวิท 56 ก่อนจะใช้รถตู้ที่ถูกจับได้เป็นพาหนะหลบหนีไปอยู่ที่วัดศรีเอี่ยม 1 คืน หลังจากนั้นก็ขับรถไปหลบอยู่ที่ใต้ทางด่วนคลองเตย แล้วตระเวนไปหาที่จอดนอนตามปั้มน้ำมันต่างๆกระทั่งนายโก้ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ลูกน้องของนายขวัญชัย หาห้องพักที่ซอยคู้บอนให้ได้ จึงพากันไปซ่อนตัวอยู่ แล้วใช้เป็นที่เก็บยาเสพติดบางส่วนเพื่อรอลูกค้าสั่งให้ไปส่งอีกด้วย ส่วนวันนี้พวกตนกำลังจะไปเก็บเงินจากนายสุชาติก็มาถูกจับได้เสียก่อน
ขณะที่นายสุชาติ รับสารภาพว่า รู้จักกับนายขวัญชัย มานานแล้ว โดยก่อนหน้านี้ตนอาชีพค้าขาย แต่ระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดีนายขวัญชัยเลยเสนอให้มาทำหน้าที่คอยดูแลยาเสพติดให้ โดยเช่าห้องพักที่ สามัคคีแมนชั่น ไว้ให้ดูแลของให้ค่าจ้างเดือนละ 5-6 หมื่นบาท ทำมาแล้ว 3เดือนก็มาถูกจับในที่สุด
ด้าน พล.ต.ท.จักรทิพย์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่ทราบเบาะแสคนร้ายที่หลบหนีอยู่ ช่วยแจ้งเข้ามาที่ บช.น.หรือ191 ทันที เนื่องจากคนร้ายเป็นบุคคลอันตราย ก่อคดีอุกฉกรรจ์ พร้อมกับขอให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวไม่อย่างนั้นเจ้าหน้าที่อาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด



